ข่าวนี้ที่ 1

TRV พร้อมลงกระดานเทรด กูรูเคาะราคาเหมาะสม 3-3.5 บ./หุ้น

TRV พร้อมลงกระดานเทรด กูรูเคาะราคาเหมาะสม 3-3.5 บ./หุ้น

    "บมจ.ที.อาร์.วี.รับเบอร์ โปรดักส์ (TRV)"  พร้อมเข้าเทรดใน mai วันแรก (2 ธ.ค.64) ระดมทุนซื้อเครื่องจักรหนุนกำลังผลิตยางขึ้นรูปเพิ่ม ฟาก FA มั่นใจกระแสตอบรับดี หลังยอดจองล้นสะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐาน - กูรู เคาะราคาเหมาะสม 3-3.5 บ./หุ้น 


*** mai รับ "ที.อาร์.วี.รับเบอร์ฯ (TVR)" เข้าเทรดวันแรก 2 ธ.ค.นี้ 
    
     นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ยินดีต้อนรับ บมจ. ที.อาร์.วี.รับเบอร์ โปรดักส์ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “TRV” ในวันที่ 2 ธ.ค.64

    โดย TRV ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยางขึ้นรูปเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มอื่นๆ เช่น ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร ซีลยางท่อน้ำ เป็นต้น ในปี 63 บริษัทมีสัดส่วนโครงสร้างรายได้เท่ากับ 44%: 55% : 1% ตามลำดับ โดยช่องทางการจัดจำหน่ายจะเป็นการจำหน่ายตรงให้ผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเริ่มต้นด้วยการร่วมกันออกแบบ และผลิตเพื่อส่งมอบตามคำสั่งซื้อของลูกค้า บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ได้การรับรองมาตรฐานระบบการบริหารจัดการคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ IATF 16949:2016 และได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือ ISO 14001:2015

    ซึ่งก่อนหน้านี้ TRV ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) โดยแบ่งเป็นเสนอขายต่อประชาชน จำนวนไม่เกิน 52.930 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 0.300 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 1.335 ล้านหุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.30 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 125.50 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์(มาร์เก็ตแคป) ณ ราคาไอพีโอ 483.00 ล้านบาท
 

*** ระดมทุนซื้อเครื่องจักร หนุนกำลังผลิตเพิ่ม 94 ล้านชิ้น 

    นายธีรวุฒิ นวมงคลชัยกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ที.อาร์.วี. รับเบอร์ โปรดักส์ (TRV) เปิดเผยว่า การระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปเป็นเงินทุนในการซื้อเครื่องจักร จำนวน 85.00 ล้านบาท ภายในปี 68 สนับสนุนให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 94 ล้านชิ้น ใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมแก่สถาบันการเงิน จำนวน 10.00 ล้านบาท ภายในปี 66 เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 22.83 ล้านบาท ภายในปี 66 และเป็นค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์ จำนวน 7.67 ล้านบาท ภายในช่วงเวลาเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้

    ทั้งนี้ TRV มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นหลักหลัง IPO คือ กลุ่มครอบครัวนวมงคลชัยกิจ ถือหุ้น 62.29% และกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุนสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีก้าวไกลไปด้วยกัน 2 ถือหุ้น 11.73% บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินของบริษัทฯหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และจัดสรรสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ


*** FA มั่นใจกระแสดี หลังยอดจองซื้อ IPO ล้น 

    นายวรนันท์ ถาวรนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คิงส์ฟอร์ด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของ TRV เปิดเผยว่าในช่วงเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอของ TRV ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย.ที่ผ่านมา มีนักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อเต็มจำนวน สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ TRV ทั้งศักยภาพการเติบโตในอุตสาหกรรม แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทฯ ก็ยังคงความสามารถในการบริหารจัดการด้วยความเป็นมืออาชีพ เงินระดมทุนจะนำมาใช้เพิ่มศักยภาพการผลิต และการขยายฐานลูกค้า จึงมั่นใจว่า TRV จะสามารถเติบโตต่อไปในอนาคต และทำให้ได้รับการตอบรับในวันเข้าซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในหมวดสินค้าอุตสาหกรรม วันที่ 2 ธ.ค.64 นี้


*** โบรกฯ มองราคาเหมาะสมกรอบ 3-3.50 บ. 

    สำหรับบทวิเคราะห์จากบล. คิงส์ฟอร์ด ประเมินกรอบราคาเหมาะสมของ TRV อยู่ในกรอบที่ 3.50 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการลงทุน ซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอีก 15 เครื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตทั้งในกลุ่มยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นเท่าตัวจากจำนวน 104.10 ล้านชิ้นต่อปี เป็น 198.10 ล้านชิ้นต่อปี ภายใน 3 ปี ข้างหน้า 

    ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 39.24% อยู่ที่ 29.52 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และโตต่อเนื่องเป็น 52.29 ล้านบาท ภายในปี 66 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยที่ 21% มีปัจจัยสนับสนุน คือ 1. อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าฟื้นตัวเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นรวมถึงการส่งออก 2. อัตรากำไรอยู่ในระดับที่ดีและมีประสิทธิภาพ 

    ทั้งนี้ มีประมาณการรายได้ในปี 64-67 อยู่ที่ 178.04 , 194.00, 225.62 และ 270.75 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 15% อัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 39% และ อัตรากำไรสุทธิระหว่าง 17-19%  ซึ่งภายหลังการระดมทุนและทยอยซื้อเครื่องจักรแล้วเสร็จจะส่งผลให้กำลังการผลิตของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าตัว

    ด้านบทวิเคราะห์ บล. ยูโอบี ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 3 บาท คาดกำไรปกติปี 64-66 ประมาณ 18% CAGR ประเมินกำไรปี 64-65 จะเติบโต 14.2% และ 16.9% ตามลำดับ เนื่องด้วยยอดขายฟื้้นตัวของกลุ่มยานยนต์ ที่ 5.4% และ 11.5% ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากการปรับตัวของราคาน้ำมันโลก 

    คาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้น(GPM) ปี 64-65 อยู่ระหว่าง 38.9-39.4% ในปี 66 มีการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการคำสั่งซื้อใหม่ คาดการณ์ว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 14.7% และในส่วน GPM ยังคงอยู่ที่ 39.2% ภายใต้วิธี PE Valuation อิงกำไรต่อหุ้นปี 65 ที่ 0.162 บาทต่อหุ้น และ Forward/PE ที่ 18.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 15 เท่า เพื่อสะท้อนความสามารถเติบโตที่เด่นกว่ากลุ่มฯ จากทั้งฐานกำไรที่ยังต่ำและอัตรากำไรของบริษัทที่สูงเป็นอันดับต้นๆเทียบกับอุตสาหกรรม

    โดยจุดแข็งของ TRV คือ อัตรากำไรขั้นต้นที่สูงระดับ 37.8% เกือบเท่าตัว เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ประกอบธุรกิจคล้ายกันที่เพียงราว 20% หนุนความยืดหยุ่นการใช้กลยุทธ์แข่งขันเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้อีกมาก







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด