กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน NFT โอกาสทางธุรกิจใหม่ในโลกคริปโต หรือกระแสร้อนชั่วคราว? โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

NFT โอกาสทางธุรกิจใหม่ในโลกคริปโต หรือกระแสร้อนชั่วคราว?

โดย วิไลพร ทวีลาภพันทอง
หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจบริการทางการเงิน
บริษัท PwC ประเทศไทย

 

    เมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา กระแสของ Non-Fungible Token หรือ NFT ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งหลังบริษัท Cyber Yachts ได้เปิดตัวเรือยอร์ชขนาดใหญ่ในรูปแบบ NFT มูลค่าสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นราคาขายที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ วงการเพลง ของสะสม แม้กระทั่งงานศิลปะต่าง ๆ ก็มีผู้ที่สนใจนำทรัพย์สิน หรือผลงานที่มีมาออกและเสนอขายในรูปของโทเคนอยู่เรื่อย ๆ 

    โดยเราจะเห็นว่า มีศิลปินชื่อดังหลายราย ได้นำผลงานเข้าสู่ตลาดซื้อขาย NFT ต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งในช่วงต้นปี 2564 มีแพลตฟอร์มศูนย์รวม NFT ของไทยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Bitkub NFT, NFT1 Market, Coral และ JNFT สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนี้ที่กำลังมาแรงอย่างหยุดไม่อยู่

 

    แต่สำหรับผู้อ่านที่ยังคงไม่ทราบว่า NFT คืออะไร บทความเรื่อง ‘101: Non-fungible what now? NFT basics’ ของ PwC ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า NFT เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่มีลักษณะเฉพาะตัว  ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำกัน ทดแทนกัน หรือลอกเลียนกันได้ เช่น งานศิลปะ ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ เพลง เกม หรือของสะสมที่สามารถซื้อขายเพื่อโอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของผ่านทางออนไลน์ 

    จุดนี้เองที่ทำให้ NFT แตกต่างจากคริปโตเคอร์เรนซีอย่าง Bitcoin หรือ JFIN ที่เป็น Fungible Token คือ ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนแทนกันได้หมด จึงถูกใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการคล้ายกับเงินสด นอกจากนี้ การทำงานบนบล็อกเชน หรือระบบการเก็บข้อมูลที่ไม่มีตัวกลาง ยังช่วยทำให้ข้อมูลที่ถูกส่งเข้าระบบนี้ได้รับการปกป้อง และระบุให้ทราบชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลตัวจริง

 

    จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา เราคงพอจะเห็นภาพว่า ศักยภาพของ NFT จะยิ่งเข้ามามีบทบาทกับระบบเศรษฐกิจในอนาคต และจะช่วยเปิดตลาดใหม่ ๆ ที่ธุรกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการซื้อขายทรัพย์สินดิจิทัล โดยบทความของ PwC ชิ้นนี้ยังได้ระบุถึง การที่ธุรกิจสามารถนำ NFT ไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายรูปแบบ ดังต่อไปนี้

1. งานศิลปะ

    ปัจจุบันบริษัทจัดการประมูลผลงานศิลปะชั้นนำของโลก อย่าง Sotheby’s และ Christies ต่างกำลังศึกษาถึงการนำ NFT มาต่อยอดการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม โดยได้รับความสนใจจากทั้งศิลปินเจ้าของผลงานเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องของลิขสิทธิ์ที่ถูกบันทึกชื่อเจ้าของชิ้นงานไว้บนบล็อกเชนอย่างชัดเจน ในส่วนของผู้ซื้อ การเป็นเจ้าของงานศิลปะ NFT บนโปรไฟล์โซเชียลมีเดียก็จะช่วยเสริมอัตลักษณ์ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน หากชิ้นงานนั้น ๆ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

2. ของสะสม

    วันนี้ของสะสม NFT ก็กำลังได้รับความนิยมไม่แตกต่างไปจากงานศิลปะ โดยสมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติของสหรัฐเอมริกา (National Basketball Association: NBA) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ‘เอ็นบีเอ’ มีการขายคลิปตัวอย่างวิดีโอไฮไลท์การแข่งขันบาสเกตบอลในรูปแบบ NFT โดยมีแฟนกีฬาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นเจ้าของคลิปได้ ขณะเดียวกัน Marvel ก็ได้ผลิตรูปแกะสลักสามมิติจำนวนจำกัด เพื่อเอาใจคอภาพยนตร์ และนักสะสม เช่นเดียวกับดาราและนักแสดงอื่น ๆ ที่ก็เริ่มออกมาขายของสะสมประเภท NFT เพื่อให้แฟนคลับได้เป็นเจ้าของ 

3. ระบบสมาชิกและการออกตั๋ว

    ระบบสมาชิกคลับ หรือซีซันพาสสำหรับทีมกีฬาก็สามารถตรวจสอบความเป็นเจ้าของ และโอนเป็น NFT ได้เช่นกัน โดยการใช้ NFT ในการออกตั๋วเพื่อเข้างาน จะช่วยให้ผู้จัดสามารถขายตั๋วต่อได้อย่างถูกกฎหมาย เช่น งานเทศกาลดนตรีและศิลปะโคเชลลาวัลเลย์ มีการขาย NFT ควบคู่กับบัตรผ่านตลอดชีพสำหรับงานในปี 2565

4. เกม

    สำหรับวงการวิดีโอเกม เกมที่เป็นที่รู้จักโดยแพร่หลายเห็นจะหนีไม่พ้น CryptoKitties ซึ่งผู้เล่นจะเข้ามาสะสม NFT โดยสามารถที่จะผสมพันธุ์แมวออกมาเป็นหน้าตาใหม่ ๆ อันมีความเฉพาะของตัวเองได้ต่อไปอีกเรื่อย ๆ หรือเกมแข่งม้า NFT ที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้เสมือนจริง โดยอิงจากประวัติการแข่งขันและชื่อเสียงของม้าดิจิทัลที่ลงแข่ง ซึ่งในปีที่ผ่านมา The Victoria Racing Club ของออสเตรเลียได้ร่วมกับ บริษัทแพลตฟอร์ม NFT จัดการแข่งขัน ‘เมลเบิร์นคัพ’ รายการแข่งขันม้าบนโลกเสมือนจริง และทำการประมูลภาพประวัติศาสตร์ของการแข่งขันในรูปแบบ NFT

5. การศึกษา

    สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT ของสหรัฐอเมริกา ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Virtual credentials) และ NFT สามารถทำงานได้ในลักษณะเดียวกัน โดยช่วยตรวจสอบทักษะต่าง ๆ ที่แสดงบนเรซูเม่ หรือ LinkedIn นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ NFT สำหรับแสดงและบันทึกผลการเรียนของนักศึกษาได้อีกด้วย

6. ซัพพลายเชน
    
    ธุรกิจยังสามารถนำ NFT มาใช้กับข้อมูลการส่งสินค้า ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ช่วยติดตามการจัดส่ง ตั้งแต่โรงงานไปจนถึงตะกร้าสินค้า และยังสามารถใช้ NFT ตรวจสอบความถูกต้องของที่มาและรายการที่ต้องการตรวจสอบย้อนหลังของยา หรือสินค้าฟุ่มเฟือย โดยในปัจจุบัน ยังมีการใช้ NFT สำหรับการซื้อเครื่องดื่มชนิดแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ และวิสกี้ อีกด้วย

7. ประสบการณ์ของลูกค้า
    
    สุดท้าย แบรนด์สินค้ายังสามารถใช้ NFT เพื่อให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ให้กลับคืนมา เช่น แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ของสหรัฐอเมริกา ใช้ NFT เป็นโทเคนให้สิทธิพิเศษชุมชนออนไลน์เข้าถึงการเปิดตัวสินค้าก่อนใคร หรือแบรนด์รองเท้ากีฬาชื่อดังระดับโลก ไนกี้ ได้จดสิทธิบัตรรองเท้าที่เชื่อมโยงกับ NFT ควบคู่ไปกับให้ลูกค้าสามารถออกแบบรองเท้าดิจิทัลและสั่งผลิตออกมาใช้ได้จริง เป็นต้น

 

    แม้ว่าโอกาสของธุรกิจในการนำ NFT มาประยุกต์ใช้จะมีอยู่อย่างมหาศาล แต่ NFT ก็ยังมีคงอุปสรรคและข้อจำกัดในการใช้งาน ตั้งแต่การยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคกระแสหลักที่ส่วนใหญ่ยังคงไม่คุ้นเคยกับการซื้อขายด้วยคริปโตเคอร์เรนซี ตามมาด้วยปัญหาการปั่นราคา (Wash trading) ของเจ้าของที่ขาย NFT ให้กันไปมาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นเกินจริง รวมไปจนถึงกระบวนการสร้าง NFT ที่ยังคงมีปัญหา โดยตลาด NFT บางแห่งพบว่า งานศิลปะหลายร้อยชิ้นเป็นภาพที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มา หรือโดนขโมยมาจากเว็บไซต์และศิลปิน และสุดท้าย คือ ภัยคุกคามร้ายแรงที่นักลงทุนถูกเจ้าของโปรเจกต์เชิดเงินหนีไปพร้อมกับเงินลงทุน (Rug pull scam)

    ในระยะต่อไป ระดับของการยอมรับ NFT จากทั้งภาคสังคมและภาคธุรกิจจะยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เพราะการพัฒนาของเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และแม้จะมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าตื่นเต้นในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการฟอกเงิน และการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ก็เป็นโจทย์สำคัญที่ธุรกิจจะต้องนำมาพิจารณาให้ดีไม่แพ้กัน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh