ประเด็นร้อน

เปิดโผ 16 หุ้นร้อน ราคาพุ่ง 50 - 353% ตั้งแต่ต้นปี

เปิดโผ 16 หุ้นร้อน ราคาพุ่ง 50 - 353% ตั้งแต่ต้นปี

พบ 16 หุ้นร้อนราคาวิ่งแรงตั้งแต่ต้นปี ส่วนมากเป็นหุ้น mai ถึง 10 บริษัท ตะลึง ZIGA พุ่งสูงสุด 353% ขณะที่มีถึง 8 บจ. ถูก ตลท.กำกับการซื้อขาย ด้านกูรูเตือนเพื่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ชี้เก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
 

*** พบ 16 บจ. ราคาหุ้น YTD พุ่ง 50 - 353% 
 

ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวขึ้น 53.96 จุด หรือ 3.25% ส่งผลให้มีหุ้นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 16 บริษัท ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ 50 - 353% ประกอบด้วย
 

16 บจ. ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีพุ่งสูงสุด 50 – 353%

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิด 17 ก.พ.65 (บ.)

%chg YTD

ZIGA

19.5

353

HYDRO

1.13

213

CMO

12.6

123

JTS

274

109

PSG

1.2

106

BGT

2.5

103

TRT

5.4

80

INET

8.25

79

MONO

2.6

72

UPA

0.63

70

TPCS

25

58

ARIN

3.26

57

IMH

19.3

53

TBSP

34

52

TC

9.15

51

QLT

6.2

50

ที่มา : SETSMART ณ 17 ก.พ.65


*** ZIGA พุ่งสูงสุด 353% หุ้น mai ติดโผเพียบ 
 

16 บจ.ดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ถึง 10 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจบริการ และ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ติดโผสูงสุด 3 บริษัท เท่ากัน รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ ทรัพยากร ที่ติดโผ จำนวน 2 บริษัท เท่ากัน

โดย บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 353% รองลงมา คือ บมจ.ไฮโดรเท็ค (HYDRO) ที่ราคาหุ้น ปรับตัวขึ้น 213%

ขณะที่ มีอีก 4 บริษัท ที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี ปรับตัวขึ้นมากกว่า 100% ประกอบด้วย บมจ.ซีเอ็มโอ (CMO) ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 123%, บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 109%

ส่วน บมจ.พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น (PSG) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 106% และ บมจ.บีจีที คอร์ปอเรชั่น (BGT) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 103%
 

*** มีถึง 8 ใน 16 บริษัท ถูกควบคุมการซื้อขาย
 

อย่างไรก็ตาม 16 บริษัทดังกล่าว ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปี มีถึง 8 บริษัท ที่ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ควบคุมการซื้อขาย โดยมี 5 บริษัท ที่ยังอยู่ในช่วงของการถูกกำกับการซื้อขาย

 

8 บจ. ถูกควบคุมการซื้อขาย

ชื่อย่อหุ้น

ระดับการควบคุม/วันที่ถูกควบคุม

CMO

ระดับ 3 (5 - 25 ม.ค.), (3 - 23 ก.พ.)

ARIN

ระดับ 1 (7 ก.พ.), ระดับ 2 (8 ก.พ.), ระดับ 3 (9 ก.พ. - 1 มี.ค.)

MONO

ระดับ 1 (10 - 17 ม.ค.), ระดับ 2 (18 ม.ค. - 7 ก.พ.) (8 - 28 ก.พ.)

UPA

ระดับ 1 (14 ก.พ. - 25 มี.ค.)

ZIGA

ระดับ 1 (17 ก.พ. - 8 มี.ค.)

JTS

ระดับ 1 (16 ธ.ค.64 - 5 ม.ค.65), ระดับ 2 (13 ม.ค. - 2 ก.พ.)

BGT

ระดับ 1 (27 ม.ค. - 15 ก.พ.)

PSG

ระดับ 1 (5 - 7 ม.ค.), ระดับ 2 (10 ม.ค.)

ที่มา : SETSMART ณ 17 ก.พ.65


ทั้งนี้ บมจ.ซีเอ็มโอ (CMO) กำลังถูกควบคุมการซื้อขายระดับที่ 3 (ห้าม Net settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance) ตั้งแต่ 3 - 23 ก.พ.นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ CMO ก็ถูกตลท. ใช้มาตรการควบคุมการซื้อขายระดับที่ 3 มาแล้วหนึ่งครั้ง ระหว่าง 5 - 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่ บมจ.อรินสิริ แลนด์ (ARIN) กำลังถูกควบคุมการซื้อขายระดับที่ 3 เช่นกัน ระหว่าง 9 ก.พ. - 1 มี.ค.นี้ หลังก่อนหน้านี้ ถูกควบคุมการซื้อขายในระดับที่ 1 (Cash Balance) และ ระดับที่ 2 (ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance) ในวันที่ 7 ก.พ. และ 8 ก.พ. ตามลำดับ

ด้าน บมจ.โมโน เน็กซ์ (MONO) กำลังถูกควบคุมการซื้อขายระดับที่ 2 ระหว่างวันที่ 8 - 28 ก.พ.นี้ หลังก่อนหน้านี้ ถูกควบคุมการซื้อขายในระดับที่ 1 และ ระดับที่ 2 ในช่วง 10 - 17 ม.ค.ที่ผ่านมา และ 18 ม.ค. - 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามลำดับ

ฟาก 2 บริษัท ที่กำลังถูกควบคุมการซื้อขายระดับที่ 1 ครั้งแรก ประกอบด้วย บมจ.ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย (UPA) ระหว่าง 14 ก.พ. - 25 มี.ค. และ บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) ระหว่าง 17 ก.พ. - 8 มี.ค.นี้

ส่วน 3 บริษัท ที่สิ้นสุดมาตรการควบคุมซื้อขายแล้ว ประกอบด้วย บมจ.จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น (JTS), บมจ.บีจีที คอร์ปอเรชั่น (BGT) และ บมจ.พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น (PSG)
 

*** กูรูเตือนเพิ่มความระวัง ชี้เก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น 
 

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า ระบุว่า หากพิจารณาปัจจัยทางพื้นฐานของหุ้นทั้ง 16 บริษัท พบว่าส่วนมากอยู่ในระดับ "Over Value"หมดแล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าลงทุน แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการจะเก็งกำไรระยะสั้น ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ 

เนื่องจากหุ้นกลุ่มดังกล่าว ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังทางอารมณ์เป็นหลัก ดังนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีแรงขายทำกำไรออกมา ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง และราคาหุ้นจะวิ่งกลับสู่พื้นฐานเดิม ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับบริษัทที่สนใจเข้าเก็งกำไรอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในอดีตควบคู่กันด้วย เพื่อจำกัดความเสี่ยงให้ลดลง

ส่วน"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เสริมว่า แนะนำนักลงทุนพิจารณาผลประกอบการของทั้ง 16 บริษัทก่อนตัดสินใจเข้าลงทุน หากบริษัทใดที่ไม่มีผลประกอบการเติบโตรองรับ แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาในระดับสูง จะยิ่งทำให้ระดับ P/E (Price/Earnings Per Share) ปรับตัวขึ้นสูงตามด้วยเช่นกัน ดังนั้น ในแง่การลงทุนสามารถทำได้เพียงแค่เก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด