บทความแนะนำ

เงินเฟ้อรอบนี้ กระทบหุ้นแค่ไหน ?

เงินเฟ้อรอบนี้ กระทบหุ้นแค่ไหน ?

เงินเฟ้อรอบนี้ฉุดดัชนีหุ้นไทย (SET) ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.ร่วงไปกว่า 100 จุดแล้ว แต่ทำไมเงินเฟ้อถึงมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย บทความชิ้นนี้มีคำตอบ !
 

*** เงินเฟ้อกดหุ้นเดือนนี้ร่วงกว่า 100 จุด
 

ต้องยอมรับเลยว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงเดือน มิ.ย.นี้ ถือเป็นอีก 1 ช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ สำหรับนักลงทุน เพราะตั้งแต่ต้นเดือนดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลงไปแล้วกว่า 100 จุด หรือ ราว 6%

สาเหตุสำคัญของการปรับตัวลงในครั้งนี้ คือ การส่งสัญญาขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอัตราเร่ง ของธนาคารกลางใหญ่ๆของโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เพื่อเร่งแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง


*** เปิดสาเหตุ ทำไมเงินเฟ้อกระทบหุ้น
 

แต่ก็ยังมีบางคนสงสัยว่า อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ทำไมถึงกระทบกับตลาดหุ้นไทยแรงขนาดนั้น วันนี้"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงมาไขคำตอบให้ทุกคนกระจ่าง

โดยปกติอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น (แบบไม่รุนแรง) มักจะเป็นข้อดีมากกว่า เพราะสะท้อนถึงการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นกำลังดี อะไรหลายๆอย่างก็น่าลงทุนไปหมด

แต่อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยในรอบนี้ ที่ล่าสุดเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 7% ถือเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 13 ปี กลับส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคธุรกิจมากกว่า

อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงในรอบนี้ ทำให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งเงินเฟ้อยังทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน เป็นต้น

ทีนี้เมื่อธนาคารกลางใหญ่ๆของโลก เช่น FED เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นใกล้เคียงอัตราเงินปันผลของหุ้นพื้นฐานดีอีกด้วย

และค้วยความที่พันธบัตรรัฐบาล เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นอย่างมาก พอเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็ย่อมส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นักลงทุนส่วนใหญ่ต้องป้องกันความเสี่ยง ด้วยการเทขายหุ้นออกไปในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อนำเงินที่ได้เปลี่ยนไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นนั่นเอง


*** คาดบจ. โดนผลกระทบเงินเฟ้อต่อเนื่อง
 

ปรากฏการณ์ดังกล่าว กำลังส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นไทย อย่างที่เราเห็น SET Index ปรับตัวลงแรงมาตั้งแต่ต้นเดือน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนักลงทุนต่างประเทศ (Fund Flow) เทขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. นักลงทุนต่างประเทศมีสถานะพลิกกลับมาขายสุทธิหุ้นไทย เฉลี่ยวันละ 2.1 พันล้านบาท แถมยังเป็นเดือนแรกของปี 65 ที่ Fund Flow มีสถานะขายสุทธิ หลังจากซื้อสุทธิมาต่อเนื่อ งตั้งแต่ปลายปี 64  นู่นเลย

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะพวกเขามองว่า การลงทุนในหุ้นเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นแล้ว ซึ่งหากยังทนถือหุ้นต่อไป ก็จะยิ่งมีแต่เจ็บตัว เพราะบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ก็ต่างได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อเช่นกัน

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า เงินเฟ้อที่สูงขึ้นในรอบนี้ เกิดจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน หรือ ต้นทุนอาหารที่ราคาสูงขึ้นในช่วงนี้ ต่างเป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของบริษัทกันถ้วนหน้า

ซึ่งจากการสอบถามนักวิเคราะห์หลายๆราย ส่วนใหญ่มองว่า ทิศทางผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะถัดไป

นอกจากเงินเฟ้อจะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ต้นทุนการระดมทุน อย่างหุ้นกู้เพิ่มขึ้นด้วย สะท้อนจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ที่ต้องเพิ่มสูงขึ้นตามเทรด์ดอกเบี้ยขาขึ้น

โดยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า บริษัทที่ออกหุ้นกู้ใหม่ ส่วนใหญ่เริ่มให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งโดยแกติดอกเบี้ยหุ้นกู้ระดับ 7% เรามักจะพบได้ในหุ้นกู้ไร้เรตติ้ง แต่ถ้ากวาดตาไปดูที่ปีนี้ จะเริ่มเห็นหุ้นกู้ระดับดังกล่าว แต่มีเครดิต เรทติ้งรองรับบ้างแล้ว

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทยอยขายหุ้นไทยออกไปในช่วงนี้ เพื่อจำกัดความเสี่ยงในการลงทุนของตนเองให้ลดลงนั่นเอง  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh