ข่าวนี้ที่ 1

BRI ได้ฤกษ์เข้าเทรดวันแรก-จ่อผุดโครงการอสังหาฯหมื่นลบ.

BRI ได้ฤกษ์เข้าเทรดวันแรก-จ่อผุดโครงการอสังหาฯหมื่นลบ.

    `บริทาเนีย (BRI)` พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯวันแรก (21 ธ.ค.)  มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ 8,953 ล้านบาท ผู้บริหารเล็งนำเงินระดมทุนไปพัฒนาโครงการใหม่-ชำระคืนเงินกู้ยืม ล่าสุดอวดกำไร 9 เดือน โต 56% พร้อมเล็งเปิด 9โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท

 

*** ตลท.รับหุ้น BRI เข้าซื้อขายใน SET วันแรก 21 ธ.ค.นี้

 

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลทรับหลักทรัพย์ บริษัท บริทาเนีย จำกัด(มหาชน) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BRI” ในวันที่ 21 ธ.ค.64

    โดย BRI เป็นบริษัทแกนนำหลักของกลุ่มบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบภายใต้ 4 แบรนด์ แบ่งตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและรูปแบบโครงการที่มีหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ได้แก่แบรนด์ เบลกราเวีย แกรนด์บริทาเนีย บริทาเนีย และไบรตัน โดยบริษัทมีประสบการณ์พัฒนาโครงการในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลตั้งแต่ปี 59 รวมทั้งสิ้น 15 โครงการ และมีโอกาสในการพัฒนาโครงการใหม่ๆในทำเลที่มีการขยายตัวทั่วประเทศ

    ขณะที่มีทุนชำระแล้วหลัง IPO ที่ระดับ 426.33 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 600 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 252.65 ล้านหุ้น โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 7 – 9 ธ.ค.64 สำหรับผู้ถือหุ้นของ ORI ที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BRI (Pre-emptive Right) และ 13 – 15 ธ.ค.64 สำหรับผู้ลงทุนรายย่อยและผู้ลงทุนสถาบัน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 10.50 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 2,652.83 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 8,953 ล้านบาท การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 17.52 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 12 เดือน หารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.60 บาท

 

*** เล็งนำเงินไปพัฒนาโครงการ-ชำระคืนเงินกู้ยืม 

 

    นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บริทาเนีย (BRI) เปิดเผยว่า การนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับบริษัทและเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินของบริษัท ทั้งในแง่ของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ความเชื่อมั่นของคู่ค้าและผู้บริโภค รวมถึงเพิ่มโอกาสในการขยายการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ โดย BRI มีแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาโครงการของบริษัท รวมถึงชำระคืนเงินกู้ยืม และส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท

    อย่างไรก็ตาม BRI มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ 1.บมจ. ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ถือหุ้น 70%, 2. กลุ่มครอบครัวจรูญเอก ถือหุ้น 2.49% และ 3.กลุ่มครอบครัวชลคดีดำรงกุล ถือหุ้น 0.70% และมีนโยบายจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังจากหักภาษี และทุนสำรองตามกฎหมาย ทั้งนี้คณะกรรมการจะพิจารณาโดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เพื่อประโยชน์ของกิจการและผู้ถือหุ้น

 

*** อวดกำไร 9 เดือน 64 โต 56%- เล็งเปิด 9โครงการใหม่ มูลค่ารวมหมื่นลบ.

 

    ด้าน BRI รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/64 มีกำไรสุทธิ 164.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 68.34 ล้านบาท ส่วน 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 290 ล้านบาท ส่วนรายได้งวด 9 เดือนอยู่ที่ 2,808.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามแผนการขยายธุรกิจ จากแนวโน้มบ้านจัดสรรที่ขยายตัวตามเนื่อง ขณะที่สถานการณ์โควิด ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น

    ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 6 โครงการ มูลค่ารวม 4,300 ล้านบาทคาดว่าจะเริ่มพัฒนาโครงการเพื่อเปิดการขายตั้งแต่ไตรมาส 4/64 และในอนาคตมีแผนพัฒนาโครงการ 9 โครงการ มูลค่ารวม 10,800 ล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด