ประเด็นร้อน

เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เดือนเม.ย. เน้นกลุ่มเปิดเมือง - กำไรฟื้น

เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เดือนเม.ย. เน้นกลุ่มเปิดเมือง - กำไรฟื้น

4 โบรกเกอร์ มองความขัดแย้งรัสเซีย - ยูเครน กับ นโยบายการเงิน FED ยังกระทบหุ้นไทยเดือนเม.ย.นี้ แนะจับตาใกล้ชิด ประเมินกรอบดัชนี 1,650 - 1,730 จุด พร้อมเปิดโผ 14 หุ้นเด่นประจำเดือน เน้นธีมหุ้นเปิดเมือง - กำไรฟื้น ยก MINT แจ่มสุด ส่วน MAJOR อัพไซด์สูงสุด 26.90%
 

*** สงครามรัสเซีย - ยูเครน ยังกระทบหุ้นเดือน เม.ย. ชี้เป้าดัชนี 1,650 - 1,730 
 

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจกลยุทธ์การลงทุนเดือน เม.ย.65 จากนักวิเคราะห์ 4 โบรเกอร์ พบส่วนใหญ่มองว่าการทำสงครามระหว่างรัสเซีย กับ ยูเครน และ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดหุ้นไทย โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ดังนี้
 

4 โบรกฯ ประเมินกรอบดัชนีเดือน เม.ย.65

บล.

กรอบดัชนี

ยูโอบีฯ

1,650 - 1,730

ไอร่า

1,670 - 1,720

เคทีบีฯ

1,670 - 1,720

เอเชีย พลัส

1,650 - 1,720

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือนเม.ย.65 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,670 - 1,720 จุด โดยในเดือนนี้ ยังคงต้องจับตาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย กับ ยูเครน แต่ประเมินดีขึ้น หลังการเจรจารอบล่าสุดส่งสัญญาณโทนบวก

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประชุม Opec Plus ที่คาดว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขึ้นเป็น 4.32 แสนบาร์เรล/วัน (เดิม 4 แสนบาร์เรล/วัน) ตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไป ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันมีแนวโน้มค่อยๆปรับตัวลง ซึ่งอาจกระทบต่อ Sentiment ของหุ้นในกลุ่มพลังงานฯของตลาดหุ้นไทยเล็กน้อย

ด้าน"กิจพณ ไพรไพศาลกิจ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือนเม.ย.65 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,650 - 1,730 จุด โดยในเดือนดังกล่าว มีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การประกาศงบการเงินไตรมาส 1/65 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยคาดหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และ พลังงานและสาธารณูโภค จะมีกำไรสุทธิเติบโต เป็นปัจจัยหนุนดัชนี

ขณะที่ ตัวเลขการค้าเดือน มี.ค. มีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 20% ของยอดส่งออก (เดิม 10% ของยอดส่งออก) นำมาซึ่งการขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ ประกอบกับ ช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. เป็นช่วงการจ่ายเงินปันผลของบจ. ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) อาจไหลออกจากตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้นได้

ฟาก"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม"  ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเซียพลัส ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือนเม.ย.65 เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,650 - 1,720 จุด โดยปัจจัยที่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นไทยในเดือนดังกล่าว คือ ทำสงครามระหว่างรัสเซีย กับ ยูเครน เป็นหลัก ซึ่งการเจรจาของทั้ง 2 ประเทศ ที่ออกมาเป็นบวก หรือ ลบ จะสะท้อนในตลาดเดือนเม.ย.65 ด้วย

ส่วน"มงคล พ่วงเภตรา" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบีเอสที ประเมินดัชนีหุ้นไทยเดือน เม.ย.65 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,670 - 1,720 จุด โดยตัวแปรสำคัญในเดือน เม.ย.นี้ มี 2 ประเด็น คือ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย กับ ยูเครน จะเป็นไปในทิศทางใดต่อไป แต่ประเมินว่ามีแนวโน้มดีขึ้น 

ประกอบกับ นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นแต่ไม่มากเหมือนก่อนหน้านี้ เพราะในเดือน เม.ย.นี้ FED ยังไม่มีวาระการประชุม ทำให้ตลาดเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น และอาจเห็นแรงซื้อของเม็ดเงินต่างประเทศกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
 

*** เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เดือน เม.ย. เน้นธีมเปิดเมือง - กำไรฟื้น
 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากลยุทธ์การลงทุนเดือน เม.ย.65 ของโบรกเกอร์ทั้ง 4 แห่ง จะพบว่า มีกลยุทธ์หลัก คือ แนะนำหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากการกลับมาเปิดประเทศเต็มรูปแบบ และ ผลการดำเนินงานปีนี้ มีแนวโน้มฟื้นตัวโดดเด่น โดยมีหุ้นแนะนำทั้งหมด 14 บริษัท ซึ่งมีอัพไซด์ 10% ขึ้นไป ประกอบด้วย
 

4 โบรกฯ ชี้เป้า 14 หุ้นเด่นเดือน เม.ย.65

บล.

ชื่อย่อหุ้น

เหตุผล

ราคาเหมาะสม (บ.)

%อัพไซด์*

เอเชีย พลัส

MAJOR

กำไรฟื้น

25

26.90

CPALL

กำไรฟื้น

75

16.28

MINT

อานิสงส์เปิดประเทศเต็มที่

36

10.77

AOT

อานิสงส์เปิดประเทศเต็มที่

69.6

10.12

ยูโอบีฯ

MINT

หุ้น LAGGARD

41

26.15

BJC

หุ้น LAGGARD

44.25

24.65

TIDLOR

หุ้น LAGGARD

48

23.08

CPN

หุ้น LAGGARD

66

15.79

CENTEL

หุ้น LAGGARD

44

10.69

ไอร่า

CENTEL

อานิสงส์เปิดประเทศเต็มที่

44

10.69

OSP

กำไรฟื้น

40

10.55

ICHI

กำไรฟื้น

12.6

10.42

MINT

อานิสงส์เปิดประเทศเต็มที่

35

10.36

ERW

อานิสงส์เปิดประเทศเต็มที่

3.64

10.33

เคทีบีฯ

JMART

เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า

63.2

10.88

KBANK

เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า

172

10.25

SCGP

เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า

62

10.12

*อัพไซด์เทียบราคาปิด 29 มี.ค.65

 

*** กูรูยก MINT แจ่มสุด หุ้นอาหารฯ กอดคอติดโผเพียบ
 

หุ้น 14 บจ.ดังกล่าว ส่วนใหญ่ เป็นบริษัทในดัชนี SET100 จำนวน 11 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจธอาหารและเครื่องดื่มติดโผสูงสุด จำนวน 3 บริษัท รองลงมา คือ หุ้นในกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ ที่ติดโผจำนวน 2 บริษัท

โดยเดือนเม.ย.นี้ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เป็นหุ้น ที่โบรกเกอร์แนะนำตรงกันมากที่สุด 3 แห่ง ซึ่งนอกจาก MINT ยังมีอีก 2 บริษัท ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ที่ติดโผประกอบด้วย บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) และ บมจ.โอสถสภา (OSP)

ขณะที่ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เป็นบริษัท ที่มีนักวิเคราะห์แนะนำตรงกันมากเป็นอันดับ 2 รองจาก MINT โดยมีโบรกเกอร์แนะนำตรงกัน 2 แห่ง


*** พบ MAJOR อัพไซด์สูงสุด 26.90% ส่วนอีก 3 บจ. อัพไซด์ 20% ขึ้นไป
 

ทั้งนี้ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงสุด 26.90% ขณะที่ มีอีก 3 บริษัท ที่ราคาหุ้น มีอัพไซด์มากกว่า 20% ประกอบด้วย บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) มีอัพไซด์ 26.15%

ส่วน บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) มีอัพไซด์ 24.65% และ บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) มีอัพไซด์ 23.08%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด