IPO Corner

10 ข้อควรรู้ "ไทยประกันชีวิต (TLI)" ธุรกิจประกัน มูลค่าใหญ่สุดในไทย

10 ข้อควรรู้

บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ประกอบธุรกิจ ประกันชีวิตรายแรกและรายใหญ่สุดในประเทศไทยที่เป็นแบรนด์ของคนไทย มีผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  ในวันที่ 25 ก.ค.นี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน
  

1.ประกอบธุรกิจ ประกันชีวิตที่ครบวงจร 

    บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เป็นบริษัทประกันชีวิตรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่เป็นแบรนด์ของคนไทยและก่อตั้งโดยคนไทย มีตระกูล “ไชยวรรณ” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

    TLI ดำเนินธุรกิจประกันชีวิตที่ครบวงจร ทั้งด้านการคุ้มครองชีวิต คุ้มครองสุขภาพ การออม การลงทุน และการวางแผนมรดก ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตตอบโจทย์คนไทยทุกช่วงอายุ ครอบคลุมทั้งรายบุคคลและประกันกลุ่ม แบ่งเป็น 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย

    ประกันชีวิตประเภทสามัญ ได้แก่ แบบสะสมทรัพย์ แบบตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา และแบบเงินได้ประจำหรือแบบบำนาญ
    ประกันชีวิตประเภทควบการลงทุน ได้แก่ แบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ และแบบยูนิต ลิงค์
    ประกันชีวิตประเภทอุตสาหกรรม
    ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม
    ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล
    สัญญาเพิ่มเติม เช่น ประกันสุขภาพ ชดเชยรายได้ 

 

จุดเด่น ของ TLI
    

บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ก่อตั้งโดยคนไทยดำเนินงานมายาวนานกว่า 80 ปี
มีคณะผู้บริหารมืออาชีพ และได้รับการสนับสนุนจาก Meiji Yasuda Life Insurance Company
มีตัวแทนกว่า 64,000 ราย มีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วประเทศ

 

2.ขายไอพีโอไม่เกิน 2,155.07 ล้านหุ้น คิดเป็น 18.8% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO 

เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 2,155,068,900 หุ้น คิดเป็น 18.8% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO แบ่งเป็น 

หุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายโดย TLI จำนวน 850,000,000 หุ้น 7.4%
หุ้นสามัญเดิมที่ถือโดยบริษัท วี.ซี. สมบัติ จำกัด จำนวน 1,166,575,300 หุ้น 10.2%
หุ้นสามัญเดิมที่ถือโดย Her Sing (H.K.) Limited จำนวน 138,493,600 หุ้น 1.2%
อาจพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe) ไม่เกิน 161,630,000 หุ้น

มูลค่าการเสนอขายไม่เกิน 34,481 ล้านบาท (ไม่รวม Greenshoe) หรือไม่เกิน 37,067 ล้านบาท (รวม Greenshoe)

 

3.เคาะราคาไอพีโอ 16 บาท ด้วยวิธี Embedded Value คิดเป็น P/EV ที่ 1.19 เท่า

    สำหรับธุรกิจประกันชีวิต การประเมินมูลค่าของบริษัทด้วยอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: P/E) จะไม่สะท้อนมูลค่ายุติธรรมของบริษัท เนื่องจากไม่สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจจากกระแสเงินสดที่บริษัทจะได้รับจากกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปี

    TLI กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 16 บาท/หุ้น หากพิจารณามูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Embedded Value) ของบริษัทฯ ณ 31 ธ.ค.64 เท่ากับ 142,277.3 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 10,600 ล้านหุ้น จะได้มูลค่าพื้นฐานของกิจการต่อหุ้น (Embedded Value Per Share) เท่ากับ 13.42 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Price to Embedded Value Ratio : P/EV) 1.19 เท่า

    และหากพิจารณาจากส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ 31 มี.ค.65 ซึ่งเท่ากับ 85,909.63 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 11,450 ล้านหุ้น (Fully Diluted) (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวน 850 ล้านหุ้น) จะได้มูลค่าตามบัญชีสุทธิต่อหุ้น (Book Value Per Share) เท่ากับ 7.50 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Price to Book Value Ratio : P/BV) ประมาณ 2.13 เท่า

    เทียบ P/EV ของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน

บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) มี P/EV เฉลี่ย 0.90 เท่า

ขายหุ้นไอพีโอ : จำนวน 2,155,068,900 หุ้น คิดเป็น 18.8% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 11,450 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 1.00 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี : 8.10 บาทต่อหุ้น สิ้นมี.ค.65
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  ในวันที่ 25 ก.ค.นี้
หมวดธุรกิจ : ประกันภัยและประกันชีวิต
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บล.เกียรตินาคินภัทร และบล.โนมูระ พัฒนสิน
ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหลัก ได้แก่ บล.เกียรตินาคินภัทร,บล.กรุงศรี,บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี,บล.โนมูระ พัฒนสิน,บล.ฟินันซ่า
ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม ได้แก่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย),บล.ทิสโก้,บล.ธนชาต,บล.บัวหลวง,บล.หยวนต้า(ประเทศไทย),บล.เอเซีย พลัส,บล.ไทยพาณิชย์ และ บล.ไอร่า

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น


 

4.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ
 
บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่น

 

5.นำเงินลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการทำตลาด

TLI กำหนดราคาเสนอขายหุ้นละ 16 บาท ส่งผลให้บริษัทได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 13,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% ของมูลค่าเสนอขายหุ้นทั้งหมด ที่ 37,067 ล้านบาท

    วัตถุประสงค์การใช้เงินจากการระดมทุนขายหุ้น IPO รวม 13,600 ล้านบาท ดังนี้

 

6.อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.62%  สิ้น มี.ค.65
 

รายได้และกำไรของ TLI ตั้งแต่ปี 63-64 และไตรมาส 1/65 เป็นดังนี้

 

ปี 63

ปี 64

ไตรมาส 1/65

รายได้รวม (ลบ.) 107,642 109,246 25,954
กำไรสุทธิ (ลบ.) 7,692.32 8,393.52 3,793.28
อัตรากำไรสุทธิ (%) 7.15 7.68 14.62


7.มี D/E อยู่ที่ 5.22 เท่า
 
TLI มีระดับ D/E สิ้นมี.ค.65 อยู่ที่ 5.22 เท่า

งบแสดงฐานะการเงิน สิ้นมี.ค.65 ดังนี้
สินทรัพย์รวม :  534,628.03 ลบ.
หนี้สินรวม :  448,718.40 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 85,909.63 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 5.22 เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) : 1.71%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) :10.68%
อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน : 360.57%

 

8. เปิดรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ “ไทยประกันชีวิต”

หลังไอพีโอ กลุ่ม วี.ซี.สมบัติ ยังถือหุ้นใหญ่ 50.79%

บริษัท วี.ซี.สมบัติ จำกัด เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยมีผู้ถือหุ้น  7 ราย ได้แก่ 1.คุณไชย ไชยวรรณ 23%  2.คุณวานิช ไชยวรรณ  20% 3.คุณวิญญู ไชยวรรณ 20% 4.คุณชัชฎา มาลากุล ณ อยุธยา 10%  5.คุณวรางค์ ไชยวรรณ  10% 6.คุณวีณา ไชยวรรณ 10% และ 7.คุณวีรเวท ไชยวรรณ  7%
 

9.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period

ในกรณีที่ไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นทั้งจำนวนจาก Her Sing (H.K.) Limited จำนวนหุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหารที่ไม่ติด Silent Period เท่ากับ 2,935,089,100 หุ้น คิดเป็น 25.6% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงหุ้นที่ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารได้รับการจัดสรรหุ้นในครั้งนี้จำนวนรวมไม่เกิน 129,832,000 หุ้น

และในกรณีที่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นทั้งจำนวนจาก Her Sing (H.K.) Limited จำนวนหุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหารที่ไม่ติด Silent Period เท่ากับ  2,773,459,100 หุ้น คิดเป็น 24.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงหุ้นที่ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารได้รับการจัดสรรหุ้นในครั้งนี้จำนวนรวมไม่เกิน 129,832,000 หุ้น

 

10.มาร์เก็ตแคปใหญ่สุดในกลุ่มประกัน

TLI มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ณ ราคา IPO ที่ 16 บาท อยู่ที่ 183,200 ล้านบาท ซึ่งใหญ่สุดในหมวดประกันภัยและประกันชีวิตในตลาดทุนไทย
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh