PTTGC คาดผลงาน Q3/69 และครึ่งปีหลังยังมีทิศทางสดใส รับธุรกิจโรงกลั่นได้แรงหนุนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และดีมานด์ในสหรัฐฯ-ยุโรปที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีคาดว่าสถานการณ์ตึงตัวของวัตถุดิบเริ่มคลี่คลาย พร้อมแย้มสรุปแผนศึกษาร่วมลงทุนกับ SCGC ภายในสิ้นไตรมาสนี้ นางทวิรัศมิ์ โฆษิตบันเทิง ผู้จัดการฝ่าย การเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยในงาน "Earnings Call" โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้ แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 3 และครึ่งปีหลังของปี 69 มองว่าสถานการณ์ในช่วงไตรมาส 3/69 ผ่านมาแล้ว 1 เดือนครึ่ง พบว่าธุรกิจโรงกลั่นยังมีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง หลังเกิดความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางขึ้นมาอีกครั้ง ประกอบกับช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. เป็นช่วงฤดูร้อนอาจทำให้มีดีมานด์ในสหรัฐฯและยุโรปที่สูงขึ้น ส่วนด้านธุรกิจปิโตรเคมีคาดว่าสถานการณ์ตึงตัวของวัตถุดิบและการผลิตที่อาจได้รับผลกระทบเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/69 จะคลี่คลายไปบางส่วนในงวดไตรมาส 3/69 เพราะเริ่มมีผู้ผลิตบางรายที่เริ่มกลับมาเดินเครื่องได้บ้างแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ซึ่งบริษัทยังจับตามองสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการวางแผนการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในตลาดปัจจุบัน "ด้วยความได้เปรียบของ GC ในแง่โครงสร้างและการจัดหาวัตถุดิบที่มีแผนอย่างต่อเนื่อง ทั้งฝั่งน้ำมันดิบที่จัดหาได้ในหลากหลายแหล่ง โดยไม่ได้พึ่งพาแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง เพราะใช้น้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ,แอฟริกา และโซนอเมริกาใต้ จึงทำให้บริษัทมีวัตถุดิบน้ำมันและก๊าซฯที่จัดหาในประเทศและน้ำเข้ามาบางส่วน ซึ่งโดยรวมทำให้บริษัทสามารถเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยซัพพอร์ตผลประกอบการของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังได้" นางทวิรัศมิ์ กล่าว คาดว่าราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาส 3/69 จะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 75-83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากไตรมาส 2/69 ที่อยู่ระดับ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีนี้คาดอยู่ที่ระดับ 75-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเร็วๆนี้ ซึ่งประเมินจากกระแสเงินสดและเทียบกับในอนาคตบริษัทมีแผนใช้เงินเรื่องการลงทุนและการชำระหนี้อย่างไรบ้าง แต่ก็มีการคำนึงถึงอัตราผลตอบแทนของผู้ลงทุนด้วย อย่างไรก็ตามโดยปกติบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ ส่วนความคืบหน้าแผนการศึกษาร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับ SCGC ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำ Due Diligence และการประเมินการต่อยอดธุรกิจร่วมกัน ซึ่งเป้าหมายคือการรวมความแข็งแกร่งหรือชูจุดแข็งของ 2 บริษัทเข้าด้วยกัน พร้อมคาดว่าจะได้ข้อสรุปการประเมินมูลค่าและโครงสร้างต่างๆชัดเจนภายในช่วงสิ้นไตรมาส 3/69 |