ประเด็นร้อน

พบ 5 โบรกฯ แห่เปลี่ยนชื่อรีแบรนด์ - แตกไลน์ธุรกิจ

พบ 5 โบรกฯ แห่เปลี่ยนชื่อรีแบรนด์ - แตกไลน์ธุรกิจ

5 โบรกเกอร์ พาเหรดเปลี่ยนชื่อ-รีแบรนด์ - แตกไลน์ธุรกิจใหม่ ช่วง 3 ปีหลัง หวังดันรายได้-กระจายความเสี่ยงธุรกิจหลัก XPG-BYD ราคาพุ่งระเบิดหลังปรับโฉม ฟากมาร์เก็ตแชร์ KKPS ยังรั้งเบอร์ 1 สัดส่วน 19.36% 


*** "SCBS" เปลี่ยนชื่อเป็น"INVX"หวังลุยตลาด"อาเซียน"
 

ล่าสุด บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ (SCBS) ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) เพื่อให้สอดรับกับทิศทางนโยบายของกลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX) ที่มุ่งมั่นสู่การเป็นกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินระดับภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมขยายธุรกิจการเงินการลงทุนสู่ตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

เพิ่มขีดความสามารถองค์กรให้เติบโตก้าวกระโดด ผ่านเทคโนโลยี, นวัตกรรมต่างๆ และตอบรับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีการเงิน และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลกการเงินแห่งอนาคต

โดยล่าสุด บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) อยู่ในลำดับที่ 12 จากข้อมูลตั้งแต่ต้นปี (YTD) ที่สัดส่วน 2.98% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 691 ล้านบาท 


*** ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบอีก 4 โบรกฯแห่รีแบรนด์
 

ทั้งนี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้สำรวจข้อมูลโบรกเกอร์ย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 62 - 65) จาก SETTRADE พบว่าในช่วงดังกล่าว นอกจาก บล.ไทยพาณิชย์ ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อเป็น บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แล้ว ยังมีอีก 4 โบรกเกอร์ ที่ทยอยเปลี่ยนชื่อรีแบรนด์ใหม่ ประกอบด้วย 
 

5 โบรกฯพาเหรดเปลี่ยนชื่อช่วง 3 ปีหลัง

ชื่อใหม่

ชื่อเดิม

อินโนเวสท์ เอกซ์

ไทยพาณิชย์

ดาโอ

เคทีบีเอสที

พาย

คันทรี่

บียอนด์

เออีซี

กรุงไทย เอ็กซ์สปริง

เคที ซิมิโก้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยรวบรวมข้อมูล ณ 12 ก.ย.65


*** "KTBST"เปลี่ยนชื่อเป็น"DAOL"ตามกลุ่มทุนเกาหลี
 

โดย หากนับย้อนหลัง บล.ไทยพาณิชย์ที่เป็นรายล่าสุด จะพบว่า บล.เคทีบเอสที (ประเทศไทย) หรือ KTBST เป็นโบรกเกอร์รายก่อนหน้า ที่ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บล.ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL มีผลเมื่อ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การเปลี่ยนชื่อเป็น บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ของ บล.เคทีบีเอสที (ประเทศไทย) มีเหตุผลหลัก คือ บริษัท KTB Investment & Securities ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บมจ.เคทีบีเอสที โฮลดิ้ง (กลุ่มบริษัท เคทีบีเอสที) ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท DAOL  Investment & Securities ตั้งแต่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา

ส่งผลให้ บมจ.เคทีบีเอสที โฮลดิ้ง (กลุ่มบริษัท เคทีบีเอสที) (KTBST Group) ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.ดาโอ (ประเทศไทย) (กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย)) (DAOL (THAILAND)) และเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ใหม่ด้วยเช่นกัน

ล่าสุด บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีส่วนแบ่งการตลาด อยู่ในลำดับที่ 24 ด้วยสัดส่วน 1.21% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 280 ล้านบาท


*** "CGS"เปลี่ยนชื่อเป็น"Pi"หวังรีแบรนด์ครั้งใหญ่
 

ขณะที่ในปี 65 ยังมีอีก 2 โบรกเกอร์ที่ประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่ คือ บล.คันทรี่ (CGS) ที่ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น บล.พาย (Pi) เมื่อ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยการเปลี่ยนชื่อเป็น บล.พาย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรีแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น และสอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ในการเข้าสู่โลกการเงินดิจิทัล 

โดย บล.พาย ได้เริ่มกลยุทธ์ใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ที่รวบรวมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีทางการเงินจากทั่วโลกมาไว้ในแอปพลิเคชันเดียวทั้งในระบบ Android และ iOS โดยบทบาทของแอปพลิเคชันดังกล่าว จะเป็นโซลูชั่นด้านการซื้อขายหลักทรัพย์และการลงทุนส่วนบุคคลชั้นนำของไทย

ล่าสุด บล.พาย มีส่วนแบ่งการตลาด อยู่ในลำดับที่ 18 ด้วยสัดส่วน 1.82% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 422 ล้านบาท


*** "KTZ"เปลี่ยนชื่อเป็น"KTX"รุกหนักหลักทรัพย์
 

ส่วนอีก 1 โบรกเกอร์ที่เปลี่ยนชื่อในปีนี้ คือ บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX) ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก บล.กรุงไทย ซิมิโก้ (KTZ)  ตั้งแต่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยหวังรุกหนัก 4 ธุรกิจหลักทรัพย์ อาทิ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ แบบ Full Service Broker, ธุรกิจเวลธ์เมเนจเม้นท์ (Wealth Management), ธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) และธุรกิจลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Inter Market trading)

รวมถึงยังมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อาทิ การเป็นผู้จัดการการจัดหน่าย DR (Depositary Receipt) หรือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ตอกย้ำการเป็นบริษัทที่จะให้การบริการทางการเงิน การลงทุนอย่างครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มและขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

ทั้งนี้ การเปลี่ยนชื่อดังกล่าว ไม่ใช่ครั้งแรกของกลุ่ม"กรุงไทย" โดยในปี 63 ได้มีการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 1 ครั้ง จากชื่อเดิมคือ บล.เคที ซิมิโก้ เป็น บล.กรุงไทย ซีมิโก้ ซึ่งการเปลี่ยนชื่อครั้งนั้น มีวัตถุประสงค์ในการสร้างแบรนด์ใหม่ให้มีความเข้มแข็งขึ้น ด้วยการสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์การเป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงไทย (KTB) มากขึ้น 

ล่าสุด บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง มีส่วนแบ่งการตลาด อยู่ในลำดับที่ 14 ด้วยสัดส่วน 2.11% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 488 ล้านบาท


*** "AEC"เปลี่ยนชื่อเป็น"BYD"แตกไลน์ธุรกิจใหม่
 

ด้าน บล.เออีซี (AEC) เปลี่ยนชื่อเป็น บล.บียอนด์ (BYD) มีผลตั้งแต่ 9 ส.ค.64 โดยการเปลี่ยนชื่อบริษัทดังกล่าว เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการขยายธุรกิจที่มุ่งไปสู่การเติบโตในธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งยังมีการเสริมศักยภาพภายในโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์

อีกทั้ง ยังมีการแตกไลน์ธุรกิจออกไปนอกธุรกิจหลักทรัพย์ เช่นการเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจเดินรถ โดยใช้รถโดยสารไฟฟ้า (E-Bus) ของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด โดยเป็นการร่วมลงทุนผ่านทางบริษัท เอซ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด 

ล่าสุด บล.บียอนด์ มีส่วนแบ่งการตลาด อยู่ในลำดับที่ 36 ด้วยสัดส่วน 0.2% และมีมูลค่าซื้อขายรวม 45 ล้านบาท 


*** หลังเปลี่ยนชื่อพบราคาหุ้นพุ่งเฉลี่ยถึง 372%
 

อย่างไรก็ตาม 5 โบรกเกอร์ที่เปลี่ยนชื่อใหม่ พบว่า มี 2 โบรกเกอร์มีหุ้นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท) คือ บล.บียอนด์ ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ BYD และ บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ภายใต้ชื่อหลักทรัพย์ XPG โดยราคาหุ้นของทั้ง 2 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยถึง 372%   

โดยหุ้น XPG ปรับตัวขึ้นถึง 542% นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อรีแบรนด์ครั้งแรก เมื่อ 17 ม.ค.63 แต่ราคาหุ้นนับตั้งแต่รีแบรนด์ครั้งที่ 2 เมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา - ปัจจุบัน กลับปรับตัวลงราว 16% 

ส่วนหุ้น BYD ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 201% นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเมื่อ 9 ส.ค.64 


*** "KKPS"รั้งเบอร์ 1 ส่วนแบ่งตลาดโบรกฯไทย
 

ทั้งนี้ บล.เกียรตินาคินภัทร (KKPS) เป็นโบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดในไทยสูงสุด สัดส่วน 19.36% มีมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่ต้นปี รวม 4.4 พันล้านบาท 

ขณะที่ มีโบรกเกอร์อีก 4 แห่ง ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 5% ประกอบด้วย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 7.92% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.8 พันล้านบาท, บล.ฟินันเซียไซรัส (FSS) มีส่วนแบ่งการตลาด 5.34% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.2 พันล้านบาท

ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด (KINGFORD) มีส่วนแบ่งการตลาด 5.23% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.2 พันล้านบาท และ บล.เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย) หรือ JPM มีส่วนแบ่งการตลาด 5.17% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.1 พันล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด