ข่าวนี้ที่ 1

TRUE-DTAC นับหนึ่งควบรวม ดันสื่อสารเฮ!ยกกลุ่ม ต้นทุนแข่งขันลดฮวบ

TRUE-DTAC นับหนึ่งควบรวม ดันสื่อสารเฮ!ยกกลุ่ม ต้นทุนแข่งขันลดฮวบ

   TRUE-DTAC ประกาศศึกษาแผนควบรวมกิจการผ่านการจัดตั้งบริษัทใหม่ `ซิทริน โกลบอล` ใช้รองรับการแลกหุ้น-ทำเทนเดอร์ฯ พร้อมกำหนดราคาเทนเดอร์ฯ TRUE ในราคา 5.09 บาท/หุ้น และ DTAC หุ้นละ 47.76 บาท ด้านผู้บริหาร คาดทำดิวดิลิเจนท์จบใน Q1/65 หนุนมาร์เก็ตแชร์ 40% ใกล้เคียง AIS พร้องเล็งลงขัน 200 ล้านดอลล์ ตั้งกองทุนหนุนเทคฯ-สตาร์ทอัพไทย  ด้านโบรกฯคาดการควบรวมดีต่อสื่อสารทั้งกลุ่ม เหตุการแข่งขัน และต้นทุนลดลง หนุนกำไรสูงขึ้น 

 

*** บอร์ด TRUE-DTAC อนุมัติศึกษาแผนควบรวม ผ่านการจัดตั้งบริษัทใหม่ 

    คณะกรรมการ(บอร์ด)บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 20 พ.ย.64 อนุมัติให้ทำการศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการควบบริษัทระหว่าง TRUE และ DTAC ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม) (พ.ร.บ. บริษัทมหาชน) (การควบบริษัท) โดยการทำบันทึกความตกลงเบื้องต้นแบบไม่มีผลผูกพัน (MOU) เพื่อบันทึกความประสงค์ของคู่สัญญาในการพิจารณาและศึกษาการรวมธุรกิจระหว่างกันด้วยวิธีการควบบริษัท (Amalgamation) รวมถึงกำหนดเงื่อนไขบังคับก่อนของการควบบริษัท 

     โดยสาระสำคัญ คือ 1. DTAC และ TRUE ทำการตรวจสอบกิจการ (Due Diligence) ของอีกฝ่ายหนึ่งแล้วเสร็จเป็นที่พอใจ,2.ที่ประชุมคณะกรรมการ DTAC และ TRUEได้พิจารณาและมีมติอนุมัติการควบบริษัท และ3. DTAC และ TRUE สามารถดำเนินการให้เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องสำเร็จครบถ้วนตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และ TRUE จะได้พิจารณากำหนดต่อไปในการพิจารณาอนุมัติการควบบริษัทและในการเข้าทำสัญญาควบรวมกิจการสำหรับการควบบริษัทระหว่างกัน

 


*** จัดตั้งบริษัท`ซิทริน โกลบอล` รองรับการแลกหุ้น-ทำเทนเดอร์ฯ

    ทั้งนี้ ที่ประชุมทั้ง 2 บริษัท ยังรับทราบจากบริษัท ซิทริน โกลบอล จํากัด (Citrine Global หรือ “ผู้ทําคําเสนอซื้อ”) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ระหว่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จํากัด (ผู้ถือหุ้นของ TRUE) และ Telenor Asia (ผู้ถือหุ้น DTAC) ว่า Citrine Global มีความประสงค์ที่จะทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ 2 บริษัทฯ โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทําคําเสนอซื้อ 

 

*** เปิดสัดส่วนแลกหุ้น-ราคาเทนเดอร์ฯ

    ทั้งนี้ "ซิทริน โกลบอล" จะรับซื้อหุ้น(เทนเดอร์ ออฟเฟอร์)  DTAC ราคาหุ้นละ 47.76 บาท และรับซื้อหุ้น TRUE ที่ราคาหุ้นละ 5.09 บาท  
    
    ขณะที่ DTAC -TRUE ได้พิจารณากำหนดอัตราการจัดสรรหุ้น (Swap Ratio) สำหรับการจัดสรรหุ้นในบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบบริษัท ให้แก่ผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัท  ในอัตราส่วน 1 หุ้น เดิม DTAC ต่อ 24.53775 หุ้น ในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมใน TRUE ต่อ 2.40072 หุ้น ในบริษัทใหม่ อย่างไรก็ตามอัตราการจัดสรรหุ้นข้างต้นกําหนดขึ้นจากสมมุติฐานว่า ภายหลังการควบบริษัท บริษัทใหม่จะมีหุ้นที่ออกและจําหน่ายแล้วทั้งหมด จํานวน 138,208,403,204 หุ้น (พาร์1 บาท) อย่างไรก็ตาม จํานวนหุ้นที่ออกและจําหน่ายแล้วทั้งหมดและมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัทใหม่ ภายหลังการควบบริษัทจะมีการเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของ 2 บริษัทพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนของการควบบริษัทต่อไป

    ทั้งนี้ ทางสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้คำนวณว่าบริษัทใหม่จะมีหุ้นที่ออกและจําหน่ายแล้วทั้งหมด จํานวน 138,208,403,204 หุ้น โดยมีมูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท จะมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นของ TRUE ถือหุ้นบริษัทใหม่ อยู่ที่จำนวน 80,107,693,823.016 หุ้น หรือ 57.96%  และผู้ถือหุ้น DTAC ถือจำนวน 58,100,754,365.25 หุ้น หรือ 42.03% 

 


*** คาดทำดิว ดิลิเจนท์ เพื่อรวมกิจการใน Q1/65

    นายซิคเว่ เบรกเก้ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทเลนอร์ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่าโดยกระบวนหลังจากนี้บริษัทเตรียมเข้าสู่การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะทางธุรกิจ (ดิวดิลิเจนท์) ซึ่งคาดว่าแผนงานดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาส 1/65 จากนั้นในช่วงไตรมาส 2/65 จะสามารถลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงที่มีผลทางกฎหมาย และเข้าสู่กระบวนการทางตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงเข้าสู่กระบวนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ต่อไป เพื่อรวมกิจการทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน 

    พร้อมยืนยันในระหว่างการศึกษาและพิจารณาการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ธุรกิจของ TRUE และ DTAC จะยังคงดำเนินไปตามปกติของแต่ละบริษัท ในขณะที่เครือซีพีซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE และกลุ่มเทเลนอร์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DTAC พร้อมตั้งเป้าที่จะหาข้อสรุปในรายละเอียดของความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) ซึ่งจะส่งผลให้เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่ที่จะร่วมกันสร้างขึ้น

    "บริษัทมองว่าการดำเนินธุรกิจากนี้ไป หรือ 20 ปีข้างหน้า จะแตกต่างจากเดิมอย่างมาก เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น 5G, AI, IoT, Cloud เป็นต้น จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจ ที่ไม่ใช่แค่บริษัท แต่จะเป็นกับทุกบริษัททั่วโลก ซึ่งเรียกว่าการปฎิวัติเชิงเทคโนโลยี จึงทำให้บริษัทมีความจำเป็นที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ TRUE เพื่อเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่ในอีก 20 ปีข้างหน้า และจะต้องทำในสิ่งที่แตกต่างจากเดิมที่ทำมาในอดีต" นายซิคเว่ กล่าว

 

*** บริษัทใหม่หลังควบรวม มีมาร์เก็ตแชร์ 40% ใกล้เคียง AIS

    นายซิคเว่ กล่าวว่า บริษัทใหม่ที่จะก่อตั้งร่วมกันระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มเทเลนอร์จะถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน และเมื่อรวมกันแล้วจะส่งผลให้มีความแข็งแกร่งที่จะเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรมระดับโลก รวมถึงบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคคนไทย รวมถึงบริษัทใหม่จะมีขนาดที่ใหญ่มาก โดยจะมีรายได้ประมาณ 2.17 แสนล้านบาท และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ราว 83,000 ล้านบาท รวมถึงจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในเชิงรายได้ราว 40% ใกล้เคียงกับผู้เล่นรายใหญ่อย่าง AIS (บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC โดย AIS ยังคงเป็นผู้นำและผู้เล่นรายใหญ่อยู่ แต่เราจะเรียนรู้จาก AIS ไปด้วย

    "นอกจากการเชื่อมโยงกัน เราต้องการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่งในประเทศไทย เพราะว่าดิจิทัลของประเทศไทยเป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทใหม่ๆ โดยเรา และ TRUE ก็มีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนร่วมกัน มูลค่าประมาณ 100-200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล สร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆเพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งสิ่งที่เรากำลังจะทำก็จะสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลจะทำคือ การผลักดันนโยบายยุทธศาสตร์ 4.0" นายซิคเว่ กล่าว

 

*** ลงขัน 200 ล้านดอลล์ ตั้งกองทุนหนุนเทคฯ-สตาร์ทอัพไทย

    นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กล่าวว่า การร่วมมือกับผู้ประกอบการระดับโลกอย่างกลุ่มเทเลนอร์และพัฒนาระบบการศึกษาจะขับเคลื่อนให้ไทยก้าวเป็นฮับของเทคโนโลยีในระดับภูมิภาค โดยโทรคมนาคมจะยังคงเป็นธุรกิจหนึ่งของโครงสร้าง และจะต้องพัฒนาธุรกิจเพิ่มเติมในส่วนที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์,ระบบคลาวด์เทคโนโลยี,ไอโอที,อุปกรณ์อัจฉริยะ,เมืองอัจฉริยะ,ดิจิทัลมีเดียโซลูชั่น และปรับโครงสร้างเพื่อให้สนับสนุนการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี (Tech Startup) โดยบริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นจะมีการจัดตั้ง Venture Capital ที่มุ่งเน้นลงทุนในสตาร์ทอัพไทยและสตาร์ทอัพต่างประเทศที่ตั้งในประเทศไทย มูลค่าประมาณ 100 – 200 ล้านเหรียญ โดยเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

    นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะศึกษาด้านเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) เพื่อนำมาปรับใช้กับธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดกว้างกรอบความคิดในการทำนวัตกรรมใหม่เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

 

*** กสทช. คาด DTAC-TRUE ยื่นขออนุญาตควบรวมกิจการ ภายใน 1-2 วันนี้

    นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เพื่อขออนุญาตควบรวมกิจการ แต่คาดว่าทั้งสองบริษัทจะติดต่อเข้ามาภายใน 1-2 วัน หลังจากประกาศแผนการควบรวมอย่างเป็นทางการ

    ทั้งนี้หากมีการขออนุญาตเพื่อควบรวมกิจการ ทาง กสทช.จะศึกษาระเบียบและกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากไม่ติดขัดอะไรก็สามารถทำได้ แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับข้อมูลโดยละเอียดจากทั้ง 2 บริษัท

 

*** โบรกฯ คาด DTAC-TRUE เตรียมเพิกถอนหุ้นจากตลาด นำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียน

    นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การควบรวมกิจการของ 2 บริษัท คือ DTAC และ TRUE คาดว่าหลังจากนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการเตรียมเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำบริษัทใหม่เข้าจดทะเบียน โดยกระบวนการทั้งหลายคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 เดือน

    สำหรับราคาหุ้น DTAC-TRUE ปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับข่าวดังกล่าวไปแล้ว โดยหลังจากนี้คาดว่าราคาจะแกว่งออกด้านข้าง เพื่อรอดูการประชุมผู้ถือหุ้น และความเห็นของกสทช.

    "การควบรวม DTAC-TRUE จะใกล้เคียงกับกรณี การควบรวมของ BECL-BMCL ซึ่งออกมาเป็นบริษัทใหม่ คือ BEM ซึ่งตามกระบวนการหากมีเรื่องเทนเดอร์ฯ ต้องมีกระบวนการจัดการและยุติหุ้นเดิมก่อนเพื่อออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และโดยส่วนตัวคาดว่าการควบรวมน่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะทีมกฎหมายคงศึกษาข้อมูลมาก่อนหน้านี้เป็นอย่างดีแล้ว ก่อนจะมีข่าวออกมา" นายณัฐพล กล่าว

    นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ระบุว่า การควบรวมระหว่าง DTAC และTRUE ยังมีขั้นตอนการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กสทช.และกระทรวงพาณิชย์ จึงคาดว่าจะใช้เวลาเทนเดอร์ช่วงกลางปี 65 หรือครึ่งหลังปี 65 ขณะที่ดีลการควบรวมคาดจะแล้วเสร็จเป็นเวลา 2 ปี จากการต้องดำเนินการควบรวมตามขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลา 1 ปี และอีก 1 ปี ในการนำทรัพย์สินรวมกัน เพื่อสร้างแบรนด์ใหม่เพื่อลดต้นทุนต่างๆ


 
*** จ่ออัพราคาเป้าหมาย DTAC-TRUE หลังควบรวม ส่วน ADVANC รับอานิสงส์ด้วย

    บล.โนมูระพัฒนสิน ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า TRUE-DTAC ประกาศควบรวมกัน ทำให้มีโอกาสสูงที่เราและตลาดจะให้ upside ต่อประเด็นดังกล่าว จึงมีโอกาสปรับราคาเป้าหมายของกลุ่มขึ้น โดยการขยับ EV/EBITDA ขึ้น ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “BULLISH” สำหรับกลุ่ม โดยยังคงเลือก ADVANC (TP220 เตรียมปรับขึ้น) เป็นหุ้นเด่นกลุ่ม เพราะมองว่าจะได้อานิสงส์ทางอ้อมจากภาพรวมการแข่งขันที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับทิศทางรายได้ที่อยู่ในช่วงการฟื้นตัวทั้งจากธุรกิจมือถือและ S-curve ใหม่อย่าง 5G, Fibre , Enterprise and digital service รวมทั้งลุ้นปันผลใน 2H21F อีก 2% และเก็งกำไร TRUE(Upside จากราคา tender 5.09บาท 17.8%) DTAC(Upside จากราคา tender 47.76บาท 15.7%) ตามลำดับ

    ฟากบล.ฟินันเซีย ไซรัส มองบวกต่อทั้ง TRUE-DTAC ที่จะเกิด Synergy โดยเฉพาะด้านต้นทุนระยะยาว รวมถึงอุตสาหกรรมสื่อสารฯที่การแข่งขันจะลดลง FSSIA ให้ราคาเป้าหมาย DTAC 42 บาทและ TRUE 4.20 บาท

 

*** หนุนหุ้นสื่อสารบวกยกแผง

    ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในกลุ่มสื่อสารตลอดทั้งวันนี้ (22 พ.ย.64) ปรับตัวขึ้นยกแผง โดย TRUE ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 4.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.44 บาท หรือ 10.19% มูลค่าการซื้อขายรวม 11,380 ล้านบาท ถัดมา DTAC อยู่ที่ระดับ 45.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท หรือ 9.09% มูลค่าการซื้อขายรวม 4,054 ล้านบาท และ ADVANC อยู่ที่ระดับ 209.00 บาท เพิ่มขึ้น 13.00 บาท หรือ 6.63% มูลค่าการซื้อขายรวม 7,247 ล้านบาท
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด