ประเด็นร้อน

19 บจ. ราคาพุ่งสวนงบ สูงสุด 235.53% กูรูแนะระวังลงทุน

19 บจ. ราคาพุ่งสวนงบ สูงสุด 235.53% กูรูแนะระวังลงทุน

พบ 19 บจ.ราคาหุ้น YTD พุ่ง 22.67 - 235.53% สวนงบ Q1/65 อ่อนแอ TEAMG หุ้นวิ่งแรงสุด 235.53% ดัน P/E แตะ 57.02 เท่า ส่วน MONO ค่า P/E พุ่งสูงสุดถึง 176.45 เท่า ด้านกูรูแนะระวังลงทุน เหตุราคาพุ่งแรงจนเกินพื้นฐาน เเนะเปลี่ยนไปเล่นกลุ่มราคา Laggard แต่งบ Q2/65 จ่อเติบโต 
 

*** พบ 19 บจ. ราคาหุ้นพุ่ง สวนงบอ่อนแอ
 

ล่าสุด บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ส่วนใหญ่ประกาศงบการเงินไตรมาส 1/65 ออกมาหมดแล้ว โดยมี 215 บริษัท ที่กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 หดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  และ อีก 187 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานงวดดังกล่าว ขาดทุนสุทธิ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจการเคลื่อนไหวราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มดังกล่าว ตั้งแต่ต้นปี (YTD) พบว่า มี 19 บริษัท ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 22.67  -235.53% ทั้งที่ผลประกอบการไตรมาส 1/65 รายงานขาดทุนสุทธิ และ หดตัวจากปีก่อน ประกอบด้วย
 

19 หุ้น ราคาวิ่งสวนงบ Q1/65

ชื่อย่อหุ้น

ราคาปิด (บ.)*

%chg YTD

P/E (เท่า)

กำไร Q1/65 (ลบ.)

%chg YoY

TEAMG

10.70

235.53

57.02

18.35

(-14.13)

FSMART

22.40

90.00

46.45

80.94

(-27.30)

TSR

4.30

47.95

130.79

19.66

(-39.08)

MONO

2.12

44.74

176.45

11.19

(-15.16)

SNNP

16.30

36.97

43.7

105.37

(-40.77)

SISB

12.50

30.85

56.2

63.2

(-10.48)

กลุ่มงบ Q1/65 ขาดทุน

NBC

2.54

158.18

N/A

(-54.30)

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

NINE

6.35

128.15

N/A

(-33.63)

พลิกขาดทุน

UMS

2.86

125.40

N/A

(-3.86)

ขาดทุนลดลง

HYDRO

0.79

122.22

N/A

(-10.19)

พลิกขาดทุน

ARIN

4.10

102.88

N/A

(-6.7)

ขาดทุนลดลง

NUSA

1.46

55.67

N/A

(-4.58)

ขาดทุนลดลง

TVD

1.77

53.36

N/A

(-133.79)

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

AKP

3.00

42.45

N/A

(-2.94)

พลิกขาดทุน

SHR

4.30

40.00

N/A

(-204.09)

ขาดทุนลดลง

WIN

1.79

35.20

N/A

(-2.15)

ขาดทุนเพิ่มขึ้น

TRT

3.94

32.67

N/A

(-24.05)

ขาดทุนลดลง

CENTEL

40.25

28.80

N/A

(-43.69)

ขาดทุนลดลง

ERW

3.72

22.67

N/A

(-313.10)

ขาดทุนลดลง

ที่มา : SETSMART ณ 25 พ.ค.65

*ราคาปิด 25 พ.ค.65


*** 6 บจ.กำไรดิ่ง แต่หุ้นพุ่ง 30.85 - 235.53%
 

โดย 6 บริษัท ที่กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 หดตัวจากปีก่อน แต่ราคาหุ้น YTD กลับปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ 30.85 - 235.53% จนอัตราส่วน Price/Earnings Per Share (P/E) ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 43.7 - 174.45 เท่า ประกอบด้วย
 

*** TEAMG พุ่งแรง 235.53% ดัน P/E แตะ 57.02 เท่า
 

6 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 5 บริษัท และ เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 1 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจบริการติดโผสูงสุด จำนวน 2 บริษัท 

บมจ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ (TEAMG) เป็นบริษัทที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 235.53% จนทำให้อัตราส่วน P/E อยู่ในระดับสูงถึง 57.02 เท่า ทั้งที่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 18.35 ล้านบาท ลดลง 14.13% จากปีก่อน 

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น TEAMG ปี 65 ปรับตัวขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบกับราคาปิด ณ สิ้นปี 64 ถึง 304.60% ที่ราคา 12.30 บาท/หุ้น ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา 

รองลงมา คือ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 90% จนทำให้อัตราส่วน P/E อยู่ในระดับสูงถึง 46.45 เท่า ทั้งที่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 80.94 ล้านบาท ลดลง 27.30% จากปีก่อน 

โดย ราคาหุ้น FSMART ปี 65 ปรับตัวขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบกับราคาปิด ณ สิ้นปี 64 ถึง 133.33% ที่ราคา 28 บาท/หุ้น ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา


*** ตะลึง 2 บจ. P/E พุ่งเกิน 100 เท่า ทั้งที่กำไรหดตัว
 

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 บริษัท ที่อัตราส่วน P/E ณ ปัจจุบัน อยู่ในระดับสูงกว่า 100 เท่า ประกอบด้วย บมจ.โมโน เน็กซ์ (MONO) ที่มีอัตราส่วน P/E สูงถึง 176.45  ทั้งที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 11.19 ล้านบาท หดตัว 15.16% จากปีก่อน ขณะที่ ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 44.74%

ขณะที่ ราคาหุ้น MONO ปี 65 ปรับตัวขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบกับราคาปิด ณ สิ้นปี 64 ถึง 103.94% ที่ราคา 3.1 บาท/หุ้น ช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ.ที่ผ่านมา

ด้าน บมจ.เธียรสุรัตน์ (TSR) มีอัตราส่วน P/E สูงถึง 130.79 ทั้งที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิ 19.66 ล้านบาท หดตัว 39.08% จากปีก่อน ขณะที่ ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 47.95%

ทั้งนี้ ราคาหุ้น TSR ปี 65 ปรับตัวขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบกับราคาปิด ณ สิ้นปี 64 ถึง 62.32% ที่ราคา 4.74 บาท/หุ้น ช่วงเดือน พ.ค.นี้
 

*** อีก 13 บจ.งบขาดทุน แต่หุ้นพุ่ง 22.67 - 158.18%
 

ส่วนอีก 13 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 มีขาดทุนสุทธิ แต่ราคาหุ้น YTD กลับปรับตัวขึ้นตั้งแต่ 22.67 - 158.18% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 8 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจบริการ ติดโผมากสุด จำนวน 4 บริษัท รองลงมา เป็นกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและสันมนาการ จำนวน 3 บริษัท


*** NBC งบขาดทุน แต่ราคาหุ้นพุ่งสูงสุดถึง 158.18%
 

โดย บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น (NBC) เป็นบริษัทที่ไตรมาส 1/65 รายงานขาดทุนสุทธิ 54.30 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 23.20 ล้านบาท แต่ราคาหุ้น YTD กลับปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 158.18% นอกจากนี้ ราคาหุ้น NBC ปี 65 ยังปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 163.63% ที่ราคา 2.9 บาท/หุ้น ช่วงเดือน พ.ค.นี้

รองลงมา คือ บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE) ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้น 128.15% ทั้งที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 พลิกขาดทุนสุทธิ 33.63 ล้านบาท เทียบปีก่อน มีกำไรสุทธิ 50.82 ล้านบาท โดยราคาหุ้น NINE ปี 65 ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 182.45% ที่ราคา 8.05 บาท/หุ้น ช่วงเดือน พ.ค.นี้
 

*** พบอีก 3 บจ. งบ Q1/65 ขาดทุน แต่หุ้นพุ่งเกิน 100%
 

ขณะเดียวกัน ยังมีอีก 3 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ขาดทุนสุทธิ แต่ราคาหุ้น YTD กลับปรับตัวขึ้นมากกว่า 100% ประกอบด้วย บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 125.40% แต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ขาดทุนสุทธิ 3.86 ล้านบาท เทียบปีก่อนขาดทุนสุทธิ 14.26 ล้านบาท 

ด้าน บมจ.ไฮโดรเท็ค (HYDRO) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 122.22% แต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ขาดทุนสุทธิ 10.19 ล้านบาท เทียบปีก่อน มีกำไรสุทธิ 5.83 ล้านบาท  และ บมจ.อรินสิริ แลนด์ (ARIN) ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 102.88% แต่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ขาดทุนสุทธิ 6.7 ล้านบาท เทียบปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 10.09 ล้านบาท
 

*** วงการแนะระวังลงทุน ชี้ราคาหุ้นพุ่งเกินพื้นฐานแล้ว
 

"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ไอร่า ระบุว่า สเหตุที่ทำให้ราคาหุ้ยในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ทั้งที่ผลการดำเนินงานยังอ่อนแอ เป็นเพราะเกิดจากความคาดหวังการเติบโตในอนาคต หรือ อาจมองว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทได้ถึงช่วงต่ำสุดแล้ว จึงเข้าไปลงทุนเพื่อหวังเก็งกำไร

อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มหุ้นดังกล่าวไปก่อน เนื่องจากส่วนใหญ่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนเกินมูลค่าพื้นฐานแล้ว ส่วน นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และ ยังอยากเข้าเก็งกำไรต่อ เเนะนำให้พิจารณาอัพไซด์ของหุ้นเป็นหลัก หากราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ และยังมีสตอรี่การเติบโต ก็ยังสามารถเข้าเก็งกำไรได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่ "กิจพณ ไพรไพศาลกิจ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)  ระบุสาเหตุที่ทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นร้อนแรง เนื่องจากเกิดจากความคาดหวังการพลิกฟื้นผลการดำเนินงานให้กลับมาเติบโตได้ในระยะถัดไป อีกทั้งบางบริษัท ยังมี Sentiment เชิงบวก จากการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร และ โครงสร้างผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ ยังคงแนะนำนักลงทุน หลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มหุ้นดังกล่าวไปก่อน เนื่องจากราคาหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นจนเริ่มมีความเสี่ยงที่สูงเกินไปแล้ว โดยแนะนำเปลี่ยนไปหาหุ้นในกลุ่มที่ราคาหุ้นก่อนหน้านี้ปรับตัวลงมาพอสมควร แต่แนวโฯ้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/65 จะเติบโตได้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด