ข่าวนี้ที่ 1

PRM ลั่นรายได้ปี65 โตไม่ต่ำกว่า 10% - วางงบซื้อเรือ 2 พันลบ.

PRM ลั่นรายได้ปี65 โตไม่ต่ำกว่า 10% - วางงบซื้อเรือ 2 พันลบ.

       “พริมา มารีน(PRM)” ตั้งเป้าปี 65 รายได้โตไม่ต่ำกว่า 10% รับอานิสงส์เรือขนส่ง - VLCC ฟื้น พร้อมทุ่มงบลงทุนปีหน้า 2 พันล้านบาท ใช้ซื้อกองเรือใหม่เพิ่มอีก 6 ลำ ส่วนปีนี้รับรายได้ต่ำกว่าเป้าที่คาดโต 10% หลังดีมานด์เรือ FSU ชะลอ ด้าน “โบรก” คาดกำไรจากการดำเนินงานหลักใน 2 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปี

*** ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโตไม่น้อยกว่า 10% 

       นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 65 บริษัทตั้งเป้าผลประกอบการจะเติบโตดีกว่าปีนี้ ซึ่งเบื้องต้นคาดหวังรายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากทุกธุรกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นหมดแล้ว ยกเว้นธุรกิจเรือ FSU ที่ยังคงทรงตัว 
ทางด้านธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศคาดว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังภาครัฐทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และ เริ่มเปิดประเทศให้ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงภายในประเทศทั้งส่วนของน้ำมันเบนซิน และ น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 

     สำหรับกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งเพื่อให้การสนับสนุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore) คาดว่า ปี 65 จะมีปริมาณงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการถ่ายโอนงานในแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกช-เอราวัณของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จากกลุ่มเชฟรอน ประกอบกับ ธุรกิจเรือขนส่งปิโตรเลียมระหว่างประเทศ (VLCC) คาดว่า จะมีการรับเรือใหม่เข้ามาวิ่งรับงานให้กับ บริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเพิ่มอีกจำนวน 2 ลำ ในช่วงเดือนเม.ย. และ ต.ค.65  จากเดิมที่มีเพียง 1 ลำ

*** วางงบซื้อเรือ 6 ลำ จำนวน 2 พันล้านบาท

       นายวิริทธิ์พล กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนปี 65 ไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับใช้ลงทุนซื้อเรือใหม่เพิ่มอีกจำนวน 6 ลำ เพื่อรองรับปริมาณงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแบ่งเป็นเรือขนาดเล็กจำนวน 5 ลำ และ เรือ VLCC อีกจำนวน 1 ลำ จากปัจจุบันที่บริษัทมีกองเรือทั้งหมดประมาณ 52 ลำ โดยแบ่งเป็นเรือ FSU  จำนวน 6 ลำ , เรือ Crew Boat จำนวน 14 ลำ , เรือ VLCC จำนวน 1 ลำ และ ที่เหลือเป็นเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ

*** รับปีนี้รายได้วืดเป้า หลังดีมานด์เรือ FSU ชะลอ

       นายวิริทธิ์พล กล่าวว่า รายได้ปีนี้อาจไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้โต 10% จากปีก่อน เนื่องจากความต้องการ (ดีมานด์) เช่าเรือขนส่ง และ จัดเก็บน้ำมันดิบ รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (FSU) ยังคงปรับตัวลดลง หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกดดันให้รายได้จากธุรกิจเรือ FSU ชะลอตัวลงตามไปด้วย ประกอบกับ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการขายเรือ FSU ออกไปจำนวน 2 ลำ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีเรือ FSU เหลืออยู่เพียง 6 ลำ

*** โบรก คาดกำไรจากการดำเนินงานหลัก 2 ปีข้างหน้า เติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปี

        บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” PRM ด้วยมูลค่าที่เหมาะสมใหม่ 8.85 บาท หลังผ่านช่วงที่แย่ที่สุดของปีในครึ่งปีแรกนี้ไปแล้ว และ เห็นการฟื้นตัวตัวตั้งแต่ไตรมาส 3/64 และ คาดกำไรจากการดำเนินงานหลัก PRM ใน 2 ปีข้างหน้าเติบโตเฉลี่ย (CAGR 2 ปี (64-66) ที่ 22% ต่อปี จากผลการควบรวม Truth Maritime : TM และ รูปแบบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับสถานการณ์ขึ้น ประกอบกับ ธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ VLCC เป็นธุรกิจหลักที่จะผลักดันการเติบโต ซึ่งคาดรายได้จะโตเกือบเท่าตัว ในขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ ฟื้นตัวเช่นกัน

        สำหรับธุรกิจขนส่งในประเทศผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และ เน้นขนส่งปิโตรเคมีมากขึ้น ปัจจุบันมีเรือ 34 ลำ (ขนส่งปิโตรเคมี 5 ลำ) บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มเรือขนส่งปิโตรเคมี 3-4 ลำด้วยงบ 800 ล้านบาทในปี 65 จากเห็นโอกาสในตลาดเนื่องจากยังไม่มีผู้ครองตลาดนี้ และ มีดีมานด์การขนส่งปิโตรเคมีมากยิ่งขึ้นตามแผนขยายกำลังการผลิตของโรงกลั่น

        ธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ ปัจจุบันมี VLCC 1 ลำเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/64 ที่ผ่านมา และ มีแผนที่จะขยายอีก 2 ลำในเดือนเมษายน และ กันยายน 65 จากมีสัญญาระยะยาว 10 ปีกับลูกค้า ซึ่งคาดจะเป็นธุรกิจที่จะมีการเติบโตที่สูงใน 1-2 ปีข้างหน้า 

        ธุรกิจ Offshore หลังการรับรู้เรือ Crew Boat 13 ลำจาก TM รายได้ของธุรกิจนี้พลิกฟื้นตามการให้บริการลูกค้า และ อัตราการใช้เรือเพิ่มขึ้น ซึ่งมีทิศทางที่ดีจากกิจกรรมขุดเจาะเพิ่มขึ้น และ บริษัทมีแผนขยายไปยังมาเลเซีย

        ธุรกิจ Ship management เติบโตเช่นกันจากการมีธุรกิจใหม่ Ship agent และ จำนวนเรือให้บริการนอกกลุ่มเพิ่มขึ้น

        โดยทำให้ปรับประมาณการผลประกอบการปีนี้ขึ้นจากเดิม 17% สะท้อนกำไรจากการขายเรือ 448 ล้านบาท แต่ปรับปี 65-66 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคาดกำไรสุทธิปีนี้อยู่ที่ 1,517 ล้านบาท (-1.1% YoY) และ กำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,136 ล้านบาท (-26% YoY) สำหรับปี 65-66 คาดกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,477 ล้านบาท (30% YoY) และ 1,683 ล้านบาท (14% YoY) ตามลำดับ โดยการเติบโตมาจากผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การปรับพอร์ตเรือ และ การบริหารจัดการที่ดี







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด