ข่าวนี้ที่ 1

OR อัดงบ 5 ปี 7.5 หมื่นลบ. เน้นลุย Non-oil กลุ่มดิจิทัลและสตาร์ทอัพ

OR อัดงบ 5 ปี 7.5 หมื่นลบ. เน้นลุย Non-oil กลุ่มดิจิทัลและสตาร์ทอัพ

    "ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR)" เตรียมงบ 5 ปี ที่ 7.5 หมื่นลบ.เร่งลงทุนธุรกิจ Non-oil และดิจิทัล เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล ORZON Ventures รุกสตาร์ทอัพ ตั้งเป้าเฟสแรก 10-15 บริษัท ประเดิมใส่เงิน 1-2 แห่งในสิ้นปีนี้ พร้อมคาด Q4 ยอดขายน้ำมันพุ่งรับไฮซีซั่น-คลายล็อกดาวน์

*** จัดงบ 5 ปี 7.5 หมื่นลบ. เร่งลงทุนธุรกิจ Non-oil ควบดิจิทัล 

    นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 75,000 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนหลักๆ กว่า 70% ของงบลงทุนทั้งหมดจะเน้นไปในส่วนของธุรกิจ Non-oil เช่น ด้าน Mobility,Lifestyle และการลงทุนด้านธุรกิจ Digital Lifestyle ทั้งหลาย หลังได้กำหนดให้องค์กรเป็นดิจิทัลไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศที่มองว่ายังมีศักยภาพการขยายตัวได้อีกมาก
    
    ส่วนงบลงทุนในช่วง 5 ปีนั้น จะแบ่งเป็นการกระจายลงทุนในการปรับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจน้ำมันและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สัดส่วนประมาณ 35%,ลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) และ Non-oil ราว 35%,ธุรกิจใหม่ (New S-Curve) ราว 10% และธุรกิจในต่างประเทศราว 20% โดยมองว่าบริษัทจะเร่งขยายการลงทุนเพื่อออกจาก Comfort Zone ของธุรกิจน้ำมัน ซึ่งจะมีการต่อยอดธุรกิจทั้งในเรื่องของธุรกิจอาหาร,EV และการพัฒนาการซ่อมแซมรถน้ำมันและรถ EV

    ซึ่งที่ผ่านมามีการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจเชื่อมโยงระหว่างแบบออนไลน์กับออฟไลน์ (O2O) และอีกเรื่องที่ให้ความสำคัญมากคือดิจิทัล ซึ่งจะนำมาปรับใช้ให้เกิดการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ O2O รวมถึงยังมีการปรับโครงสร้างภายในองค์กร OR เพื่อแสวงหาโอกาสในการสร้างธุรกิจ New S-Curve


*** ตั้ง ORZON Ventures หนุน Start-up ไทย ตั้งเป้าเฟสแรก 10-15 บริษัท

    บริษัทได้ร่วมมือกับกองทุน 500 Startups หรือ 500 TukTuks ในการจัดตั้งกองทุน ORZON Ventures โดยมีมูลค่าการลงทุนเริ่มแรก 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสามารถเพิ่มมูลค่าการลงทุนเป็นไม่เกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯได้ในภายหลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาและสนับสนุนสตาร์ทอัพใหม่ๆ ในระดับ Series A-B ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโออาร์และธุรกิจใหม่ๆ 

    สำหรับกองทุน ORZON Ventures มีอายุประมาณ 10 ปี มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งในช่วงระยะเวลา 5 ปีแรก จะเน้นการลงทุนเป็นหลัก เพราะมีศักยภาพการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพได้สูงถึง 20-30 บริษัท ซึ่งในการดำเนินการเฟสแรกวางเป้าใส่เงินลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพไว้ราว 10-15 บริษัท เน้นกลุ่มธุรกิจ Mobility,Lifestyle และอาหาร โดยการลงทุนในแต่ละบริษัทคาดว่าจะเฉลี่ยไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อบริษัท และสามารถใส่เงินเข้าไปเพิ่มได้ในอนาคต

    พร้อมตั้งเป้าจะเริ่มใส่เงินลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพไว้ราว 1-2 แห่งช่วงไตรมาส 4/64 หรือภายในสิ้นปีนี้ โดยจะมองหาบริษัทที่ดีที่สุดและเน้นสตาร์ทอัพไทยที่ธุรกิจสามารถต่อยอดการเติบโตกับ OR ได้เป็นหลักก่อน

      อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตบริษัทสตาร์ทอัพที่เข้าไปลงทุนสามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้เพิ่มมากขึ้น บริษัทก็พร้อมสนับสนุนด้านเงินทุนเพิ่มเติมและอาจมีการจูงมือกันเข้าไปทำดีลไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในอนาคต ซึ่งมองว่า RO ค่อนข้างเปิดกว้างในเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่าธุรกิจสตาร์ทอัพจะมีไอเดียที่หลากหลายและพร้อมที่จะให้เข้ามาทดลองทำการตลาดในพื้นที่ของบริษัทที่มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ

***  500 TukTuks ชี้ลงทุนครั้งนี้ จะช่วยเสริมแกร่งระหว่างกัน 

    นายกระทิง พูนผล ผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks เปิดเผยว่าทาง 500 TukTuks รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ OR ในการผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น และเสริมสร้าง Ecosystem ไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านการลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพและโอกาสในการสร้างการเติบโตไปกับ OR Ecosystem ที่พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพในเมืองไทยให้ก้าวไกลไประดับภูมิภาคและระดับโลก

    โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการดึงเอาจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน ทั้งประสบการณ์ในการลงทุนสตาร์ทอัพกว่า 6 ปีของ 500 TukTuks ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนชั้นนำที่ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพมากที่สุดในไทย ผนวกกับOR ที่เป็นผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมันและมี OR Ecosystem ที่แข็งแกร่ง มีความตั้งใจจริงที่จะทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพดังที่เห็นได้จากตัวอย่างความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา

    สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เกิด Synergy ในรูปแบบใหม่ที่จะช่วยผลักดันสตาร์ทอัพไทย ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงแบบหักศอก Continuous Disruption นี่คือความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ในยุคทองของ South East Asia นี้ ร่วมพลิกโฉมวงการสตาร์ทอัพไทย 


 *** คาด Q4/64 ยอดขายน้ำมันพุ่ง รับไฮซีซั่นท่องเที่ยว-คลายล็อกดาวน์

    นางสาวจิราพร คาดว่า ยอดขายน้ำมันในช่วงไตรมาส 4/64 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปกติเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวและการเดินทางระหว่างเมือง ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐก็มีการเร่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ได้ตามเป้าหมายและการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น คาดว่าจะทำให้คนเริ่มกลับมาท่องเที่ยวและช่วยหนุนให้วอลุ่มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด