ประเด็นร้อน

เปิดโผ 12 บจ. ปี 65 จ่อพลิกกำไร ชูอัพไซด์สูงสุด 75%

เปิดโผ 12 บจ. ปี 65 จ่อพลิกกำไร ชูอัพไซด์สูงสุด 75%

พบ 12 บจ. จ่อพลิกกำไรปี 65 หุ้นอาหารฯกอดคอติดโผมากสุด 4 บริษัท MINT เตรียม Turn Around สูงสุด 1.4 - 3 พันลบ. ตะลึงมีถึง 7 บริษัท อัพไซด์เกิน 30% พบ SHR อัพไซด์สูงลิ่ว 22 - 75% 
 

*** พบ 12 บจ. ปี 65 เตรียม Turn Around
 

ล่าสุด บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศงบการเงินปี 64 ออกมากันหมดแล้ว โดยในงวดงบปีดังกล่าว มี บจ. ทั้งหมด 168 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานมีขาดทุนสุทธิ

ทั้งนี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้สำรวจบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลัง บจ.ประกาศงบการเงินปี 64 หมดแล้ว พบว่า มี 12 บริษัท จาก 168 บริษัทดังกล่าว ที่ถูกคาดว่า ผลการดำเนินงานปี 65 จะพลิกเป็นกำไรสุทธิ ประกอบด้วย 
 

12 บจ. เตรียมพลิกกำไรปี 65

ชื่อย่อหุ้น

บล.

กำไรปี 64 (ลบ.)

กำไรปี 65 (ลบ.)

ราคาเป้าหมาย (บ.)

%อัพไซด์*

MINT

หยวนต้า

(-13,166)

3,036

42

37

เคจีไอ

(-13,166)

2,453

39

27

เอเชีย พลัส

(-13,166)

1,400

36

17

TRUE

หยวนต้า

(-1,428)

1,521

6.4

30

NEX

ฟินันเซียฯ

(-107)

1,254

26

60

CENTEL

เคจีไอ

(-1,732)

660

43.5

18

หยวนต้า

(-1,732)

658

40.5

9

ANAN

เอเชีย พลัส

(-457)

461

1.27

-7

เคทีบีฯ

(-457)

390

1.3

-4

กรุงศรี

(-457)

190

1.4

3

ITD

เมย์แบงก์ฯ

(-156)

370

2.6

29

เอเชีย พลัส

(-156)

38

1.96

-3

ALL

ทรีนีตี้

(-347)

330

3.42

25

SHR

หยวนต้า

(-1,234)

319

5.75

75

โนมูระฯ

(-1,234)

220

4

22

เคทีบีฯ

(-1,234)

81

4.5

37

GLOCON

ฟินันเซียฯ

(-152)

178

1.3

33

ZEN

เคจีไอ

(-92)

138

13.8

19

โนมูระฯ

(-92)

106

14.4

24

SEAFCO

หยวนต้า

(-57)

130

5.34

34

เอเชีย พลัส

(-57)

75

4.08

2

ฟินันเซียฯ

(-57)

60

4.5

13

SPA

หยวนต้า

(-287)

82

10

48

ที่มา : บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)

*อัพไซด์เทียบราคาปิด 14 มี.ค.65


*** หุ้นอาหารติดโผสูงสุด ถึงเวลาโกยกำไร 
 

12 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นบริษัทนอกดัชนี SET100 จำนวน 9 บริษัท ขณะที่กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ติดโผสูงสุด จำนวน 3 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง, พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ การท่องเที่ยวและสันทนาการ ที่ติดโผ จำนวน 2 บริษัท เท่ากัน

บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เป็น 1 ในหุ้นกลุ่มอาหารฯ และ เป็นหุ้นที่ถูกคาดว่าปี 65 จะพลิกกำไรสุทธิสูงสุด ประเมินไว้ราว 1.4 - 3 พันล้านบาท เทียบปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท มีปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงแรมในทวีปยุโรป (NH Hotel) ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง 

ขณะที่ ธุรกิจอาหารของ MINT ในช่วงต้นปี 65  การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) พลิกกลับมาเติบโต 11% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับที่มีนัยสำคัญ เพราะเทียบกับไตรมาสก่อน ยังติดลบ 1.7%

ด้าน บมจ.โกลบอล คอนซูเมอร์ (GLOCON) ถูกประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 178 ล้านบาท เทียบปีก่อน ขาดทุนสุทธิ152 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุน จากการทยอยปรับขึ้นราคาขายที่สามารถชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ประกอบกับ การย้ายโรงงานผลิตใหม่ 2 แห่ง จะทำให้มีพื้นที่พอจะขยายไลน์ผลิตเฟสที่ 2 เพื่อรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าได้

ส่วน บมจ.เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป (ZEN) ถูกคาดกำไรสุทธิไว้ที่ 106 - 138 ล้านบาท เทียบปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 92 ล้านบาท มีปัจจัยหนุนจากความกัวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ลดลง ส่งผลให้ SSSG ทั้งปี 65 มีแนวโน้มกลับมาเติบโต 20% จากปีก่อน สะท้อนจากการเร่งกลับมาเปิดสาขาใหม่อีกราว 180 แห่ง
 

*** นอกจาก MINT พบอีก 2 จ่อพลิกกำไรมากกว่า 1 พันลบ.
 

อย่างไรก็ตาม นอกจาก MINT แล้ว ยังมีอีก 2 บริษัท ที่ปี 65 ผลการดำเนินงาน มีแนวโน้มพลิกกำไรสุทธิมากกว่า 1 พันล้านบาท ประกอบด้วย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ถูกคาดพลิกกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท เทียบปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 1.4 พันล้านบาท มีปัจจัยหนุน จากรายได้บริการเติบโตขึ้น 5% จากปีก่อน 

นอกจากนี้ ยังมีการพยายามควบตุมต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังพยายามปรับองค์กรสู่ระบบดิจิทัล รวมทั้ง การใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน

และ บมจ.เน็กซ์ พอยท์ (NEX) ที่ถูกคาดมีกำไรสุทธิ 1.2 พันล้านบาท เทียบปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 107 ล้านบาท มีปัจจัยหนุน จากการส่งมอบรถบัสไฟฟ้า (E-Bus) ที่จะเริ่มเร่งตัวขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป ประกอบดับ การเข้าสู่ธุรกิจ EV  พร้อมเครือข่ายการให้บริการและการตลาดที่ครอบคลุมทั่วประเทศและการลงทุนใน Absolute Assembly (AAB, not listed) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิต EV เพื่อการพาณิชย์รายแรกในประเทศไทย
 

*** นอกจาก MINT - TRUE พบ CENTEL อีกหุ้น SET100 จ่อพลิกกำไร
 

ขณะเดียวกัน นอกจาก MINT และ TRUE ยังมี บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) อีก 1 บริษัท ที่ผลการดำเนินงานปี 65 มีแนวโน้มพลิกเป็นกำไรสุทธิได้ โดยประเมินไว้ราว 658 - 660 ล้านบาท เทียบปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 1.7 พันล้านบาท มีปัจจัยหนุน จากการกลับมาเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยงต่างชาติ ตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ประกอบกับ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ลดความเข้มงวดลง
 

*** มีถึง 7 บริษัท ราคาหุ้นมีอัพไซด์ ตั้งแต่ 30% ขึ้นไป
 

ทั้งนี้ เมื่อสำรวจราคาเหมาะสมของโบรกเกอร์ เทียบกับราคาปิดล่าสุด พบว่ามีถึง 7 บริษัท ที่ราคาหุ้น มีอัพไซด์มากกว่า 30% ประกอบด้วย บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) มีอัพไซด์ 22 - 75%, บมจ.เน็กซ์ พอยท์ (NEX) มีอัพไซด์ 60%, บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) มีอัพไซด์ 48%

ขณะที่ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) มีอัพไซด์ 17 - 37%, บมจ.ซีฟโก้ (SEAFCO) มีอัพไซด์ 13 - 34%, บมจ.โกลบอล คอนซูเมอร์ (GLOCON) มีอัพไซด์ 33% และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มีอัพไซด์ 30%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด