ประเด็นร้อน

4 โบรกฯชี้เป้า 14 หุ้นเด่น เดือนพ.ค. เน้นกลุ่มเปิดเมือง

4 โบรกฯชี้เป้า 14 หุ้นเด่น เดือนพ.ค. เน้นกลุ่มเปิดเมือง

4 โบรกเกอร์ มองแนวโน้ม FED ขึ้นดอกเบี้ยอัตราเร่ง 0.5% ยังเป็นปัจจัยหลัก กดดัน SET เดือน พ.ค.ฟื้นยาก ประเมินกรอบดัชนี 1,600 - 1,700 จุด พร้อมเปิดโผ 14 หุ้นเด่นเดือน พ.ค. เน้นกลุ่มรับอานิสงส์เปิดเมืองเต็มรูปแบบ ยก MAJOR - SPA แจ่มสุด ส่วน HANA เหลืออัพไซด์สูงสุด 57.30%
 

*** กูรูผสานเสียง SET เดือน พ.ค.ยังฟื้นยาก
 

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจกลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ค.65 จากนักวิเคราะห์ 4 โบรเกอร์ พบส่วนใหญ่มองว่า แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในอัตราเร่ง รอบการประชุมเดือน พ.ค.นี้ จะเป็นปัจจัยหลัก ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดหุ้นไทย โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ดังนี้
 

4 โบรกฯประเมินกรอบดัชนีเดือน พ.ค.65

บล.

ช่วงดัชนี

ยูโอบีฯ

1,600 - 1,700

ไอร่า

1,620 - 1,685

เมย์แบงก์ฯ

1,630 - 1,680

เอเชีย พลัส

1,600 - 1,650


"ณรงค์เดช จันทรไพศาล" นักวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ไอร่า มองว่า ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) เดือน พ.ค.นี้ ยังมีแนวโน้มเป็นขาลง โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่บริเวณ 1,620 - 1,685 จุด โดยเดือน พ.ค.มีปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทย (SET) อย่าง การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในอัตราเร่ง

ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้กระแสเงินทุนส่วนเกินในตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ เงินดอลลาร์เริ่มแข็งค่าขึ้น กดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงบริเวณ 34 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศที่ซื้อหุ้นไทย ช่วงปลายปี 64 เริ่มขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว จึงจะเห็นการขายหุ้นไทยออกไปเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว

ด้าน "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ค. ยังอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องจากเดือน เม.ย.65 โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,600 - 1,650 จุด มีปัจจัยฉุด จากธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราเร่ง ประกอบกับ ภาวะเงินเฟ้อเริ่มอยู่ในระดับสูง 

นอกจากนี้ ยังประเมินว่า การประกาศงบการเงินไตรมาส 1/65 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตลอดเดือน พ.ค. ไม่สามารถชดเชยปัจจัยลบดังกล่าว ที่มีอิทธิพลเหนือตลาดหุ้นไทยได้ 

ขณะที่ "กิจพณ ไพรไพศาลกิจ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า ตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ค.ยังเป็นทิศทางขาลง โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,600 -1,700 จุด มีปัจจัยกดดัน จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และ การปรับลดงบดุล ของธนาคารกลางสหรัฐฯ 

ขณะเดียวกัน การทำสงครามระหว่างประเทศรัสเซีย กับ ยูเครน ยังคงยืดเยื้อต่อไป อนึ่ง ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะได้ข้อยุติเมือใด จึงทำให้ บจ. อาจมีการปรับลดเป้าหมายรายได้ - กำไร หลังประกาศงบการเงินไตรมาส 1/65 ซึ่งเป็นอีก 1 ปัจจัยที่ส่งผลเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทย

ส่วน "วิจิตร อารยะพิศิษฐ" นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทย เดือน พ.ค.ไว้ที่ 1,630 - 1,680 จุด โดยมองว่าในช่วงต้นเดือน ดัชนียังเป็นทิศทางขาลง จากการรอดูท่าทีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ แต่มองว่า หลังการประชุมดังกล่าว น่าจะเริ่มมีแรงซื้อกลับมาบ้าง ภายใต้เงื่อนไขการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ FED เป็นไปตามคาดที่ 0.5%


*** เปิดโผ 14 หุ้นเด่น เดือน พ.ค.เน้นธีมเปิดเมือง 
 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากลยุทธ์การลงทุนเดือน พ.ค.65 ของโบรกเกอร์ทั้ง 4 แห่ง จะพบว่า มีกลยุทธ์หลัก คือ แนะนำหุ้นที่ได้รับปัจจัยบวกจากการกลับมาเปิดประเทศเต็มรูปแบบ และ ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยมีหุ้นแนะนำทั้งหมด 14 บริษัท ซึ่งมีอัพไซด์ 10% ขึ้นไป ประกอบด้วย
 

4 โบรกฯชี้เป้า 14 หุ้นเด่นเดือน พ.ค.

บล.

ชื่อย่อหุ้น

เหตุผล

ราคาเหมาะสม (บ.)

%อัพไซด์*

ยูโอบีฯ

HANA

อานิสงส์บาทอ่อน

70

57.30

BBL

อานิสงส์เปิดเมือง

159

21.37

MAJOR

อานิสงส์เปิดเมือง

24.6

19.42

KCE

อานิสงส์บาทอ่อน

72

18.52

SPA

อานิสงส์เปิดเมือง

8.6

12.42

เอเชีย พลัส

SFLEX

อานิสงส์เปิดเมือง

5.4

27.96

BH

กำไรโตกว่ากลุ่ม

190

14.80

CPALL

อานิสงส์เปิดเมือง

75

14.50

ไอร่า

MBK

ราคา Laggard กลุ่ม

16.5

26.92

SCB

อานิสงส์เปิดเมือง

141

23.68

SPA

อานิสงส์เปิดเมือง

8.7

13.73

เมย์แบงก์ฯ

MAJOR

กำไร H1/65 แกร่ง

25.5

23.79

KTB

กำไร H1/65 แกร่ง

18

22.45

JMT

กำไร H1/65 แกร่ง

103

19.77

GFPT

กำไร H1/65 แกร่ง

16.3

17.27

DCC

กำไร H1/65 แกร่ง

3.5

15.89

*อัพไซด์เทียบราคาปิด 27 เม.ย.65


*** ส่วนใหญ่แนะนำหุ้น SET100 "แบงก์"ติดโผเพียบ
 

หุ้น 14 บจ.ดังกล่าว ส่วนใหญ่ เป็นบริษัทในดัชนี SET100 จำนวน 9 บริษัท โดยกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ติดโผสูงสุด จำนวน 3 บริษัท รองลงมา คือ หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ติดโผจำนวน 2 บริษัท

โดยหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่นักวิเคราะห์แนะนำ ประกอบด้วย บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) มีอัพไซด์ 23.68%, ธนาคารกรุงไทย (KTB) มีอีพไซด์ 22.45% และ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีอัพไซด์ 21.37%


*** กูรูยก MAJOR- SPA แจ่มสุดเดือน พ.ค.
 

ขณะที่ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) และ บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) เป็น 2 บริษัท ที่มีนักวิเคราะห์แนะนำตรงกันมากที่สุด จำนวน 2 แห่ง โดย MAJOR มีอัพไซด์ระหว่าง 19.42 - 23.79% ส่วน SPA มีอัพไซด์ระหว่าง 12.42 - 13.73%


*** พบ HANA ยังเหลืออัพไซด์สูงสุดถึง 57.30%


ด้าน บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) เป็นบริษัท ที่มีอัพไซด์สูงสุดถึง 57.30% รองลงมา คือ บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ที่มีอัพไซด์ 27.96%

ทั้งนี้ นอกจาก SCB, KTB, BBL และ MAJOR ยังมี บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) อีก 1 บริษัท ที่ราคาหุ้นมีอัพไซด์มากกว่า 20% โดยราคาหุ้น MBK ณ ปัจจุบัน เหลืออัพไซด์อีก 26.92% 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด