ข่าวนี้ที่ 1

MAKRO ทุ่มงบ 1.3 แสนลบ.ใน 5 ปี - จ่อติด SET50 หลังเพิ่มทุน

MAKRO ทุ่มงบ 1.3 แสนลบ.ใน 5 ปี - จ่อติด SET50 หลังเพิ่มทุน

   "สยามแม็คโคร(MAKRO )"  ประกาศพร้อมทุ่มงบ 1.3 แสนลบ.ใน 5 ปี ใช้ขยายสาขา-ลงทุนดิจิทัล วางเป้าปี 68 เพิ่มสัดส่วนรายได้จากตปท.เป็น 10% ส่วนโอนกิจการ LOTUS คาดแล้วเสร็จภายใน 25 ต.ค.นี้ พร้อมติดดัชนี SET50 หลังเพิ่มทุน หนุนฟรีโฟลทเป็น 15% ฟากโบรกฯ คาดกำไร MAKRO ปีนี้แตะ 6.9 พันลบ. ให้ราคาเป้าหมาย 49.6 บาท 

*** MAKRO วางงบลงทุน 5 ปี 1.3 แสนลบ. ดันรายได้ตปท.แตะ 10% ในปี 68 

    นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เปิดเผยว่าบริษัทเตรียมงบลงทุนสำหรับธุรกิจของ MAKRO และกลุ่มโลตัสส์ (LOTUS) ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี64-68) ไว้ประมาณ 130,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของบริษัท ซึ่งนอกจากการขยายสาขาแล้วบริษัทจะหันมาเน้นการลงทุนด้านดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น โดยเแบ่งเป็นงบลงทุนสำหรับธุรกิจในกลุ่ม MAKRO ประมาณ 60,000 ล้านบาท และส่วนของกลุ่ม LOTUS ราว 70,000 ล้านบาท

    โดยบริษัทตั้งเป้าจะขยายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้รวม ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้าหรือในปี 68 จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 5% หลังบริษัทเตรียมรับโอนกิจการจากกลุ่ม LOTUS เข้ามา ซึ่งส่วนหนึ่งมีการรับรู้รายได้มาจากสาขาในประเทศมาเลเซีย

    ประกอบกับบริษัทมีแผนจะขยายสาขาทั้ง MAKRO และ LOTUS ในตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ MAKRO มีจำนวน 7 สาขาในต่างประเทศ ได้แก่ กัมพูชาจำนวน 2 สาขา,เมียนมา 1 สาขา,อินเดีย 3 สาขา และจีน 1 สาขา ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการศึกษารูปแบบของตลาดทั้งแบบ B2B และ B2C รวมถึงการลงทุนแบบก่อสร้างใหม่เองหรือไปร่วมลงทุนกับพันธมิตรที่อยู่ในประเทศนั้น

*** คาดรับโอนกิจการ LOTUS แล้วเสร็จภายใน 25 ต.ค.นี้

    ขณะที่บริษัทคาดว่ารับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ในไทยและมาเลเซียจากบริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH) จะเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้ หากผู้ถือหุ้นอนุมัติในการทำธุรกรรมดังกล่าว หลังจะมีจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/64 ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งการดำเนินการหลังจากนั้นจะมีการยื่นไฟลิ่งเพื่อขออนุมัติการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งคาดจะยื่นได้ไม่เกิน 2 พ.ย.64

    สำหรับประโยชน์จากการเข้าถือหุ้นและรับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ครั้งนี้ มองว่าจะเพิ่มโอกาสการเติบโตจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย และทั้งสองบริษัทจะพัฒนาโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่ต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าและบริการ

*** หวังติด SET50 หลังออกหุ้นเพิ่มทุน 1.3 พันลบ.สำเร็จ ดันฟรีโฟลทแตะ15% 

    นอกจากนี้บริษัทคาดว่าจะเข้าไปติดในดัชนี SET 50 ได้อย่างแน่นอน ภายหลังจากบริษัทมีการออกหุ้นเพิ่มทุนอีกราว 1,300 ล้านหุ้นสำเร็จ ซึ่งจะหนุนให้สัดส่วนนักลงทุนรายย่อย (ฟรีโฟลท) เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 15% จากเดิมที่อยู่ระดับ 7%

    "แม็คโครเชื่อว่าจากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 32 ปี และเป็นอันดับ 1 ในธุรกิจ B2B ขณะที่โลตัสส์ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในตลาดแบบ B2C และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 27 ปี จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มได้ดียิ่งขึ้น ด้วยช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงศักยภาพในการจัดซื้อสินค้าที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้ต้นทุนสินค้าปรับตัวลดลง" นางสุชาดา กล่าว

*** ASPS คาดกำไรปีนี้แตะ 6.9 พันลบ. ให้เป้าปี 65 ที่ 49.6 บ. 

    ด้านบริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส (ASPS) ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 64 ลง 0.2% อยู่ที่ 6,952 ล้านบาท หลักๆ เพื่อสะท้อนผลการปรับโครงสร้าง โดยในปี 64 เป็นการรวม CPRD (Lotus’s) 2 เดือน และ ปรับลดกำไร MAKRO ที่ต่ำกว่าคาด จากผลกระทบโควิด-19 ต่อ ยอดขายสาขาเดิม(SSSG) และแผนการเปิดสาขาต่างประเทศที่ต่ำกว่าเป้าหมาย 

    อย่างไรก็ตามปรับเพิ่มกำไรปี 65-66 ขึ้น 84%, 113% อยู่ที่ 13,882 ล้านบาท และ 17,723 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการปรับรวม CPRD (Lotus’s) เต็มปี ภายใต้สมมติฐานการเปิดสาขาใหม่แต่ละปี ตามแผนการเปิดขั้นต่ำในแต่ละปี และปรับปรุงประมาณการเดิม MAKRO เพิ่มสมมติฐานยอดขายสาขาเดิมที่น่าจะกำหนดไว้ต่ำไป และเพิ่มจำนวนสาขาต่างประเทศที่มีการเปิดล่าช้าจากผลกระทบโควิด-19 ในปี 63-64 ส่วนสาขาในไทยกำหนดสมมติฐานไว้
ตามเดิม 

    ดังนั้น สมมติฐานฝ่ายวิจัยจึงยังไม่รวมผลบวก 1. Synergy 2.8 พันล้านบาทที่ทางกลุ่มคาดหวังกลางปี 65-66 และ 2. การนำเงิน PO เข้าไปขยายกิจการ โดยภายใต้สมมติฐาน MAKRO ขายหุ้น PO ในราคา 43.5 บาท จะช่วยให้ได้เงินเข้ามา 5.9 หมื่นล้านบาท กำหนดให้ใช้ประโยชน์เพียงนำสัดส่วนเงิน PO ที่ได้ราว 60% นำไปชำระคืนหนี้ซื้อLotus’s ของ CPRD จำนวน 1.2 แสนล้านบาท ที่ใกล้ครบกำหนด เท่ากับราว 3.6 หมื่นล้านบาท ส่วนหนี้ที่เหลือ 8.4 หมื่นล้านบาทให้รีไฟแนนซ์ภายใต้ต้นทุนการเงินของ MAKRO ซึ่งช่วยลดดอกเบี้ยอีกส่วน

    สำหรับคำแนะนำลดเป็น Switch จากเดิมแนะนำซื้อ โดยรอรายละเอียดแผนนำเงิน PO ขยายกิจการและการสร้าง Synergy โดยฝ่ายวิจัยปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 65 อิงวิธี DCF (WACC 7.5%, growth 2.0%) อยู่ที่ 49.6 บาท (เทียบเท่า Forward PER 40 เท่า) ยังไม่มี Upside เปิด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังขอรอติดตาม Upside ที่อาจมีเพิ่มเติมจากมูลค่าพื้นฐานปัจจุบัน จากรายละเอียดที่คาดได้รับมากขึ้นในช่วงการเสนอขายหุ้น PO ทั้งในส่วนแผนขยายธุรกิจหลังควบรวม ผ่านการใช้เม็ดเงิน PO รวมถึงแนวทางสร้าง Synergy ร่วมกันโดยละเอียด







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด