กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เตรียมพร้อมผู้นำรุ่นใหม่ ก่อนรับไม้ต่อกิจการครอบครัว โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เตรียมพร้อมผู้นำรุ่นใหม่ ก่อนรับไม้ต่อกิจการครอบครัว

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

 

     ผมได้มีโอกาสนำเสนอผลสำรวจผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ ประจำปี 2565 ฉบับประเทศไทย ครั้งที่สอง ภายใต้ชื่อ ‘เพื่อปัจจุบันและวันข้างหน้า: ผู้นํารุ่นใหม่กล้าที่จะท้าทายมาตรฐานเดิม ๆ ของธุรกิจครอบครัว’ ผ่านทาง Facebook Live 

 

    โดย PwC ได้ส่งแบบสำรวจไปยังทายาทผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ทั่วโลกและมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนทั้งสิ้น 1,036 รายจาก 68 ประเทศและอาณาเขต รวมถึงผู้ตอบแบบสำรวจจากไทยด้วยจำนวน 40 ราย เพื่อสอบถามถึงมุมมองความคิดเห็นของพวกเขาในการประคับประคองให้ธุรกิจครอบครัวอยู่รอด รวมถึงภารกิจที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้ให้ความสำคัญหลังผ่านพ้นยุคโควิด-19

    ยิ่งไปกว่านั้น รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ซึ่งวันนี้ ผมอยากหยิบยกประเด็นนี้ รวมถึงคำแนะนำที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหารเน็กซ์เจนในการเตรียมตัวเพื่อรับไม้ต่อจากผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นปัจจุบันมาแลกเปลี่ยนกันครับ

 

    สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจครอบครัวจำนวนไม่น้อยมีท่าทีที่ลังเลต่อการสืบทอดกิจการไปสู่ร่นถัดไป โดย 18% ของผู้บริหารเน็กซ์เจนไทยกล่าวว่า วิกฤตโรคระบาดทำให้แผนการสืบทอดตำแหน่งต้องชะลอ หรือเลื่อนออกไปก่อน (สูงกว่าผู้นำรุ่นใหม่โลกที่ 12%) ขณะที่มีเพียงแค่ 10% ที่กล่าวว่า โควิด-19 เร่งให้เกิดการสืบทอดตำแหน่งเร็วขึ้นกว่าเดิม (ต่ำกว่าผู้นำรุ่นใหม่โลกที่ 22%)

 

    ซึ่งหากเรามาวิเคราะห์ถึงปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นปัจจุบันยังคงลังเลและไม่แน่ใจที่จะส่งมอบกิจการในช่วงที่ผ่านมา ก็อาจเป็นเพราะพวกเขาต้องการที่จะทุ่มเทเวลาและโฟกัสไปที่การแก้ปัญหาเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและเร่งฟื้นฟูธุรกิจจากวิกฤตที่เกิดขึ้นเสียก่อน โดยผลจากการสำรวจของเรายังพบด้วยว่า 45% ของเน็กซ์เจนไทย ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัวมากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด (สูงกว่าทั่วโลกเล็กน้อยที่ 43%) ขณะที่ 40% ของเน็กซ์เจนไทย ได้รับโอกาสให้แสดงความสามารถในการเป็นผู้นำโครงการ หรือวางแผนการเพื่อเปลี่ยนแปลงองค์กร (สูงกว่าทั่วโลกที่ 28%)

 

    สรุปได้ว่า วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่และผู้นำรุ่นปัจจุบันมีการร่วมมือกันมากกว่าที่เคย และที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้ผู้นำทั้งสองรุ่นได้เรียนรู้จากกันและกัน ทั้งในเรื่องของความสามารถในการแก้ปัญหา ภาวะความเป็นผู้นำ และความจำเป็นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นต้น   

    อย่างไรก็ดี การได้รับความไว้วางใจจากผู้นำรุ่นปัจจุบัน ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญของผู้นำเน็กซ์เจน โดยเกือบครึ่ง (45%) ของทายาทเน็กซ์เจนไทยกล่าวว่า ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้นำรุ่นใหม่ต่อไป (ใกล้เคียงกับเน็กซ์เจนทั่วโลก) เพราะผู้นำรุ่นพ่อ-แม่ยังไม่ไว้วางใจพอที่จะปล่อยให้บริหารธุรกิจในช่วงวิกฤตโดยลำพัง

 

    ผมมองว่า ผู้บริหารเน็กซ์เจนควรใช้เวลาในช่วงวิกฤตนี้ในการพัฒนาทักษะของตัวเองเพื่อเตรียมตัวในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจครอบครัวในยุคถัดไป 

    โดยผมมี 4 คำแนะนำที่อยากฝากให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ เพื่อช่วยให้ธุรกิจครอบครัวของท่านไม่ตกกระแส และยังช่วยแก้ปัญหาการขาดความเชื่อมั่นของผู้บริหารรุ่นปัจจุบันได้เป็นอย่างดีด้วย ดังต่อไปนี้

 

    ขับเคลื่อนการเติบโตด้านดิจิทัลภายในองค์กร เมื่อก่อนการลงทุนด้านดิจิทัลอาจมีผลตอบแทนที่ไม่ชัดเจน แต่มาวันนี้เราคงเห็นแล้วว่า การประยุกต์ใช้ดิจิทัล กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด โดยเทรนด์เหล่านี้จะยังคงอยู่ และไม่หายไปไหน ดังนั้น หน้าที่สำคัญสำหรับเน็กซ์เจนไทย คือ การหาและปรับใช้เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อตัวธุรกิจ

 

    กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง นั่นหมายถึง การทำสิ่งต่าง ๆ ให้แตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ โดยวิเคราะห์ว่า ส่วนใดของธุรกิจจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง และก้าวข้ามผ่านกฎเกณฑ์เดิม ๆ ที่ล้าสมัย เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวสามารถแข่งขันได้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อย่างไรก็ดี ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง จะต้องมาพร้อมกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้นำรุ่นก่อนด้วย ซึ่งจะยิ่งช่วยให้เน็กซ์สามารถเข้าใจคุณค่าของสินค้า หรือบริการในมุมที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น

 

    รักษาความสัมพันธ์กับคนรุ่นปัจจุบัน อย่างที่ผมกล่าวไปว่า วิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้นำรุ่นใหม่และผู้นำรุ่นปัจจุบันต้องร่วมมือร่วมใจกันในการแก้ปัญหาทางธุรกิจมากขึ้น นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเน็กซ์เจนที่จะได้ศึกษาถึงวิธีการทำงานของผู้นำรุ่นปัจจุบัน รวมทั้งเรียนรู้ และขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ที่อาจมีมุมมองที่น่าสนใจ และคำแนะนำดี ๆ ที่ตนอาจจะยังไม่ทราบ นอกจากนี้ การสื่อสารกันอย่างใกล้ชิด ย่อมช่วยสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นระหว่างคนทั้งสองรุ่น และทำให้มั่นใจได้ว่า กำลังก้าวไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจเดียวกัน

 

    พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ สุดท้าย ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่จะต้องมีความสามารถและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีสำนึกรับผิดชอบ และต้องรู้จักที่จะบริหารองค์กรภายใต้การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ดังนั้น สิ่งที่เน็กซ์เจนไทยควรต้องลงมือทำตั้งแต่วันนี้ คือ หมั่นเพิ่มพูนความรู้ผ่านการเข้าร่วมสัมมนาที่ช่วยเพิ่มทักษะความเป็นผู้นำ ไปจนถึงขอคำแนะนำจากผู้บริหารรุ่นปัจจุบัน หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ทราบว่า ทักษะใดบ้างที่ตนจำเป็นต้องพัฒนาต่อ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh