ข่าวนี้ที่ 1

EPG ลุ้นยอดขายโตทะลุเป้า 15% วางงบซื้อกิจการ 300 ลบ.

EPG ลุ้นยอดขายโตทะลุเป้า 15% วางงบซื้อกิจการ 300 ลบ.

    "อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป(EPG)" เผยหากศก.โลกยังเติบโตดี มีโอกาสหนุนยอดขายปี 64/65 สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้โต 12-15% แต่เบื้องต้นยังคงเป้ายอดขายรวมไว้ที่ระดับ 1.1 หมื่นลบ. อัตรากำไรขั้นต้น 29-32% เผยธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังเติบโตต่อเนื่อง พร้อมวางงบลงทุนดีล M&A-JV ที่ 300 ลบ.

*** ลุ้นยอดขายงวดปี 64/65 เกินเป้า 1.1 หมื่นลบ.
    
    นายเฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของงวดปี 64/65 (เม.ย.64-มี.ค.65)ยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้เป้าหมายยอดขายเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 12-15% หรือแตะระดับ 11,000 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น ที่ 29-32%

    "ลุ้นกันว่าหากภาพรวมเศรษฐกิจโลกช่วงที่เหลือของปี ถึงต้นปี 65 ยังเติบโตได้ดี คาดว่ายอดขายอาจเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 12-15% แต่ในเบื้องต้นเราวางเป้าหมายไว้ที่ระดับดังกล่าวก่อน " นายเฉลียว กล่าว

*** 3 ธุรกิจหลักยังเติบโตได้ดี หวังกำไรเฉลี่ยไตรมาสละ 400 ลบ.
    
    นายเฉลียว กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตมาจาก 3 ธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex , ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas และ TJM , ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตรากำไรเฉลี่ยไตรมาสละกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ คาดหวังทิศทางการเติบโตของกำไรในอัตราเฉลี่ยระดับดังกล่าวในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน 
    
    โดยธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ และในประเทศ โดยฐานการผลิตโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา ได้นำเครื่องจักรระบบอัตโนมัติความเร็วสูงมาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เตรียมพร้อมสำหรับขยายตลาดรองรับความต้องการในอนาคต ขณะที่ตลาดยุโรปยอดขายรายไตรมาสปรับตัวดีขึ้น สำหรับตลาดในประเทศ คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวจากการคลายล็อคดาวน์และเปิดประเทศ อีกทั้ง Aeroflex อยู่ระหว่างปรับขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ และมีการปรับปรุงต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต

    ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas และ TJM ยอดขายมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้ง AEROKLAS มีจุดแข็งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายทั้ง OEM/ ODM (Original Design Manufacturer) After Market และการส่งออก จึงสามารถใช้ช่องทางดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้เกิด Synergy ของกลุ่มธุรกิจทั้งหมดของ AEROKLAS อีกทั้ง แนวโน้มความต้องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)ในอนาคตจะเพิ่มขึ้น มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ที่มีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงทนทาน จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของ AEROKLAS

    ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP คาดว่าจะเติบโตดีขึ้นเนื่องจากได้เปิดประเทศแล้วกิจกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศเริ่มกลับมาดำเนินการตามปกติ สำหรับยอดขายบรรจุภัณฑ์ประเภทถ้วยน้ำดื่มที่ชะลอตัวเริ่มกลับมาดีขึ้น อีกทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหาร เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความคุ้นชินและเลือกใช้งานเพราะคำนึงถึงความสะอาด ความปลอดภัย และความสะดวกในการบริโภคเป็นหลัก 

*** ตั้งงบทำดีล M&A - JV ไว้ที่ 300 ลบ.    
    
    นายเฉลียว กล่าวว่า สำหรับการลงทุนแบบควบรวมกิจการ ทั้ง M&A หรือ JV บริษัทยังคงมองหาและอยู่ระหว่างศึกษา พูดคุย ซึ่งในส่วนนี้จะใช้เงินลงทุนสำหรับดีลต่างๆ ประมาณ 300 ล้านบาท

    ในส่วนงบการลงทุนงวดปี 65-67 (ตามงวดบัญชีของบริษัท) สำหรับ 3 ธุรกิจ คาดว่าจะใช้งบรวมประมาณ 690 ล้านบาท ซึ่งในงวดปี 64/65 ใช้ประมาณ 540 ล้านบาท และในปีถัดๆ ไป ใช้งบปีละ 75 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นปริมาณการลงทุนที่น้อยกว่างวดปีนี้ หลังจากบริษัทได้ใช้เงินลงทุนขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไปก่อนหน้านี้ โดยหากคิดกำลังการผลิตเต็มที่ จะสามารถสร้างยอดขายได้ในระดับ 18,000-20,000 ล้านบาท จากเป้าหมายงวดปีนี้เพียง 11,000 ล้านบาท จึงมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคตโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนขยายธุรกิจมาก
     
*** บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำซื้อ ให้เป้า 16.50 บาท

    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.)โนมูระ พัฒนสิน แนะนำซื้อ EPG โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 16.5 บาท ภาพรวมกำไรปกติ FY2022-24F คาดเติบโต y-y ต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม GPM และผลประกอบการของบริษัทร่วมค้า

*** บล.ฟิลลิป  แนะนำ“ซื้อ” ราคาพื้นฐานที่ 14.40 บาท

    บล.ฟิลลิป เตรียมปรับกำไรปี 65 ขึ้นหลัง 2H65 คาดยังดี คงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องด้วยผลดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้กำไรสุทธิ 1H65 คิดเป็ น 62% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่ช่วง 2H65 คาดยังดีต่อทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยหนุนผลดาเนินงานเติบโตทั้งในธุรกิจหลัก และธุรกิจ JV
  
*** บล.กรุงศรี แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 16 บาท
    
    บล.กรุงศรี คาดรายได้เดือนต.ค. สร้างระดับสูงสุดใหม่ EPG มีคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งจากชิ้นส่วนยานยนต์และบรรจุภัณฑ์แข็งแกร่ง มีเพียงยอดขายฉนวนยางในประเทศที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว แต่ยอดขายในประเทศมีสัดส่วนเพียง 24% ของยอดขายฉนวนยางทั้งหมดและคิดเป็น 6% ของรายได้รวมของกลุ่ม บรรจุภัณฑ์จะมีการฟื้นตัวของยอดขายแข็งแกร่ง จากยอดขายในต.ค.สร้างระดับสูงสุดใหม่และอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวกลับสู่ระดับหลักสิบปลาย
    คงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย DCF ที่ 16 บาทต่อหุ้น ค่าเงินบาทอ่อนค่าเทียบ US ดอลลาห์เป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานของ EPG







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด