บทความแนะนำ

ซื้อทีม "แมนฯ ยูไนเต็ด" ใช้เงินขั้นต่ำเท่าไร

ซื้อทีม

ฮือฮากันแต่เช้าเลยวันนี้ เมื่อ "อีลอน มัสก์" มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เจ้าของอาณาจักร "เทสลา" และ "สเปซเอกซ์" โพสต์ข้อความใน "Twitter" ว่า กำลังซื้อสโมสรฟุตบอล "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"...

ถือเป็นครั้งแรกของการโคจรมาบรรจบกันระหว่าง  "คอนเทนต์ครีเอเตอร์" เบอร์ต้นของโลก กับ สโมสรฟุตบอลที่อุดมไปด้วย "คอนเทนต์" ทั้งในและนอกสนาม เจ้าของฉายา "ปีศาจแดง" 

ความน่าเชื่อถือของประเด็นนี้มีมากน้อยแค่ไหนไม่สามารถตอบได้ แต่ที่แน่ ๆ เป็น "คอนเทนต์" ท็อปฮิตของวันนี้ไปแล้ว 

"อีไฟแนนซ์ไทย" ในฐานะเพจการลงทุน จะต้องขอมีเอี่ยวกับประเด็นนี้ด้วยอย่างเต็มใจ เพราะแอดเป็น "เด็กผี" ตัวยงคนหนึ่ง

ลืมเรื่องผลงานการแข่งขันไปก่อนเลย เพราะไม่น่าจดจำอย่างยิ่ง หลังผ่านไป 2 นัดของฤดูกาล 2022-2023 จมอยู่บ๊วยของตารางคะแนน

ที่อยากแชร์คือ การจะซื้อทีม "แมนฯ ยูไนเต็ด" ต้องใช้เงินขั้นต่ำเท่ากี่มากน้อย ?


เรื่องนี้มี 2 มุม คือ 1.ซื้อเพื่อเทคโอเวอร์สโมสร 2.ซื้อเพื่อลงทุน


เอามุมที่ 1 ก่อน : ข้อมูลจากรายงานประจำปี 64 (สิ้นสุด มิ.ย.64) ของ "แมนฯ ยูไนเต็ด" มีเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่คือ "ตระกูลเกลเซอร์" มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ซึ่งบ้านนี้ถือหุ้นใหญ่อยู่ 6 ราย รวม 120 ล้านหุ้น มีอำนาจการโหวตประชุมผู้ถือหุ้นในมือรวมถึง 97%

ดังนั้นหากจะเทคโอเวอร์ ก็ต้องไปขอซื้อหุ้นจากคนใน "ตระกูลเกลเซอร์" ทั้งหมด หรือมากกว่า 50% ที่คนบ้านนี้ถืออยู่ เพื่อจะได้มีสิทธิในการโหวตที่มากกว่า แต่เพื่อไม่ให้งง เราติ๊ต่างว่าบ้านนี้คงไม่แบ่งขาย ถ้าจะซื้อต้องซื้อทั้งหมด !!! 

อิงข้อมูลการซื้อขายหุ้น "แมนฯ ยูไนเต็ด" ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (NYSE) ราคาล่าสุด (13 : 49 น. เวลาไทยวันนี้) อยู่ที่ 12.78 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น 

หมายความว่าหากจะซื้อหุ้นทั้งหมดที่ "ตระกูลเกลเซอร์" ถืออยู่ 120 ล้านหุ้น ต้องใช้เงินทั้งสิ้น 1,538 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ 35.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีมูลค่าแค่ 5.44 หมื่นล้านบาทเท่านั้นเอ้งงงง !!! 

นี่คือมูลค่าขั้นต่ำ...แม้จะดูค่อนข้างสูง แต่ขนหน้าแข้ง "อีลอน มัสก์" ไม่ร่วงแน่ เพราะพี่แกรวยกว่านั้นหลายเท่า

แต่ความเป็นจริง "ตระกูลเกลเซอร์" คงไม่บ้าขายราคานั้นแน่นอน เพราะคนบ้านนี้ก็มีความเขี้ยวลากดินพอตัวเลยล่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมหาเศรษฐีอาหรับเคยติดต่อมาซื้อแล้ว แต่บ้าน "เกลเซอร์" บอกเลยว่าอาจจะพิจารณาหากได้มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป !!! เพิ่มมากกว่าเท่าตัว ท่านสุลต่านจากอาหรับเลยพับแผนไป

สรุปคือ...หากจะเทคโอเวอร์ "แมนฯ ยูไนเต็ด" ต้องมีเงินมหาศาลและอำนาจการต่อรองมโหฬาร เพื่อให้กลุ่มเจ้าของเดิมยอมปล่อยแหล่งสูบเงินอย่าง "แมนฯ ยูไนเต็ด" ออกไป 

ตอนนี้ตีความไว้ก่อนเลยว่าเป็นไปได้ยากในเร็ว ๆ นี้ที่ใครจะกล้าและบ้าพอ...


ด้านมุมที่ 2 : ข้อนี้เป็นไปได้แน่นอน เพราะในแง่นักลงทุน ทุกวันนี้เราสามารถซื้อหุ้นได้อย่างง่ายดาย แม้จะเป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ทั้งทางตรง (เปิดพอร์ตซื้อขายหุ้นต่างประเทศ โบรกเกอร์หลายแห่งมีบริการแล้ว) และทางอ้อม (ผ่านกองทุนรวม)

ราคาซื้อขายหุ้น "แมนฯ ยูไนเต็ด" ล่าสุดที่ 12.78 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น คิดเป็นเงินไทย (ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ 35.41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) เท่ากับ 452.54 บาท หากกำหนดซื้อขั้นต่ำ 100 หุ้นก็  45,254 บาท 

แต่ถ้าเป็นในแง่นักลงทุนถามหน่อยว่า คุณจะซื้อหุ้น "แมนฯ ยูไนเต็ด" ไหม เพราะอะไร ?

เพราะแม้ว่า "แมนฯ ยูไนเต็ด" จะเป็นทีมฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและมีฐานแฟนบอลระดับต้น ๆ ของโลก มีมูลค่าด้านแบรนดิ้งมหาศาล แต่ภายใต้การบริหารของเจ้าของทีมปัจจุบัน ผลประกอบการกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม

ปี 63 (สิ้นสุด มิ.ย.63) ขาดทุน 23.23 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทย (ณ อัตราแลกเปลี่ยน 42.86 บาท/ปอนด์) 996 ล้านบาท, ปี 64 (สิ้นสุด มิ.ย.64) ขาดทุนเพิ่มเป็น 92.22 ล้านปอนด์ หรือ  3,953 ล้านบาท หรือเกือบ 300% และปี 65 มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นด้วย เพราะไม่ได้ไปแข่งขันรายการ "ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก" ซึ่งรายได้จะหายไปมหาศาล 

ขณะที่ราคาหุ้นรอบ 1 ปีหลังเป็นขาลงอย่างชัดเจน จากราคาไฮที่ 20.86 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.ย.64 ล่าสุดลงมาอยู่ที่ 12.78 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงไปถึง 39% ส่วน P/E ปัจจุบันก็คำนวณไม่ได้เพราะยังขาดทุน ตัวเลขและสถิติทางการเงินต่าง ๆ ดูย่ำแย่ไปหมด ไม่ต่างจากผลงานในสนามเลย

เป็นผม ไม่ซื้อแน่นอนครับ แม้จะเป็นทีมรักทีมโปรดก็ตาม - -"

เขียนมาถึงตรงนี้นึกถึงความเห็นของ "รอย คีน" อดีตกัปตันทีมที่เคยนำ "แมนฯ ยูไนเต็ด" คว้า 3 แชมป์เมื่อปี 1998-1999 ที่บอกว่า...

"ไม่มีผู้นำ, ไม่มีคุณภาพ มีแต่ความระส่ำระสายตั้งแต่ระดับบนของสโมสร...
น่าเศร้าที่เห็นอะไรแบบนี้ นี่มันไม่ใช่สโมสรที่ผมเคยเล่น มันดูอ่อนยวบไปหมด 
ผมไม่เห็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใจสู้และเล่นด้วยความภูมิใจ..." 

คือมันแย่ไปทุกอย่างตั้งแต่การบริหารถึงฟอร์มการแข่งขัน ยันล่าสุดแชมป์หญ้าสวยก็ไม่ได้เป็นแล้ว ฮือออออออ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh