*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 84.91 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ +2.0% สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ย. ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์ หรือ +2.0% ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้น 2% ในวันอังคาร (21 ก.ค.) สู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ เนื่องจากความกังวลว่า การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้น หลังการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงการที่กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทะเลแดงเพื่อสกัดการเดินเรือของซาอุดีอาระเบีย *** สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันจันทร์ ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ขู่ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจเปิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งตะวันออกกลาง ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานว่า ผู้ไกล่เกลี่ยในภูมิภาคได้เสนอแผนหยุดยิงเป็นเวลา 10 วันให้ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเดินหน้าตามบันทึกความเข้าใจที่จัดทำขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า ได้ดำเนินการโจมตีอิหร่านอีกระลอกเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันจันทร์ หรือช่วงเช้าวันอังคาร (21 ก.ค.) ตามเวลาไทย *** เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่ขนส่งน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชีย เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงเมื่อวันอังคาร หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนข่มขู่โจมตี ส่งผลให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มกระทบการเดินเรือผ่านเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญที่สุดสองแห่งของโลก ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อช่วงดึกวันอังคารว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 11 โดยสำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า ชาวกรุงเตหะรานได้ยินเสียงระเบิดในช่วงเช้ามืดวันพุธ หลังอิหร่านเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะราน *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลดความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจากับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางการโจมตีตอบโต้ระหว่างทั้งสองฝ่ายที่ยังดำเนินต่อเนื่อง และการที่กลุ่มฮูตีในเยเมนขู่ก่อกวนการเดินเรือในทะเลแดง ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้หากกลุ่มฮูตีขัดขวางการเดินเรือในทะเลแดง แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดของมาตรการ ขณะที่ผู้ไกล่เกลี่ยกำลังพยายามฟื้นข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะไม่ละทิ้งแนวทางการทูต แต่จะไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาในขณะที่ยังถูกโจมตีทางทหารอยู่เช่นกัน *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่สำหรับสินค้าจากหลายสิบประเทศภายในวันศุกร์นี้ ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าววงใน โดยรัฐบาลทรัมป์เสนอจัดเก็บภาษีนำเข้าใหม่อย่างน้อย 10% กับประเทศคู่ค้า 60 ประเทศ โดยให้เหตุผลว่าประเทศเหล่านี้มีมาตรฐานด้านการป้องกันการใช้แรงงานบังคับที่หละหลวม และกำลังเตรียมบังคับใช้มาตรการดังกล่าวภายในสิ้นสัปดาห์ *** พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขค่าใช้จ่ายล่าสุดของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน อยู่ที่ 37,500 ล้านดอลลาร์ ระหว่างชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภาเมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำของบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ วงเงิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึงงบเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์สำหรับสงครามกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าการประเมินของหลายสำนัก โดยเฉพาะเมื่อรวมผลกระทบทางอ้อมต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ โดย Moody's Analytics ที่ประเมินว่าต้นทุนทางเศรษฐกิจของสงครามอาจสูงถึง 150,000 ล้านดอลลาร์ จากปัจจัยอย่างราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในสหรัฐฯ *** รัฐสภาอินโดนีเซียมีมติผ่านกฎหมายเมื่อวันอังคาร เพื่อเปิดทางจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในธุรกิจธนาคารและการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) รวมถึงสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อินโดนีเซียพยายามพัฒนาภาคการเงินมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินทุนจากต่างประเทศได้มากขึ้น โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้แตะ 8% ภายในปี 2029 *** ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เสนอปรับปรุงกฎระเบียบการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเมื่อวันอังคาร โดยขยายหลักเกณฑ์ในการพิจารณา บริษัทอินเดียที่เข้าข่ายอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ถือหุ้นต่างชาติ RBI ระบุว่า การปรับปรุงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของร่างกฎเกณฑ์ใหม่ที่มีเป้าหมายสร้างกรอบการลงทุนจากต่างประเทศที่ใช้งานง่ายและมีความชัดเจนมากขึ้น พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 31 ส.ค. ภายใต้ร่างหลักเกณฑ์ใหม่ บริษัทอินเดียจะถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของนักลงทุนต่างชาติ หากนักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนความเป็นเจ้าของที่มีสิทธิออกเสียงตั้งแต่ 10% ขึ้นไป หรือมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการส่วนใหญ่ของบริษัท หรือมีอำนาจในการกำหนดทิศทางการบริหารและนโยบายของกิจการได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสร้างความกังวลทางด้านกฎหมาย *** การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนมิ.ย. ขยายตัว 19.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2022 โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และการอ่อนค่าของเงินเยน สูงกว่าผลสำรวจโดยรอยเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 18.6% และเร่งตัวจากระดับ 16.8% ในเดือนพ.ค. การส่งออกของญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนจากการส่งออกอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง โดยกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น เช่น Tokyo Electron, Renesas Electronics และ Advantest ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว 50-93% นับตั้งแต่ต้นปี *** ธนาคารระดับโลกเตรียมรับค่าธรรมเนียมรวมมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ จากสินเชื่อ Bridge Loan มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ที่ SoftBank Group ใช้สำหรับการลงทุนใน OpenAI โดยวงเงินกู้ดังกล่าวซึ่งลงนามตั้งแต่เดือนมี.ค. ใกล้จัดสรรให้กลุ่มธนาคารผู้ร่วมปล่อยกู้ได้ครบทั้งหมดแล้ว และแต่ละธนาคารคาดว่าจะได้รับค่าธรรมเนียมราว 25-70 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การที่ SoftBank มีมูลค่าการลงทุนใน OpenAI เพิ่มขึ้นเกิน 60,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เจ้าหน้าที่บางส่วนเริ่มกังวลต่อการเพิ่มเดิมพันครั้งใหญ่กับผู้พัฒนา ChatGPT ขณะที่ธนาคารต่างๆ กำลังทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนสำหรับการลงทุนดังกล่าว *** หุ้น Super Micro Computer พุ่งขึ้น 15% หลังผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า บริษัทคาดว่าอัตรากำไรในไตรมาสเดือนมิ.ย. จะออกมาสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ จากแรงหนุนคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก บริษัทระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Gross Margin) คาดว่าจะอยู่ในช่วง 15-17% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 8.2-8.4% ซึ่งเคยประกาศไว้เมื่อเดือนพ.ค. Super Micro ระบุในการปรับทวนผลประกอบการเบื้องต้นว่า การปรับเพิ่มประมาณการครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากโครงสร้างลูกค้าและสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าที่ส่งผลให้อัตรากำไรสูงขึ้น ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news |