ข่าวนี้ที่ 1

กลุ่มแบงก์ จ่อฟันกำไรโค้งสุดท้าย 3.1 หมื่นลบ. TISCO-TTB เด่นสุด

กลุ่มแบงก์ จ่อฟันกำไรโค้งสุดท้าย 3.1 หมื่นลบ. TISCO-TTB เด่นสุด

    โบรกฯคาดงบแบงก์ Q4/64 มีกำไรรวม 3.1 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 12% QoQ หลังตั้งสำรองฯลดลง ชู TISCO และ TTB กำไรเด่นสุด หลังรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้น ส่วนปี 65 ประเมินกำไรกลุ่มแบงก์ยังโตต่อเนื่อง 8-10% แตะ 1.7-2 แสนลบ.


*** คาดกำไรแบงก์ Q4/64 เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 12% QoQ 

     บริษัทหลักทรัพย์  (บล.) เคทีบีเอสที  จำกัด (มหาชน)  หรือ KTBST เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรสุทธิรวมของหุ้น 9 ตัวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ในช่วงไตรมาส 4/64 จะอยู่ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 12% จากไตรมาส 3/64 (QoQ) โดยการเพิ่มขึ้นจากช่วง YoY เกิดจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง เนื่องจากช่วงไตรมาส 4/63 ที่มีการตั้งสำรองฯไว้สูงมาก โดยเฉพาะ SCB และ TTB ที่ตั้งสำรองฯสูงมากในช่วง 4/63 และ BBL ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเกี่ยวกับที่ปรึกษาทางด้าน IT จำนวน 3-4 พันล้านบาท

    ส่วนการลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเกิดจาก OPEX ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และ NIM ลดลงจากการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เน้นปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็นระยะยาวมากขึ้น แต่มีรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวได้หลังจากมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์

 

*** ชู TISCO และ TTB โตทั้ง YoY และ QoQ

     บล. เคทีบีเอสที คาดว่า ธนาคารที่กำไรจะเติบโตทั้งได้ YoY และ QoQ คือ TISCO และ TTB เนื่องจากสำรองฯที่ลดลงและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นได้ดีเป็นหลัก ขณะที่ธนาคารที่มีกำไรสุทธิเติบโตได้โดดเด่นเมื่อเทียบ YoY เรียงจากมากไปถึงน้อยคือ BBL +138%,TTB +96% และ SCB +61% เพราะสำรองฯลดลงเป็นหลัก ส่วนการเติบโต QoQ ได้ดีคือ TISCO +6% รองลงมาเป็ น TTB +3% นอกนั้นหดตัว QoQ ทั้งหมด

 

*** คาดสินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.7% รับอานิสงส์เช่าซื้อ-บ้าน ส่วน NPL ทยอยเพิ่มขึ้น

     บล. เคทีบีเอสที ระบุว่า ด้านสินเชื่อไตรมาส 4/64 เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ และ +5.6% YoY เพราะสินเชื่อรายย่อยในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบ้านเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต่ออายุถึงเดือน ธ.ค.66 ทำให้สินเชื่อยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ในส่วนของ NPLs รวมมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.74% จากไตรมาส 3/64 ที่ 3.40% เนื่องจากแต่ละธนาคารไม่มีการขายหนี้ออกมา เพราะราคาตลาดปรับตัวลดลงมาก 

 

***  คาดกำไรแบงก์ปี 65 โต 8%

     บล. เคทีบีเอสที คาดกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารจะยังเติบโตได้ต่อในปี 65 ที่ 8% เพราะแนวโน้มสำรองฯที่ลดลงจากการที่ตั้งสำรองเผื่อฯมาเยอะแล้วในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา และหากพิจารณาในส่วนของ Debt relief ของกลุ่มฯยังทรงตัวที่ระดับ 12% ในไตรมาส 3/64 ขณะที่คาดแนวโน้มของ Debt relief มีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเพราะผลกระทบจากโอไมครอนที่กำลังระบาดรอบใหม่ แต่เชื่อว่าผ่านจุดสูงสุดในช่วงไตรมาส 2/63 ที่เริ่มโครงการที่ 30% ไปแล้ว เนื่องจากรอบนี้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการเข้าร่วมโครงการที่เข้มงวดมากขึ้น และแต่ละธนาคารยังคงให้ความช่วยเหลือโดยการปรับโครงสร้างหนี้ที่เน้นเป็นระยะยาวมากขึ้น

    นอกจากนี้ธปท.ยังมีการขยายเวลามาตรการนี้ต่อถึง 31 ธ.ค.66 ทำให้คาดว่าแนวโน้ม NPLจะไม่ปรับตัวเร่งขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นรูปแบบค่อยๆทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยธนาคารที่จะมี NPL เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคือ BBL และ TISCO อย่างไรก็ดีคาดว่า NPLs จะทยอยเร่งตัวเพิ่มขึ้นในปี 65 อยู่ที่ 4.20% จากปีนี้ที่ 3.74% 

 


*** บล.หยวนต้า คาดกำไรแบงก์ Q4/64 โตกว่า Q3/64 รับยอดสินเชื่อฟื้น

    นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บล. หยวนต้า เปิดเผยกับสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ว่าภาพรวมกำไรสุทธิในไตรมาส 4/64 จะดีกว่าไตรมาส 3/64 เนื่องจากรายงานสินเชื่อต่างๆ จากงบการเงินรายเดือนจะเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย ทั้งสินเชื่อเพื่อการบริโภค สินเชื่อบัตรเครดิต รถยนต์ บ้าน ฟื้นตัวได้ดีในหลายแบงก์ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจดี คงวามสามารถการชำระหนี้ดีขึ้น ดังนั้นคาดว่าสินเชื่อในไตรมาสสุดท้ายปีนี้จะเติบโตดี 

 

*** คาดทั้งปีกำไรแบงก์โต 30% แตะ 1.46 แสนลบ. 

    นายตฤณ กล่าวว่า ภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์(แบงก์)ในปี 64 กลุ่ม 7 แบงก์ใหญ่ (SCB , KBANK ,KTB , BBL , TTB , TISCO , KKP ) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 146,083 ล้านบาท เติบโตจากปี 63 ประมาณ 30.5% จากภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ซึ่งกลุ่มแบงก์สามารถรับมือกับการบริหารจัดการโครงสร้างลูกหนี้ ได้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้นหลังมีประสบการณ์จากผลกระทบโควิด-19 มาก่อนแล้วตั้งแต่ปี 63

    สำหรับการเก็งกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ประเด็นเรื่องปันผลงบงวดปี 64 แนะนำหุ้น TISCO ประเมินอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield ) ที่ 7.3% , KTB คาดอัตราผลตอบแทนที่ 4.6%

 

*** ส่วนปี 65 คาดโตเพิ่ม 16.6%

    นายตฤณ กล่าวว่า กำไรบจ.กลุ่มแบงก์ในปี 65 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 170,334 ล้านบาท เติบโต 16.6% จากปี 64 ซึ่งมาจากภาพรวมการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้ความต้องการสินเชื่อรายย่อยและภาคธุรกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น ด้านกลุ่มแบงก์เข้ามาขยายสินเชื่อในกลุ่ม High Yield มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีเสถียรภาพมากขึ้น และการตั้งสำรองในปี 65 คาดว่าจะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

    ส่วนหนี้เสียจะเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากมาตรการต่างๆ สนับสนุนให้แบงก์ปรับโครงสร้างกับลูกหนี้ ซึ่งมีลักษณะผ่อนปรนการตั้งสำรองไปถึงสิ้นปี 66 ซึ่งจะทำให้แบงก์มีช่องว่างสำหรับการบริหารหนี้เสียได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    โดยการเติบโตของกำไรหุ้นในกลุ่มแบงก์ปี 65 คาดว่าโดยรวมเติบโตได้ทั้งหมด แต่หุ้นเด่นที่จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้ผู้ถือหุ้นได้มากขึ้นหลังจากผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปแล้ว คือ กลุ่มที่เน้นทำด้านแบงก์ดิจิทัล จึงแนะนำลงทุนหุ้น SCB ให้ราคาเป้าหมาย 154 บาท  , KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 180 บาท ซึ่งทั้ง 2 แบงก์ดังกล่าวมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพ ROE ให้สูงขึ้นในระยะยาว ขณะที่หุ้นกลุ่มแบงก์ขนาดเล็กในปี 65 ยังไม่แนะนำ เนื่องจากทิศทางบริหารจะเจาะกลุ่มธุรกิจรูปแบบเดิม เช่น การให้สินเชื่อ การขายประกัน การขายหน่วยลงทุน ซึ่งทุกแบงก์ดำเนินการเช่นเดียวกัน ทำให้การฟื้นตัวจะไปได้ไม่ไกลเหมือนช่วงปีก่อนแพร่ระบาดโควิด

 

*** บล.คันทรี่ คาดกำไรแบงก์ Q4/64 ต่ำสุดของปี 

    นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารไตรมาส 4/64 จะทำระดับต่ำสุดของปี เนื่องจากเป็นไตรมาสที่ธนาคารจะมีการบันทึกค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน โบนัส การตลาด ไอที ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางด้านการตั้งสำรองนั้น คาดว่าจะลดลงในไตรมาสนี้ เนื่องจากกลุ่มแบงก์ได้ตั้งสำรองในระดับที่สูงไปแล้วในไตรมาส 2 และ 3 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไตรมาสนี้ภาพรวมกำไรจะลดลง เมื่อเทียบจากไตรมาส 3/64 แต่ถ้าเทียบจากปีก่อนหน้ากำไรจะเติบโตมากกว่า 20%

    อย่างไรก็ตามกำไรในปีนี้ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 180,000 ล้านบาท เติบโต 25% เมื่อเทียบจากปี 63 ที่มีกำไร 140,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นกำไรที่ต่ำสุดของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากรับผลกระทบจากโควิด และ การตั้งสำรองที่สูงขึ้น

 

*** คาดกำไรกลุ่มแบงก์ปี 65 โต 10% แตะ 2 แสนลบ.

    สำหรับในปี 65 ประเมินกำไรกลุ่มธนาคารไว้ที่ 200,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปีนี้ ซึ่งจะเห็นกำไรกลุ่มธนาคารกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งก่อนเกิดโควิด คือ ในปี 66 ที่คาดว่ากำไรกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ 220,000 ล้านบาท ส่วนทางด้านสินเชื่อปี 65 จะกลับมาเติบโตได้ดี นำโดยสินเชื่อรายใหญ่ที่ฟื้นตัวตามภาคการผลิตและการส่งออก ในขณะที่สินเชื่อรายย่อยจะเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะสินเชื่อดิจิตอล เลนดิ้ง สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ ในขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอียังน่าเป็นห่วง เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และ โควิด ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการฟื้นตัว ส่วนค่าธรรมเนียมมีการเติบโตได้ดีเช่นเดียวกัน ตามการขยายตัวของธุรกิจกองทุน และ ประกัน ในขณะที่การตั้งสำรองก็ลดลง หลังธนาคารมีการทยอยตั้งสำรองไปก่อนหน้านี้แล้ว

    “กำไรปีหน้าฟื้นตัวได้ดี โดย ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL กำไรโต 20% ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK โต 15% ส่วน SCB โต 15% ซึ่งถือว่าโตกว่าค่าเฉลี่ยที่อยู่ 10%”นายธนเดช กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด