ประเด็นร้อน

เปิดโผ 19 หุ้น กำไรจ่อโต 3 ปีติด จับตา! ปีนี้โตสูงสุด 80%

เปิดโผ 19 หุ้น กำไรจ่อโต 3 ปีติด จับตา! ปีนี้โตสูงสุด 80%

พบ 19 บจ. กำไรปี 63 - 65 จ่อโตต่อเนื่อง 3 ปีติด ส่วนใหญ่เป็นหุ้น SET100 กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ติดโผสูงสุด 3 บริษัท JMT - CHAYO - SAWAD นำทีมโกยกำไร ส่วน IP ถูกคาดปีนี้โตสูงสุด 73 - 80% ตะลึง TQM อัพไซด์สูงลิ่ว 50.88 - 78.44% ขณะที่มีอีก 4 บจ. อัพไซด์เกิน 50%
 

*** พบ 19 บจ. กำไรปี 63 - 65 จ่อโตต่อเนื่อง
 

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ช่วงปี 63 - 64 ซึ่งเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ บจ.ส่วนใหญ่ แต่ในช่วงดังกล่าว มีหุ้น 168 บริษัท ทีสามารถรายงานกำไรสุทธิเติบโตขึ้นจากปีก่อนได้ต่อเนื่อง 2 ปีติด

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ของนักวิเคราะห์จาก IAA Consensus พบว่ามีหุ้น 19 บริษัท จาก 168 บริษัทดังกล่าว ที่ถูกคาดว่า กำไรสุทธิปี 65 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ประกอบด้วย
 

19 บจ.กำไรปี 63 – 65 จ่อโตต่อเนื่อง 3 ปีติด

ชื่อย่อหุ้น

(%) กำไรปี 63 - 64 โต

กำไรปี 65 (ลบ.)*

%chg YoY

ราคาเหมาะสม (บ.)

%อัพไซด์

IP

24 - 96

182 - 189

73 - 80

24.5 – 26

29.63 – 37.57

JMT

54 - 34

2,350 - 2,355

67 - 68

70 – 80

0.36 – 14.70

CHAYO

39 - 41

291 - 316

33 - 44

15 – 16.70

25 – 39.17

RATCH

5 - 24

9,521 - 10,931

23 - 40

51 – 67

17.24 – 54.02

EPG

11 - 22

1,640 - 1,678

35 - 37

14.3 – 17

48.19 – 76.17

KCE

21 - 115

2,786 - 3,189

15 - 31

72  - 82.5

10.77 – 26.92

BCPG

6 - 5

2,256 - 2,597

12 - 29

17 – 18

40.5 – 48.76

COM7

23 - 76

3,217 - 3,289

22 - 25

39.75

(-4.22)

TVO

17 - 25

2,553

23

32 – 36.8

3.23 – 18.71

TQM

38 - 27

998 - 1,074

12 - 20

63 – 74.5

50.9 – 78.44

ASIAN

516 - 28

1,150 - 1,256

10 - 20

20 – 22.8

28.21 – 46.15

SYNEX

23 - 34

926 - 1,035

8 - 20

29 – 35

10.48 – 33.33

WICE

224 - 166

591 - 621

10 - 16

20.5 – 28

13.89 – 55.56

TACC

16 - 14

234 - 245

10 - 14

8.5 – 10.1

12.58 – 33.77

NER

59 - 115

1,939 - 2,099

5 - 13

9.2 – 11.8

29.58 – 66.20

SAWAD

20 - 5

5,247 - 5,258

11- 12

72 – 86

26.32 – 50.88

DOHOME

1 - 150

1,984 - 2,035

10 - 12

23 – 26

3.6 – 17.12

AP

38 - 7

4,718 - 5,046

4 - 11

11.8 – 13

10.28 – 21.50

LALIN

50 - 4

1,468 - 1,511

6 - 10

12.48 – 13.2

24.8 – 32

*คาดการณ์กำไรสุทธิปี 65, ราคาเหมาะสม จาก IAA Consensus ณ 23 มี.ค.65

*อัพไซด์เทียบราคาปิด 23 มี.ค.65


*** กลุ่มเงินทุนโตสวนโควิด ติดโผสูงสุด 3 บจ. 
 

19 บจ.ดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในดัชนี SET100 จำนวน 13 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ติดโผสูงสุด 3 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค, พัฒนาอสังหาริมทรัพย์, พาณิชย์ และ อาหารและเครื่องดื่ม ติดโผ จำนวน 2 บริษัท เท่ากัน

บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) เป็นบริษัทในกลุ่มเงินทุนฯ ที่ปีนี้ถูกคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตสูงสุด โดยปี 63 - 64 กำไรสุทธิเติบโตขึ้น 54% และ 34% ตามลำดับ ขณะที่ปี 65 ถูกประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 2.3 - 2.35 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 67 - 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิปีนี้ของ JMT มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มีปัจจัยหนุน จากการเข้าซื้อหนี้เสียเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท อีกทั้ง รายได้ติดตามหนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากมูลหนี้รับจ้างที่เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน โดยเป็นผลของการสิ้นสุดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ตั้งแต่ ธ.ค.64 

นอกจากนี้  JMT จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมทุนกับ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซึ่งคาดว่าจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเสร็จ ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 65 อีกด้วย

ด้าน บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) ที่กำไรสุทธิปี 63 - 64 เติบโตขึ้น 39% และ 41% ตามลำดับ ถูกคาดกำไรสุทธิปี 65 ไว้ที่ 291 - 316 ล้านบาท เติบโตขึ้น 33 - 44% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากแผนการซื้อหนี้เสียเข้ามาบริหารเพิ่มขึ้น ด้วยงบลงทุนราว 1.5 พันล้านบาท อีกทั้ง ภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว ช่วยหนุนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเพิ่มขึ้น

ส่วน บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ที่กำไรสุทธิปี 63 - 64 เติบโตขึ้น  20% และ 5% ตามลำดับ ถูกคาดกำไรสุทธิปี 65 ไว้ที่ 5.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 11 - 12% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากสินเชื่อปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 20 - 30% จากปีก่อน หลังความต้องการสินเชื่อลูกค้ากลุ่ม Unbanked เริ่มสูงขึ้น ประกอบกับ SAWAD มีแผนทยอยปรับเพิ่ม LTV ของสินเชื่อจำนำทพเบียนรถ และสินเชื่อจำนำทะเบียนบ้าน และที่ดิน ขึ้นสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ตั้งแต่เดือน มี.ค.นี้ เป็นต้นไป
 

*** คาดปีนี้ IP โตสูงสุด 80% อีก 3 บจ. โตเกิน 30%
 

ขณะเดียวกัน บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา (IP) ถูกคาดว่ากำไรสุทธิปี 65 จะเติบโตสูงสุด โดยประเมินไว้ที่ 182 - 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73 - 80% จากปีก่อน หลังปี 63 - 64 เติบโตขึ้น 24% และ 96% ตามลำดับ ซึ่งปีนี้ มีปัจจัยหนุนจากการเร่งขยายตลาด ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มคนและสัตว์ และช่องทางขาย ประกอบกับ จะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ อย่าง ร้านขายยา LAB Pharmarcy ที่เพิ่งเข้าลงทุน และเพิ่งเพิ่มแผนขยายสาขาในปีนี้เป็น 40 แห่ง (เดิม 22 แห่ง)

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 บริษัท นอกเหนือจาก JMT และ CHAYO ที่ถูกคาดว่า กำไรสุทธิปี 65 จะเติบโตขึ้นมากกว่า 30% ประกอบด้วย บมจ.ราช กรุ๊ป (RATCH) ที่ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 9.5 พันล้านบาท - 1 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 23 - 40% จากปีก่อน หลังปี 63 - 64 เติบโตขึ้น 5% และ 24% ตามลำดับ

สำหรับปัจจัยหนุนการเติบโตปี 65 ของ RATCH คือ การเริ่มต้นดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้า Riau ในประเทศอินโดนีเซีย ขนาดกำลังการผลิต 145 MW เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ประกอบกับ เป็นปีแรกที่จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปี จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Yadin ในประเทศออสเตรเลีย

ขณะที่ ตลอดทั้งปี 65 ทาง RATCH มีกำหนดการ COD โครงการใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ NRER กำลังผลิต 45 MW ในเดือน เม.ย.นี้, โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ RCO ส่วนขยายกำลังผลิต 30 MW แลพกำลังการผลิตไอน้ำ 5.5 ตัน/ชั่วโมง และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong กำลังผลิต 15 MW

ฟาก บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) ถูกคาดกำไรสุทธิงวดปีนี้ไว้ที่ 1.6 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 35 - 37% จากปีก่อน หลังปี 63 - 64 เติบโตขึ้น 11% และ 20% ตามลำดับ โดยปัจจัยหนุนการเติบโตกำไรสุทธิงวดปีนี้ คือ ความต้องการชิ้นส่วนผลิตรถยนต์ ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับ ส่วนแบ่งเงินลงทุนในบริษัทร่วมมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 80 - 90 ล้านบาท/ไตรมาส (เดิม 50 - 60 ล้านบาท/ไตรมาส)

ส่วน บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ถูกคาดกำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 2.7 - 3.1 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 15 - 31% จากปีก่อน หลังปี 63 - 64 เติบโตขึ้น 11% และ 22% ตามลำดับ โดยปัจจัยหนุนการเติบโตปีนี้ คือ การเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นรองรับความต้องการสินค้าที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับ KCE ได้มีการปรับราคาขายขึ้นจากเดิมอีก 3% 
 

*** TQM อัพไซด์สูงสุด 78% อีก 4 อัพไซด์เกิน 50%
 

ทั้งนี้ บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้น มีอัพไซด์สูงสุด 50.88 - 78.44% รองลงมา คือ บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) ที่ราคาหุ้นมีอัพไซด์ ระหว่าง 48.19 - 76.17%

ขณะที่ มีอีก 4 บริษัท ที่ราคาหุ้นมีอัพไซด์มากกว่า 50% ประกอบด้วย บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) มีอัพไซด์ 29.58 - 66.20%, บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) มีอัพไซด์ 13.89 - 55.56%, บมจ.ราช กรุ๊ป (RATCH) มีอัพไซด์ 17.24 - 54.02% และ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) มีอัพไซด์ 26.32 - 50.88%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด