ข่าวนี้ที่ 1

EPG หวนคืน SET100 ปลายปีนี้ ลุ้นสถาบันถือหุ้นเพิ่ม

EPG หวนคืน SET100 ปลายปีนี้ ลุ้นสถาบันถือหุ้นเพิ่ม

    "อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป(EPG)" มั่นใจกลับเข้าคำนวณดัชนี SET100 อีกครั้งปลายปีนี้ หลังมาร์เก็ตแคป ทะลุ 3 หมื่นลบ. - ฟรีโฟลท ผ่านเกณฑ์ หวังนักลงทุนสถาบันเข้าถือหุ้นเพิ่ม เหตุเป็น Global Player ขายสินค้าทั่วโลก ด้านโบรกฯแนะ"ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 16 บาท

*** ลุ้นเข้า SET100 สิ้นปีนี้ สภาพคล่อง-มาร์เก็ตแคป ผ่านฉลุย

    รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า หุ้น EPG มีโอกาสถูกนำกลับเข้าคำนวณ ดัชนี SET100 อีกครั้งในสิ้นปี 64 เนื่องจากทั้งสภาพคล่อง(ฟรีโฟลท) และมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เกตแคป) สามารถผ่านเกณฑ์ SET100 แล้วทุกข้อ
    โดยมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า SET100 ซึ่งเดิม EPG อยู่ใน SET100 มาตลอด เพิ่งหลุดเมื่อรอบครึ่งแรกปี 64 ในส่วนของสภาพคล่องไม่มีปัญหา เพราะมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 200-300 ล้านบาทต่อวัน

*** หวังสถาบันถือหุ้นเพิ่ม เหตุเป็น Global Player ขายสินค้าทั่วโลก
    
    ส่วนกองทุนกับสถาบันจะเข้ามาถือหุ้นเพิ่มหรือไม่นั้น รศ.ดร.เฉลียว กล่าวว่า เนื่องจาก EPG ถูกเข้าคำนวณ SET100 มา 5-6 ปีแล้ว เป็นที่รู้จักของทั้งกองทุนในและต่างประเทศ ทำให้ปัจจุบันมีกองทุนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาถือหุ้นอยู่แล้ว 
    รวมทั้ง บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ซึ่งปัจจุบันถือเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งหากบริษัทได้เข้า SET100 ก็เชื่อว่าสถาบันจะเข้ามาถือหุ้นเพิ่มขึ้น เพราะ EPG เป็น Global Player ไม่ได้ขายสินค้าเฉพาะในประเทศ แต่ขายต่างประเทศ แผ่อาณาจักรออกไปทั่วโลก ซึ่งกองทุนต่างชาติมักมองในเชิงบวก

    อนึ่ง ข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 4 ส.ค.64 บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้น EPG อันดับ 2 จำนวน 87,437,889 หุ้น คิดเป็น 3.12%

*** เล็งทบทวนเป้ารายได้ปี 64/65 หลังปิดงบ Q2(ก.ย.64)

    รศ.ดร.เฉลียว กล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจปี 64/65 (เม.ย.64 - มี.ค.65) ยังคงเป้าหมายเดิมตั้งเป้ารายได้เติบโต 12-15% มาอยู่ที่ 11,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามขอรอดูงบฯ หลังจบไตรมาส 2 ปี 64/65 (ก.ค.-ก.ย.64) อาจมีการทบทวนกันอีกครั้ง
    "ตอนนี้ยังไม่ปรับเป้ารายได้ รอครึ่งปีแรกออกมาให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังดีมาก ไตรมาส 2 นี้จะพยายามทำกำไรให้สูงกว่า 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ที่เรามีกำไรกว่า 400 ล้านบาท ติดต่อกัน 3 ไตรมาส โดยไตรมาส 2 นี้ก็อยากจะให้สูงกว่า" รศ.ดร.เฉลียว กล่าว

    โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 64/65 (ก.ค.-ก.ย.64) มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง แรงหนุนมาจากการเติบโตทั้ง 3 ธุรกิจ ทั้ง AeroFlex, AeroKlas และ EPP
 
*** บล.กรุงศรี แนะ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 16 บาท
    
    ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ ซื้อ EPG ให้ราคาเป้าหมาย 16 บาท ซึ่งการดำเนินงานของ EPG ยังคงแข็งแกร่งจากธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ รายได้ฉนวนยางอ่อนแอลง qoq กดดันจากตลาดในประเทศและอาเซียนอ่อนแอ แต่อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มจะยังอยู่ในระดับที่ดีที่ 32.5% จาก 32.8% ใน 1Q

    การดำเนินงานแข็งแกร่งในเดือนก.ค.-ส.ค. และต่อเนื่องไปยังก.ย.รายได้จากชิ้นส่วนยานยนต์และบรรจุภัณฑ์จะสร้างระดับสูงสุดใหม่ในก.ค.-ส.ค. ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ได้รับแรงหนุนจากการส่งออก (78% ของรายได้) และบรรจุภัณฑ์ได้แรงหนุนจากการเดลิเวอรี่อาหาร และปริมาณขายแก้วจะลดลง 30% บรรจุภัณฑ์อาหารคิดเป็น 45% ของรายได้บริษัทและมาจากแก้วน้ำ 55% รายได้ฉนวนยางอาจอ่อนแอลง qoq จากตลาดในประเทศและอาเซียนอ่อนแอ

    แม้รายได้ฉนวนยางใน US (30% ของฉนวนยาง) สร้างระดับสูงสุดใหม่ในก.ค.และส.ค. ก็ไม่สามารถชดเชยตลาดในประเทศและอาเซียนที่อ่อนแอได้ แต่รายได้รวมของบริษัทก็สร้างระดับสูงสุดใหม่ในก.ค.-ส.ค. และต่อเนื่องไปยังก.ย. อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ในระดับที่ดีทรงตัว qoq ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และฉนวนยาง แต่อ่อนแอลง 1ppt qoq เป็น 17.0% สำหรับบรรจุภัณฑ์เนื่องจากการประหยัดจากขนาดที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นรวม GPM จะยังอยู่ในระดับที่ดีที่ 32.5% จาก 32.8% ใน 1Q

    โดยคาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 410 ลบ. ใน 2Q เทียบกับ 448 ลบ. ใน 1Q    
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด