3 โบรกฯ ประสานเสียง การเยือนจีนของคณะรัฐบาลและภาคเอกชนไทย เป็นแรงหนุนสำคัญต่อการดึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กว่า 70,000 ลบ. โดยเฉพาะการลงทุนจาก 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนในอุตสาหกรรม EV, AI และ Data Center หนุนหุ้นกลุ่มนิคมฯ-โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ แนะ 23 หุ้นรับอานิสงส์
กรุงศรี ชี้จับตา Thailand x China ดึง FDI รอบใหม่ มองหนุนหุ้นไทยฟื้นตัว ชู 5 หุ้นเด่น
บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า Thailand x China โดย 16-20 ก.ค. 69 นายกฯ นำคณะภาครัฐและเอกชน 48 บริษัท อาทิ CP Group, TCP (กระทิงแดง), The Mall Group, AMATA, เครือสหพัฒน์, สวนอุตสาหกรรม 304, PTT, สหฟาร์ม รวมกว่า 153 คน เยือนจีน
โดยมีประเด็นน่าสนใจดังนี้ 1. การสนับสนุนรัฐบาลต่อภาคเอกชนไทยที่ร่วมเดินทางไปด้วย ให้มั่นใจเร่งลงทุนได้เต็มกำลัง โดยรัฐบาลจะขับเคลื่อนบทบาทตนเองเต็มที่ - รัฐบาลมีนโยบายทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยพร้อมเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจสามารถขยายการลงทุน - การพัฒนา Logistic ในฐานะที่ไทยมีข้อได้เปรียบภูมิศาสตร์และความเป็นกลางทาง แม้โครงการ Landbridge ยังต้องรับฟังความเห็น แต่เห็นด้วยกับเอกชนที่โครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่ขาดช่วงจะเร่งเติมเต็ม อาทิ รถไฟไปตะวันตกและตะวันออกของไทยให้ครบ เพื่อไปเชื่อมกับทางรถไฟสายหลักจากเหนือมาใต้ + ปรับปรุงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งของประเทศ - สร้างความเชื่อมั่นเอกชนว่าจะเร่งสรุปข้อตกลง FTA รวมถึงการที่รัฐบาลเป็นผู้นำสร้างโอกาสในต่างประเทศ โดยการเยือนจีนถือเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรที่มีความสำคัญ 2. บทบาทรัฐบาลในการมาเยือนจีนรอบนี้
จัดตั้งสำนักงาน BOI ที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน เป็นช่องทางเชื่อมต่อ มุ่งเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการบินและอวกาศ + การเปิดทางให้ ปท.ทุยเข้าถึงตลาดจีนตะวันตก ให้ความมั่นใจดึงเงินลงทุนจาก บ.ชั้นนำ ความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ความโปร่งใสในการลงทุน
- เยี่ยมชม บริษัท Agibot (Robotics) - ประชุม 1-1 กับ บริษัท Xiaomi (ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อัจฉริยะ), บริษัท ChangAn Automobile (1 ใน 4 ผู้ผลิตรถยนต์ EV ใหญ่ของจีน), บริษัท Innolight Technology (ธุรกิจหลักด้านโมดูลรับส่งสัญญาณแสง (Optical Transceivers)), บริษัท Eoptolink Technology (ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายอุปกรณ์ Optical Transceivers สำหรับ Data Center) ให้ความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้กับนักท่องเที่ยวจีน นอกจากนี้ เข้าพบ Sichuan Airlines หารือแนวทางเพิ่มเที่ยวบินและขยายเส้นทางบินตรงจากภาคตะวันตกของจีนมาไทย และ Meituan Lifestyle Platform เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงขยายฐานนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเมืองหลักและเมืองรอง ทั้งนี้ เบื้องต้นรัฐบาลคาดว่าจะดึงเม็ดเงินได้กว่า 7.0 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 5.0 หมื่นล้านบาท และเงินลงทุนใหม่ 2.0 หมื่นล้านบาท โดยบล.กรุงศรี ประเมินบวก SET โดยให้น้ำหนักสูง
การแสดงบทบาทรัฐบาลที่สำคัญเชิงความชัดเจนนโยบาย (อุตสาหกรรมเป้าหมาย, กฎระเบียบ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น) คาดเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนเร่งลงทุน ซึ่งสำคัญต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยระยะนี้ จากข้อจำกัดการคลังของรัฐบาล แต่เอกชนยังมีความยืดหยุ่นสูง อิงเรารวบรวมตัวเลขทางการเงินหุ้นใน SET100 สิ้นสุด 1Q26 (ไม่รวมธนาคาร) พบว่ามีฐานทุนกว่า 6.0 ล้านล้านบาท หนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนยังต่ำราว 0.95 เท่า ส่วนผลบวกการมาเยือนจีนรอบนี้ ประเมินว่าขยับฝั่งภาคเอกชนดึงเม็ดเงินลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ คล้ายกับผลลัพธ์ที่รัฐบาลชุดก่อนๆ ที่เคยเดินทางสหรัฐฯ และยุโรปจนดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาต่อเนื่องช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเม็ดเงินที่รัฐฯ คาดว่าจะดึงได้เบื้องต้นคิดเป็นกว่า 0.37% ของ GDP ส่วนท่องเที่ยวประเมินน่าจะเป็นส่วนหนึ่งค่อยๆ ดึงนักท่องเที่ยวจีนที่ยังต่ำกว่า Pre-COVID ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา
ธีมที่คาดได้ประโยชน์ คือ หุ้นธีมลงทุน หุ้นนิคม AMATA, WHA ไฟฟ้ากลาง-ยาว GULF, GUNKUL, GPSC, WHAUP รับเหมา STECON, PYLON, INSET สาธารณูปโภค PTT, ADVANC ธนาคาร KBANK, KTB
หุ้นภาคบริการ การบิน-ท่องเที่ยว AOT, CENTEL, ERW ค้าปลีก CPALL หุ้นเด่น: PTT, KBANK, AMATA, GULF, GPSC DBS ชี้นิคมฯ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอิเล็กฯ รับประโยชน์ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พอใจความสำเร็จจากการนำทีมไทยแลนด์ พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน 4 บริษัทชั้นนำ คือ Xiaomi Corporation, ChangAn Automobile, InnoLight Technology และ Eoptolink Technology ซึ่งผู้บริหารของบริษัทเหล่านี้ยืนยันว่ามีแผนลงทุนในไทย เงินลงทุนรวมกันกว่า 7 หมื่นล้านบาทภายในปี 2026
โดยจะเน้นไปยัง อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำ และเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Technology) เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (optical transceiver) เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center, เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และ ไมโครชิปสำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง
ความเห็นเชิงกลยุทธ์ DBS: นับเป็นข่าวดีที่จะมีการลงทุนโดยตรงจากจีนมาไทยต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2569 ซึ่งเป็นบวกกับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยคาดว่ายอดขายที่ดินในนิคมฯจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งฟลังปี 2569 หุ้นเด่นเป็น AMATA, WHA รวมถึงเป็นบวกกับ กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน เช่น AH, STANLY เป็นต้น
นอกจากนั้นเป็นอานิสงค์บวกกับ กลุ่มดาต้า เซ็นเตอร์ & โครงสร้างพื้นฐานดิจิตอล หุ้นเด่นเป็น GULF, GPSC, BGRIM, ADVANC, TRUE, STECON และ กลุ่มอิเลคทรอนิกส์ หุ้นเด่นเป็น HANA, KCE
Xiaomi-CHANGAN นำทัพลงทุนไทย เอเซีย พลัสชี้ AI-Data Center โตแรง
บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ปัจจัยบวกในประเทศ รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ จาก 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและยานยนต์ของจีน ได้แก่:
กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV): XIAOMI (เตรียมตั้งศูนย์ R&D และพิจารณาขยายฐานผลิต) และ CHANGAN (เตรียมขยายกำลังผลิตจาก 1 แสน เป็น 2 แสนคันต่อปี ภายในปี 2573)
กลุ่ม AI และ DATA CENTER: INNOLIGHT และ EOPTOLINK ผู้ผลิตชิ้นส่วน Optical Transceiver ชั้นนำ เตรียมขยายโรงงานผลิตในไทยเพื่อรองรับดีมานด์ AI และ Cloud
จากข้อมูลทั้ง 3 โบรกเกอร์ มีหุ้นไทยที่แนะนำ ดังนี้
| กลุ่ม | หุ้น | | นิคมอุตสาหกรรม | AMATA, WHA | | โรงไฟฟ้า / สาธารณูปโภค | GULF, GUNKUL, GPSC, WHAUP, BGRIM, PTT | | รับเหมา / โครงสร้างพื้นฐาน | STECON, PYLON, INSET | | ธนาคาร | KBANK, KTB | | สื่อสาร | ADVANC, TRUE | | ท่องเที่ยว | AOT, CENTEL, ERW | | ค้าปลีก | CPALL | | ยานยนต์ / ชิ้นส่วน | AH, STANLY | | อิเล็กทรอนิกส์ | HANA, KCE |
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
|