Management's Lifestyle

| 20 กันยายน 2560

วิชัย แสงวงศ์กิจ ผู้คร่ำหวอดวงการไม้ 30 ปี ดัน SKN เข้า SET

นายวิชัย แสงวงศ์กิจ

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKN

 

          “ “วิชัย แสงวงศ์กิจ” เอ็มดีใหญ่คนเก่งแห่ง ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ SKN ผู้ผลิตและส่งออกแผ่นไม้เอ็มดีเอฟชั้นนำของประเทศ ที่เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ก้าวสู่การเป็นบริษัทมหาชนใน SET 26 ก.ย.นี้ เพื่อรุกตลาดแผ่นไม้เอ็มดีเอฟของโลกอย่างแข็งแกร่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดได้เป็นอย่างดี”

 

*** จุดเริ่มต้นธุรกิจ แวดวงไม้

          ครอบครัวผมมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ผมเป็นลูกคนเล็ก คุณพ่อ คุณแม่ เป็นคนจังหวัดปทุมธานีก่อนย้ายมาอยู่ที่จ.ระยอง ช่วงแรกท่านมีอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไป หลังจากนั้นหันมาประกอบธุรกิจเล็กๆ รับซื้อยางแผ่น ทำสวนทุเรียน ผมและพี่น้องก็ได้เรียนรู้ และเห็นท่านทั้งสองเป็นแบบอย่าง จนกระทั่งพวกเราได้ลงมือทำ และเริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ เป็นโรงเลื่อยไม้ภายใต้บริษัท ส.กิจชัย พาราวู๊ด จำกัด (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ส.กิจชัย จำกัด) ซึ่งตอนที่เริ่มธุรกิจ ทุกคนช่วยกันทำทุกอย่าง ตั้งแต่เก็บของ นับสต๊อก ดูแลกระบวนการผลิต ไปจนถึงติดต่อกับชาวสวน ทำให้เราเรียนรู้และสะสมประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ

          ตอนเริ่มต้น ไม้ส่วนใหญ่ที่นำมาแปรรูปในขณะนั้นจะเป็นไม้เบญจพรรณทั่วไป อย่างไรก็ดี ภายหลังโรงเลื่อยไม้หันมารับซื้อไม้ยางพารา ซึ่งเป็นไม้เศรษฐกิจ นิยมปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ และมีพื้นที่ปลูกจำนวนมาก นิยมนำมาแปรรูปทดแทนไม้จากธรรมชาติกันมากขึ้น ทำให้เห็นโอกาสการขยายธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติม และด้วยการเล็งเห็นโอกาส จากการนำกิ่งไม้ ปลายไม้ เศษไม้ และขี้เลื่อย มาแปรรูปเพื่อผลิตแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนการใช้ไม้จริง เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไม้ที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ในปี 2540 เราได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้ปาร์ติเกิ้ล ภายใต้บริษัท ส.กิจชัย วู้ดแพนเนล จำกัด ต่อมาในปี 2547 กลุ่ม ส.กิจชัย และกลุ่มสหกิจได้ร่วมกันก่อตั้งโรงงานผลิตแผ่นไม้อัด ภายใต้บริษัท ส.พลายวู๊ด จำกัด

 

 

*** รุกตลาดแผ่นไม้เอ็มดีเอฟ ภายใต้ ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์

          พอเข้ามารุกตลาดแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติ ทำให้เราเห็นเทรนด์การเติบโตของตลาดโลก และแนวโน้มความต้องการแผ่นไม้ทดแทนธรรมชาติประเภทแผ่นไม้เอ็มดีเอฟมีการเติบโตสูงเป็นจุดเริ่มต้น และไม่รอช้าในการตัดสินใจก่อตั้งบริษัทเพื่อรุกตลาดดังกล่าว          

          บมจ. ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ SKN ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 ด้วยทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 600 ล้านบาท และเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงาน และติดตั้งเครื่องจักร เพื่อผลิตแผ่นไม้เอ็มดีเอฟ ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง บนพื้นที่ 144 ไร่ 3 งาน 13 ตารางวา เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า แผ่นไม้เอ็มดีเอฟ ซึ่งเป็นแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้างและตกแต่งในอาคารบ้านเรือน เช่น บัว วงกบ ประตู ผนัง ฝ้า และพื้น และอุตสาหกรรมผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ เช่น หน้าบานตู้ โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ Built-in เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าต่างประเทศ หรือมีสัดส่วนส่งออกมากกว่า 90%  โดย ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ ในวันนี้ บริหารงานแยกกับธุรกิจครอบครัวอย่างชัดเจน เนื่องจาก เราเล็งเห็นแล้วว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงผลักดันเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในที่สุด    

 

*** ภูมิใจวันนี้ยกระดับธุรกิจ สู่การเป็นมหาชนชั้นนำ

          แม้จะมีชั่วโมงบินในธุรกิจนี้สูง ก็ต้องยอมรับว่าช่วงเริ่มต้นธุรกิจไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก การทำโรงงานอุตสาหกรรมมักจะมีปัญหาเข้ามาทดสอบเราเสมอ แต่ด้วยความเชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจไม้มากว่า 30 ปี ทำให้เราสามารถวิ่งได้ไวกว่าคนอื่น โดยเริ่มต้นติดตั้งเครื่องจักร และเสร็จสิ้น เริ่มดำเนินการทดสอบระบบ ลองผิด ลองถูก พัฒนาสูตรผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าให้เหนือกว่า จนกระทั่งสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556 และจากนั้น ในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน บริษัทสามารถผลิตด้วยกำลังการผลิตในระดับสูงมาโดยตลอด และกำลังการผลิตทำนิวไฮแตะระดับ 90% เรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับความต้องการใช้แผ่นไม้เอ็มดีเอฟทั่วโลก จึงก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายอาณาจักร รุกตลาดผลิตและจำหน่ายแผ่นไม้เอ็มดีเอฟของคนไทย ให้โด่งดังไกลทั่วโลกได้

 

 

*** บททดสอบชีวิต

          แต่ถ้าจะให้พูดถึงวิกฤตที่สุดที่เคยเจอ คิดว่าน่าจะเป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 ผู้ประกอบธุรกิจไทยได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า บางคนถึงกับล้มไปเลย บางคนก็ลุกขึ้นมาได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวเราไม่ได้รับผลกระทบเหมือนคนอื่น เนื่องจากเราส่งออกตั้งแต่ต้น และได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่าด้วยซ้ำ แต่ที่แน่ๆ วิกฤติครั้งนั้น ทำให้เรามองเห็นและเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมกัน และสามารถนำมาเป็นสิ่งที่ช่วยสอน และเตือนใจเราไว้ว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นวิกฤติกับบริษัท เราจะมีวิธีการป้องกัน หรือรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างไรให้บริษัทได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หรือแม้กระทั่งการทำธุรกิจแข่งขันสู้กับเจ้าตลาดที่ทำธุรกิจมาก่อนหน้าเรา จึงต้องอาศัยเรื่องของคุณภาพสินค้า และความซื่อสัตย์เป็นหลักสำคัญ ในการเข้าสู้ ทำงานให้เต็มที่ เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้กับลูกค้า และตรงเวลา ทั้งหมดนี้ทำให้ ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้รับการยอมรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว

 

*** บุคคลต้นแบบ

          สำหรับบุคคลต้นแบบของผม คือ คุณพ่อ คุณแม่ เป็นตัวอย่างที่สำคัญมากเลย ทั้งด้านความซื่อสัตย์ คุณธรรม ท่านสอนตลอดว่าต้องเป็นคนดี ทั้งคิดดีและทำดี แม้ว่าเราจะเก่ง หรือไม่เก่งนั้นไม่สำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ แต่หากอะไรที่มันไม่ถูกต้อง เราจะไม่ทำ ท่านปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้กับผมมาตลอดตั้งแต่เล็กๆ และเป็นตัวอย่างทำให้ผมเห็นชัดเจนมากที่สุด และเรายึดมั่นตรงนี้เป็นหลักมาเสมอ จึงทำให้พวกผมพี่น้อง ทั้งครอบครัวประสบความสำเร็จมาได้ถึงทุกวันนี้

 

 

*** ทายาทรุ่นที่ 2

          หลานผมหลายคนเข้ามาช่วยทำงานในธุรกิจต่างๆของครอบครัวแล้ว ส่วนผมเองมีลูก 3 คน ลูกสาวคนโต เรียนจบปริญญาตรีคณะศิลปศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท MBA จากเอแบค ส่วนลูกชายคนกลางจบปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์ จากเอแบคเหมือนกัน ทั้ง 2 คน ได้เข้ามาช่วยบริหารงานที่ SKN ตอนนี้คนโตนั่งบริหารงานเป็นรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร ส่วนคนกลางนั่งเป็นผู้อำนวยการและนักลงทุนสัมพันธ์ให้กับบริษัท คอยแบ่งเบางานของผมได้เป็นอย่างดี ส่วนคนเล็กเรียนจบเมื่อไม่นานมานี้ และให้ไปหางานทำที่อื่น ให้ไปเป็นลูกน้องเขาก่อน ไปเรียนรู้การทำงานจริงในโลกภายนอก เรียนรู้วิธีการสื่อสาร สั่งงานกับคน ในฐานะที่เป็นผู้รับคำสั่งแล้วรู้สึกยังไง และเมื่อเวลาต้องมาทำงานเป็นหัวหน้าคนจะได้รู้จักวิธีการสื่อสารกับลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานได้ถูกวิธี เพราะเรื่องทรัพยากรบุคคลมีความสำคัญมากในการทำธุรกิจ

          สำหรับข้อดีของคน 2 รุ่นมาเจอกัน คือ จะได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ ผมมีประสบการณ์ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ ส่วนเด็กรุ่นใหม่จะมีมุมมอง วิสัยทัศน์ และไอเดียใหม่ๆ มานำเสนอ ตอนแรกก็เกิดปัญหาในการสื่อสารและการทำงานอยู่บ้าง แต่ทุกวันนี้ เราปรับจูนกัน ทำให้ธุรกิจไปได้ไกลและเร็วกว่าเดิมอีก

 

*** วันว่างแบบ “ วิชัย แสงวงศ์กิจ ”

          ปกติผมทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ จากเดิมที่แต่ก่อนผมทำงานทุกวัน ไม่มีวันหยุด เวลาว่างอยู่กับครอบครัว ถ้าหากเป็นช่วงวันหยุดยาวก็มีพักผ่อนบ้าง ไปดูอะไรเพลินๆ เดินดูกลุ่มร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ไปดูผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในงานโชว์เฟอร์นิเจอร์ หรือดูเครื่องจักรบ้าง เหมือนกับว่าเราได้ไปเที่ยวด้วย ได้มองหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำกลับมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจของเราด้วย

 

*** ทิ้งท้าย ทำไมต้องลงทุนในหุ้น SKN?

          นับตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนถึงวันนี้ นับเป็นเรื่องที่สร้างความภาคภูมิใจที่สุด สามารถผลักดัน SKN จนสามารถเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างชื่อเสียงให้บริษัทฯ ครอบครัว รวมถึงตระกูลแสงวงศ์กิจ และสหกิจ ในช่วงต่อจากนี้ เราพร้อมที่จะมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านการผลิตวัสดุทดแทนไม้ธรรมชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นบริษัทของคนไทยที่นำเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพไปยังตลาดโลก ด้วยการบริหารงานที่ยึดหลักธรรมาภิบาลที่ดี ก้าวผ่านการเป็นธุรกิจกงสี และเติบโตอย่างยั่งยืน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh