ข่าวนี้ที่ 1

กลุ่ม JMART ลั่นปี 65 กำไรเติบโตก้าวกระโดด 45-75%

กลุ่ม JMART ลั่นปี 65 กำไรเติบโตก้าวกระโดด 45-75%

          "เจ มาร์ท (JMART)"มั่นใจกำไรสุทธิปี 65 เติบโตกว่า 50% ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง วางเป้าเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมประกาศตัวเป็น Technology Invesment Holding Company หวังใช้เทคโนโลยีผลักดันการเติบโต สร้างรากฐานแข็งแกร่ง ด้าน JMT ตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโต 45% วางงบ 1 หมื่นลบ. ซื้อหนี้เพิ่ม ขณะที่ SINGER คาดกำไรสุทธิปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 75% ลุยขยายแฟรนไชส์ 7,000 แห่ง

          *** JMART ตั้งเป้ากำไรปีนี้โตกว่า 50% ประกาศตัวเป็น T-IHC  

          นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยในงานแถลงข่าวกลุ่มเจมาร์มแผนประจำปี 65 "JMART Group's Bussiness Direction 2022' ว่า ในปีนี้บริษัทมั่นใจว่ากำไรสุทธิจะเติบโตมากกว่า 50% หรือ ทำผลงาน All Time High ได้ต่อเนื่อง โดยจะรุกทั้งในธุรกิจ Commerce และ Finance ควบคู่ โดยมีเป้าหมายที่จะเติบโตแบบ Exponential Growth หรือ J Curve 

          ขณะเดียวกันในปี 65 บริษัทยังวางกลยุทธ์ โดยทรานส์ฟอร์มธุรกิจเป็น Technology Invesment Holding Company (T-IHC) จาก Invesment Holding Company (IHC) ซึ่งมองว่า การขับเคลื่อนด้วยพลัง Synergy ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และการเงิน ที่มีเทคโนโลยีและบล็อกเชน และ Big Data จะเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันการเติบโต 

          โดยแผนในปี 65 กลุ่มเจมาร์ทจะเติบโตแบบยกกำลัง 2 จากการร่วมกับกลุ่มบริษัทพันธมิตร โดยเฉพาะ BTS Group ที่คาดจะเห็นเมกะโปรเจกต์ร่วมกันมากขึ้น และเตรียมนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุน 30,000 ล้านบาทในการขยายธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เป็น Platform ทางด้านค้าปลีกและการเงิน โดยคาดจะได้เห็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นในปีนี้อีก 2-3 ดีล โดยโปรเจกต์แรกคาดประกาศเร็วๆ นี้ จะเป็นพันธมิตรในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านค้าปลีก และการเงินที่ต่อยอดการเติบโตของบริษัท

          *** ทุ่มงบ 2,000 ลบ. ขยายธุรกิจ

          นายกิติพัฒน์ ชลวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุน 2,000 ล้านบาท โดยส่วนแรกจะใช้ในการลงทุนในบริษัท JayDee Group.,Ltd ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการที่เป็นดีลเลอร์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งดำเนินธุรกิจมากกว่า 10 ปี แต่ปัจจุบันมีการแข่งขันรุนแรงในธุรกิจดังกล่าว โดยการรวมกันจะทำให้สามารถแข่งขันและลงทุนได้ในอนาคต โดย JMART เห็นศักยภาพและอยากเข้าไปเสริม โดยบริษัทจะนำเข้าผลิตภัณฑ์ในเจ โมบาย หรือสินค้าอื่นๆ เข้าไปเสริมที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

          นอกจากนี้ จะมีสินเชื่อที่จุดให้บริการทั้ง KB J Capital หรือ SINGER ประกันเข้าไปอยู่ในจุดขายด้วย โดยสัดส่วนที่จะเข้าไปลงทุนอยู่ที่ 25% โดยในปีนี้คาดว่าบริษัทดังกล่าวจะมีทุนจดทะเบียนที่ 1,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินที่ JMART จะเข้าไปลงทุนอยู่ที่ 250 ล้านบาท นอกจากนี้ในการใช้หน้าร้านในการจัดจำหน่าย บริษัทมีแผนจะนำเทคโนโลยีเข้าไปเสริมในการทำธุรกรรมด้วย 

          สำหรับ เงินลงทุนดังกล่าว จะนำไปใช้ในการร่วมลงทุน (JV)กับบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อการลงทุนร่วมกันในการประกอบธุรกิจ และเพื่อจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและโซลาร์โซลูชั่นผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่าย และการจัดหาสินเชื่อ โดยกลุ่มธุรกิจในเครือของบริษัททั่วประเทศ สำหรับสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าและโซลาร์โซลูชั่น โดยสัดส่วนการลงทุนประกอบด้วย JMART 40% SINGER 10% และ GUNKUL 50% โดยมีแผนที่จะนำบริษัทใหม่นี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตด้วย 

          นายกิติพัฒน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังมีโปรเจกต์  Thailand Amz Co.,Ltd ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตร เพื่อจัดตั้งบริษัทดังกล่าวขึ้น โดยจะดูในเรื่องของแพลตฟอร์ม ซึ่งผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าได้ หรือต้องการขายสินค้า ออนไลน์มาร์เกตติ้ง โดยในรายละเอียดการลงทุน หรือ พันธมิตรยังอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ยังมีวงเงินสำหรับการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่จะมาเสริทใน Ecosytem ของ JMART ได้ โดยธุรกิจที่จะเข้าไปลงทุนนั้น ยังเป็น retail consumer และ Innovation ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จะต้องมีผลประกอบการที่ดีด้วย

          "จากงบประมาณที่ตั้งไว้ 2,000 ล้านบาท จะสามารถทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้บางส่วนจากที่บริษัทลงทุนในบริษัทต่างๆ และคาดว่าในอนาคตจะเป็นฐานและสร้างผลประกอบการ และผลกำไรให้ JMART เติบโตแบบ Exponential Growth ที่ยั่งยืน"นายกิติพัฒน์ กล่าว 

          *** JAYMART MOBILE หวังกำไรโตเท่าตัว ชู 4 กลยุทธ์ดันธุรกิจ

          นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (JAYMART MOBILE) ผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์เสริม กล่าวว่า ในปี 65 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 50% หรือ 12,500 ล้านบาท และกำไรเติบโตเท่าตัว จากการบริหารจัดการภายในที่ดีต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับเกมธุรกิจภายใต้สถานการณ์โควิด โดยบริษัทได้ขยายสาขาผ่านการเปิดร้านเจมาร์ทซินเนอร์ยี่กับ SINGER และในพื้นที่ของบริษัทในเครือ รวมถึงการขายสินค้าผ่านช่องทาง Synergy ด้วยสินเชื่อจาก KB J Capital และ SINGER 

          สำหรับกลยุทธ์หลักปี 65 บริษัทวาง 4 กลยุทธ์หลัก คือ Gadget Destination มุ่งเน้นสินค้าด้านเทคโนโลยี สร้างประสบการณ์ใหม่ผู้บริโภค , Financial Destination การตอบโจทย์บริการด้านสินเชื่อ ไม่มีบัตรก็ผ่อนได้, Digital Transformation การขยายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และ Power of Synergy การมีเครือข่ายการขายที่แข็งแกร่ง ผ่านช่องทางของ SINGER และ BTS Group ทั้งนี้ มองว่านโยบายภาครัฐที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ช้อปดีมีคืน จะสนับสนุนให้ภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยในช่วงต้นปี 65 คึกคัก ขณะที่ประโยชน์ระยะยาวจากเทรนด์ Digital และ Metaverse เพิ่มโอกาสสินค้าเทคโนโลยีเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค 

          *** JMT ตั้งเป้ากำไรสุทธิปีนี้เติบโต 45% วางงบ 10,000 ลบ.ซื้อหนี้เพิ่ม

          นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ผู้นำในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ กล่าวว่า ในปีนี้ บริษัทตั้งงบลงทุนในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพรวม 10,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ากำไรเติบโต 45% โดยทำนิวไฮต่อจากการซื้อหนี้เข้ามาบริหาร และการเก็บเงินสดสูงขึ้น 

          "ภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้มีการเติบโตชัดเจน ในปี 65 มองว่าสถาบันการเงินจะมีการขายหนี้ออกมาจำนวนมาก หลังลูกค้าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด จึงวางงบซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในปี 65 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท"นายสุทธิรักษ์ กล่าว  

          ส่วนการเข้าร่วมลงทุนกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ในการตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อประกอบธุรกิจร่วมกันในธุรกิจให้บริการงานติดตามหนี้ และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/65 และทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ในไตรมาส 3 เป็นต้นไป และในปี 66 คาดว่าจะรับรู้รายได้ได้เต็มปี 

          *** J พร้อมรุกตลาดผู้สูงอายุ หวังกำไรโตไม่ต่ำกว่า 50% 

          นายสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% โดยบริษัทจะเดินหน้าเติบโตไปทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจ IT Junction ที่เริ่มกลับมาคึกคัก 2.ธุรกิจ JAS Property โดยจะเน้นบ้านมือสองพร้อมอยู่ โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 100 ล้านบาท 

           3.ธุรกิจศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ โดยในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะขยายในอีกหลายสาขาที่มีศักยภาพ และ 4.กลุ่มธุรกิจที่เป็น Mega เทรนด์ของประเทศ คือ Health Care and Service สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ภายใต้แบรนด์ SENERA โดยจะเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าชุมชน JAS GREEN VILLAGE-KUBON ที่แรกภายในไตรมาส 4/65 และตั้งเป้า 10 แห่งใน 3 ปี 

          *** SINGER คาดกำไรสุทธิปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 75% ลุยขยายแฟรนไชส์ 7,000 แห่ง

          นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER กล่าวว่า ในปี 65 มั่นใจจะสามารถทำผลงาน All Time High ได้ต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายการเติบโตของกำไรสุทธิเติบโต 75% จากปี 64 โดยจะมีการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase : HP) และพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) โดยในปี 65 คาดพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท 

          นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ดี ยังมาจากการบริหารจัดการต้นทุนการเงินที่ดี จุดแข็งที่มีทีมขายกระจายทั่วประเทศ โดยในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์รวม 7,000 แห่ง เพื่อเป็นฐานกำลังสำคัญในการบุกตลาดค้าปลีกที่แข็งแกร่ง และการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมร่วมกับ BTS Group และพันธมิตร

          ส่วนไฮไลท์ของ SINGER ในปี 65 เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อ ด้วยข้อจำกัดต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการเพิ่มทุนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ บริษัท เอสจี แคปปิตอล (SGC) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SINGER จะเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 65 นี้ 

          Mr. Won Suk Jung ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคบีเจ แคปปิตอล จำกัด (KB J) ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัท จะขยายการปล่อยสินเชื่อให้ได้มากกว่า 2 เท่าของปี 64 ที่ผ่านมา โดยได้เปิดตัว Cash Card “KashJoy Easy Card” ซึ่งจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคในประเทศไทยได้มากขึ้น โดยจะนำเอาเทคโนโลยีในการดำเนินงานทางด้านการเงินจากประเทศเกาหลีใต้ เข้ามาปรับใช้ในธุรกิจให้ได้มากที่สุด และตั้งเป้าจะเติบโตผลการดำเนินงานให้เติบโตได้ 2 เท่าจากปีที่ผ่านมา
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด