Management's Lifestyle

| 20 มิถุนายน 2560

เอ็มดีหนุ่มไฟแรง พร้อมนำ ITEL เติบโตโดดเด่นและยั่งยืน

ณัฐนัย อนันตรัมพร

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL

 

เอ็มดีหนุ่มไฟแรง พร้อมนำ ITEL เติบโตโดดเด่นและยั่งยืน

          นักบริหารหนุ่มไฟแรง อนาคตไกล “ณัฐนัย อนันตรัมพร” ด้วยวัยเพียง 29 ปี สามารถนำบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้สำเร็จ หลังจากได้รับการบ่มเพาะจาก คุณพ่อสมบัติ และคุณแม่ชลิดา อนันตรัมพร ผู้ก่อตั้ง บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ตั้งแต่วัยเด็กจนโตเป็นหนุ่มวัยทำงาน ทำให้รู้จักค่าของเงิน อดทน มีความมุ่งมั่น และแนวทางการบริหารงาน

 

***ทำได้ดั่งใจพ่อ

          จุดเริ่มต้นของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มาจากคุณพ่อของผมได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อราว 30 ปีที่ผ่านมา หรือในปี 1987 แรกเริ่มเดิมทีตั้งภายใต้ชื่อบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล 1987 ตามปีเกิดของผม แม้ว่าผมจะเป็นลูกคนที่ 2 แต่เป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวจากพี่น้องทั้งหมด 4 คน ทำให้คุณพ่อและคุณแม่ รู้สึกว่าต้องเริ่มหาเงินจริงๆ จังๆ ได้แล้ว คุณพ่อเลยตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงาบริษัท เพื่อมาตั้งบริษัทของตัวเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจขึ้นมา                                                         

          ผมเองในฐานะที่เป็นลูก ทำให้ได้สัมผัสกับการทำธุรกิจของคุณพ่อมาโดยตลอด และรูปแบบการทำงานของคุณพ่อที่เป็นนักวางแผน ท่านวางแผนให้ผมเข้าเรียนเตรียมอุดมศึกษา และอยากให้ผมซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวเรียนวิศวกร เพื่อจะได้เข้ามารับช่วงดูแลธุรกิจ ผมสามารถทำได้ตามที่คุณพ่อวางแผนไว้ โดยสามารถสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ และยังเป็นการสานความใฝ่ฝันส่วนตัวของคุณพ่อที่อยากจะเรียนวิศวะ จุฬา และได้ฝากฝังให้ผมเป็นตัวแทนท่าน ซึ่งผมสามารถทำความฝันของท่านให้เป็นจริงได้

          การสอนของคุณพ่อตั้งแต่สมัยผมยังเป็นเด็ก แฝงไปด้วยข้อคิดอะไรหลายๆ อย่างทั้งเรื่องการใช้ชีวิต เรื่องการใช้เงิน ผมจะถูกเลี้ยงดูแตกต่างจากพี่สาวของผม สมัยเรียนมัธยมผมต้องนั่งรถเมล์ไปเรียน กลับเข้าบ้านแต่ละทีต้องโหนรถเมล์ต่อรถสองแถวเข้าบ้าน แต่พี่สาวนั่งเบนซ์ไปเรียน แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 

          ตอนนั้นผมโกรธมาก มีอารมณ์น้อยใจปนไปด้วย แต่คุณพ่อบอกว่าต้องฝึกไว้ ผมยอมรับฟัง ไม่มีทางเลือก และในแต่ละวันจะให้เงินผมใช้วันละ100 บาท พอเข้ามหาวิทยาลัยเพิ่มเป็นวันละ 150 บาท จะกินร้านอาหารญี่ปุ่นฟูจิแต่ละมื้อ คิดแล้วคิดอีก เก็บเงินทั้งอาทิตย์เพื่อกินหนึ่งครั้ง อย่างนี้เป็นต้น เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ผมต้องสู้ ด้วยความที่มีแรงกดดัน ทำให้มีกำลังฮึดสู้ ทำให้อยู่ได้ด้วยตัวเราเอง แม้แต่ตอนไปเรียนต่อที่อเมริกายังโดนดูถูก ด้วยความที่เราเป็นคนเอเชีย ไม่เคยได้คะแนนเต็มเลยสักครั้ง เขาให้เหตุผลว่าภาษาอังกฤษผมไม่ดี ทำให้ผมมีความพยายาม มุมานะ และท้ายที่สุดได้งานทำอยู่ที่นั่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมว่าเป็นแรงผลักดันจากคุณพ่อที่สอนให้ผมเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ง่ายเกินไปและไม่ยากเกินไป

 

***จุดเริ่มต้นธุรกิจ

          หลังจากจบปริญญาตรี ผมได้เข้าทำงานเป็นวิศวกรวิจัยและพัฒนาที่บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และมาฝึกงานที่ ILINK เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านไฟแนนซ์ มหาวิทยาลัย บอสตัน สหรัฐอเมริกา หลังจากจบปริญญาโทได้กลับมาเป็นผู้จัดการที่บริษัทของคุณพ่อเมื่อตอนอายุ 25 ปี ผมทำงานกับคุณพ่อได้ 1 ปี พอมองเห็นจุดอ่อนของบริษัท คือ เรามีรายได้ทางเดียว จากธุรกิจซื้อมาขายไป เลยคิดตั้งบริษัทลูกเพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการ คือ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และตั้งเป้าให้บริษัทนี้ว่าต้องโตกว่าบริษัทแม่ให้ได้ เราไม่ได้ทำธุรกิจแข่งกัน แต่ทำธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กันมากกว่า และเมื่อปลายปี 59 ที่ผ่านมา ผมสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้สำเร็จ ถือเป็นของขวัญวันเกิด 29 ปีให้ตัวเองเลยครับ

 

 

****ยึด “การคิดดี ทำดี” เป็นหลักในการทำงาน

          แนวคิดหลักที่ใช้ในการทำงานของผมหลักๆ คือ “ การคิดดี ทำดี ” ซึ่งหมายถึงว่า ทุกครั้งจะทำอะไรต้องตั้งโจทย์ก่อนเลยว่าสิ่งที่ทำถูกต้องหรือไม่ ดีหรือไม่ และผลจะตามมาเอง ทั้งหมดนี้ต้องเรียนว่าได้แนวคิดมาจากมาจากคุณพ่อ เพราะท่านเป็นนักสู้ สู้ได้ทุกสถานการณ์ เมื่อคิดใหญ่แล้วลงมือทำเลย และได้ความละเอียดรอบคอบ ความมัธยัสถ์มาจากคุณแม่ ส่วนการทำงานกับพนักงานในบริษัทเราอยู่กันแบบครอบครัว สามารถคุยกันได้ ทำงานกันเป็นทีม และมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า คิดดี ทำดี และทำให้เต็มที่ ผลของการคิดดีจะออกมาเอง นอกจากนี้ เป้าหมายการทำงานของบริษัทในอนาคต ผมพยายามวางระบบการทำงานให้ดีมากขึ้นไปอีก เพื่อให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ให้ทุกคนสามารถทำงานแทนกันได้หมด หากใครไม่อยู่ เราสามารถเดินงานต่อไปได้ ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นประสิทธิผลบ้างแล้ว และภายใน 3 - 5 ปี จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นไปอีก  

          การนำ ITEL เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นับเป็นผลงานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ผมทำให้บริษัทฯ และผมมองว่าการเข้าตลาดไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การที่เราอยู่ในตลาดจะส่งผลให้เราสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เป็นนโยบายหลักที่คุณพ่อได้วางไว้ตาม Business Model เราเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะโครงข่ายของประเทศ เป็นสันหลังของประเทศ โครงข่าย Fiber Optic เป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงแน่นอนครับ

 

***เป้าหมายปี 60 ของ ITEL

          สำหรับเป้าปี 60 ผมคาดว่ารายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตในอัตราใกล้เคียงกันที่ระดับ 50 - 60% จากปี 59 ที่มีรายได้ 809.29 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 67.24 ล้านบาท จากที่มี Backlog ทั้งโครงการของการไฟฟ้า และมีงานให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำเสนอแก่ลูกค้าใหม่ในธุรกิจลิสซิ่ง ที่มีสาขา 1,600 - 2,000 สาขา ผมคาดว่าเราน่าจะให้บริการได้ในปีนี้ทั้งสิ้น 70% ของสาขาทั้งหมด และเรายังเข้าประมูลงานเพิ่มในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาอยู่ครับ และในไตรมาสเดียวกันนี้จะทำการเปิดให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้ว 30% หรืออยู่ที่ 200 racks จากทั้งหมดอยู่ที่ 624 racks

 

***แผนลงทุน ITEL

          บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายโครงข่ายเพื่อเชื่อมต่อไปยังผู้ใช้บริการ หรือ Last Mile ที่จะส่งผลให้เรามีพื้นที่การให้บริการที่มากขึ้น และมีแผนที่จะลงทุนในบริษัทร่วมทุน ระหว่างบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เพื่อให้บริการศูนย์สำรองข้อมูลแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ GENESIS ซึ่งผมคิดว่านี่จะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยให้บรรลุเป้าหมายหลักของบริษัทฯ ได้ นั่นคือ การเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

           

***พอร์ตการลงทุนส่วนตัว

          การลงทุนส่วนใหญ่ของผมจะมาจากเงินเก็บสะสมเป็นหลัก แต่มีลงทุนในหุ้นบ้างครับ ปัจจุบันผมลงทุนในหุ้น 2 - 3 ตัวเท่านั้น ตั้งใจจะถือลงทุนระยะยาว มีลงทุนใน LTF และ RMF ซื้อตั๋วเงินระยะสั้น (B/E) บ้าง มีทั้งตั๋วเงินระยะสั้นอายุ 6 เดือน อายุ 9 เดือน อีกส่วนหนึ่งจะถือเป็นเงินสดไว้ ทั้งนี้ การลงทุนในหุ้นแต่ละตัวจะดูที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเป็นส่วนใหญ่ Business Model และผู้บริหารของบริษัทนั้นๆ และผมกำลังลงทุนเปิดธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ เป็นร้านไอศครีมโยเกิร์ต เพราะคนสมัยใหม่ พนักงานออฟฟิศอยากดูแลสุขภาพตัวเอง ผมเล็งเห็นช่องว่างของตลาด โดยปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเปิด 10 ร้าน ยังไงฝากแวะมาอุดหนุนกันได้นะครับ!!

 

 

***กิจกรรมยามว่าง

          ผมชอบขับรถแข่ง และชอบการถ่ายรูปมากๆ ในทุกๆ ปีช่วงเทศกาลปีใหม่ ทุกคนในครอบครัวต้องมาเจอกัน ส่วนใหญ่จะพากันไปเที่ยวเขาใหญ่ และหัวหิน พักผ่อนกันเป็นครอบครัวใหญ่ พร้อมหน้าพร้อมตา และผมจะเป็นฝ่ายเก็บภาพในทริปทั้งหมด

 

***ฝากถึงคนรุ่นใหม่

          จริงๆ ผมชอบไปพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องนะครับ ว่าในยุคปัจจุบันของเรา เรามีแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่าย และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยความพร้อมทุกๆ ด้าน ถ้าเรามีความตั้งใจและนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ บวกกับความขยันของคนรุ่นก่อน รับรองว่าเราจะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างมากมาย และสำหรับในเรื่องของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันนั้น ผมเชื่อว่าต้องเป็นการทำธุรกิจแบบ Win – Win ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย เติบโตไปด้วยกัน จะมาแบบกินรวบคนเดียว โตอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้คงไม่ได้แล้วครับ

 

***ทิ้งท้ายถึงนักลงทุน

          สำหรับปี 2560 อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุด มีเสถียรภาพมากที่สุด และมีการบริการที่น่าประทับใจที่สุดในประเทศไทย โดยปัจจัยที่จะส่งให้บริษัทฯ ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ อันดับแรกเลย คือ เรื่องของการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า อันดับต่อมา คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้าตั้งแต่ต้นจนถึงการดูแลหลังการขาย และสุดท้าย คือ ทีม operation ที่จะต้องนำส่งบริการตั้งแต่ต้นจนจบไปถึงลูกค้าอย่างดีเยี่ยม ไม่มีข้อบกพร่อง สำหรับภายในบริษัทฯ เองจะเน้นเรื่องของการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากร รวมทั้งความสุขในการทำงานของพนักงานทุกคน เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า เมื่อพนักงานทำงานอย่างมีความสุข จะสามารถส่งต่อความสุขนั้นไปถึงลูกค้าที่รับบริการได้เช่นกัน และผมยังเชื่อว่าหากเราสามารถพัฒนาและดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ได้ เราจะสามารถก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับพันล้านได้ นับว่าเป็นบริษัทฯ ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ไม่นาน และจากการเติบโตของบริษัทฯ ที่มีให้เห็นอยู่แล้วว่ามีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง นั่นแสดงว่า บริษัทฯ ของเราไม่เคยที่จะหยุดพัฒนา และก้าวทันตามยุคสมัย เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน

 

 

จันทนี ลลิตลัคนกุล //รายงาน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh