Management's Lifestyle

| 25 ตุลาคม 2560

"ทศพร จิตตวีระ"จากเด็กวิศวกรฝันใหญ่ ดัน FLOYD เข้า mai ปีนี้

คุณทศพร  จิตตวีระ

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD

“เคล็ดลับการทำธุรกิจ ต้องมีความชำนาญและรักในงานที่ทำ”

 

          เมื่อ 27 ปีก่อน “ฟลอยด์” เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มกันของเด็กวิศวกรรม ที่เริ่มจากเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ จนมาริเริ่มเปิดธุรกิจต่อยอดกับสิ่งตัวเองเรียนมา เริ่มจากบริษัทเล็กๆ ที่ยังไม่มีใครรู้จัก สั่งสมประสบการณ์ ลองผิด ลองถูก ประกอบกับความมุมานะ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค จนมาถึงวันนี้ วันที่เราทุกคนจะได้ทำความรู้จักกับว่าที่หุ้น IPO น้องใหม่ อย่าง “ บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ”

 

*** ย้อนเส้นทางความสำเร็จของ “ ฟลอยด์ ”

          “ฟลอยด์” เริ่มมาจากกลุ่มผู้ถือหุ้นหลัก 4 ท่าน ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนๆ ที่เรียนวิศวกรรมมาเหมือนกัน โดยเราเริ่มต้นกันมาตั้งแต่ด้วยธุรกิจงานวางโครงสร้างระบบอาคาร งานระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร, งานระบบประปา ระบบสุขาภิบาล, ระบบดับเพลิง งานระบบปรับอากาศ และระบายอากาศ โดยตอนแรกเริ่มต้นบริษัทจากคุณสมเกียรติ เลิศศุภกุล และคุณอภิรัช เมืองเกษม หลังจากนั้นก็เริ่มพิสูจน์ผลงาน มีลูกค้าเห็นฝีไม้ลายมือ ทำให้ได้งานมาเรื่อยๆ หลังจากนั้นทางคุณประสิทธิ์ ทัศนสุกาญจน์ และตัวผมเองก็เริ่มเข้ามา รวมกันเป็นกลุ่มทำกันมาเรื่อยๆ จากตอนแรกมีพนักงานกันไม่กี่คน เริ่มรับคนเข้ามาเพิ่ม ขยายงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบันมีพนักงานกว่าร้อยคน

          สำหรับธุรกิจหลักของบริษัทฯ คือ เป็นผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานวิศวกรรมประกอบอาคาร รวมถึงงานออกแบบ จัดหา และรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมอย่างครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยการติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ระบบสุขาภิบาลและดับเพลิง และระบบปรับอากาศและระบายอากาศ โดยมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าและค้าปลีก อาคารสำนักงาน อสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายที่จะรับงานเป็นผู้รับเหมาหลัก ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดซื้อและจัดหาอุปกรณ์ และให้บริการติดตั้ง ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุน คุณภาพและการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในบางกรณีที่บริษัทฯ ต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ หรือยกระดับความสามารถในการรับงาน บริษัทฯ จึงจะดำเนินการในลักษณะผู้รับเหมาช่วง (Sub-contractor) ซึ่งสำหรับวิธีการในการจัดหางานในแต่ละโครงการนั้น อาจจะมาจากวิธีการประมูล หรือการเจรจาต่อรอง รวมถึงการร่วมมือกับบริษัทอื่นในลักษณะกิจการร่วมค้าก็เป็นได้

          ตอนที่บริษัทกำลังเป็นรูปเป็นร่าง หรืออยู่ในยุคที่ก่อร่างสร้างตัวนั้น เป็นยุคที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์เข้ามาเปิดกิจการในเมืองไทยพอดี และต้องการหาผู้รับเหมาโดยตรง ที่ไม่ต้องผ่านบริษัทจัดหา เราเลยได้มีโอกาสเข้าไปลองพิสูจน์ผลงาน จากเริ่มแรกได้งานแค่โปรเจกต์เล็กๆ จากนั้นพอลูกค้าเห็นผลงาน เห็นถึงความเอาใจใส่และความมีวินัยในการทำงาน เลยให้ทำโปรเจกต์อื่นๆ เพิ่มเติมไปด้วย กลายเป็นว่าเราได้งานทั้งโครงการเลย ทั้งงานระบบ งานไฟฟ้า หลังจากนั้นบริษัทก็ได้รับงานจากโฮมโปรด้วย (ในขณะนั้น โฮมโปรอยู่ในเครือของคาร์ฟูร์) เราเริ่มดีลงานกันมาเรื่อยๆ ทางโฮมโปรฯ ให้งานวางระบบมาทำด้วย แต่ก็เกิดจุดเปลี่ยนของเราอีกคือ คาร์ฟูร์ประกาศหยุดกิจการ ทำให้ฟลอยด์เซนิดหน่อย แต่ว่าตั้งสติทัน เลยหันมารับงานที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีแทน ส่วนกลุ่มโฮมโปร เรายังรักษาผลงานมาจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ และสามารถต่อยอดมารับงานของโครงการ Mega Home เพิ่มเติมด้วย แต่ว่าในโลกของธุรกิจไม่สามารถหยุดนิ่งที่กลุ่มธุรกิจใดเพียงธุรกิจเดียว ด้วยความที่เรามีผลงานที่มีมาตรฐาน จึงลองเข้าไปรับงานโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มเติม และลูกค้ากลุ่มคอนโดฯ ในปัจจุบันที่เราดูแล คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

 

 

*** บทบาทของ 4 ทหารเสือ

          ถ้าในเนื้องานที่เป็นประโยชน์ และเป็นรายได้ให้กับบริษัทฯ ผมถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคน ไม่ใช่ว่างานใครงานมัน ทางด้านปฏิบัติ เงินทุกบาทเราต้องช่วยกันดู ใครมีไอเดียอะไรที่เป็นประโยชน์เราก็มาแชร์กัน แต่ว่าถ้าทางด้าน mechanical ทางคุณประสิทธิ์ จะเป็นคนรับผิดชอบ / งานระบบไฟฟ้า งานคอนโดฯ คุณทศพร / งานโฮมโปร งานเมกะโฮม คุณอภิรัชดู แต่ว่าทุกคนก็ต้องช่วยกัน ใครเด่นด้านไหนก็ทำไป ใครไม่ถนัดด้านไหนก็เอาอีกคนมาเสริม

          ข้อเสียเปรียบในงานระบบเรื่อง Technical มันมีความเข้าใจในแต่ละเนื้องานไม่เหมือนกัน แต่ละคนมีเทคนิคของตัวเอง แต่ว่าเราต้องอยู่รวมกัน ถึงจะทำได้ทั้งระบบ เพราะบางระบบคุณก็อาจจะทำไม่ถนัด แต่ว่าเราก็เติมเต็มซึ่งกันและกัน ซึ่งบางครั้งอาจจะมีทะเลาะกันบ้าง แต่ว่าเฉพาะในเรื่องงาน เพราะเราต้องการหาข้อสรุปในงาน ในความคิดผม เพื่อนสำคัญกว่า และอีกอย่างวิศวกรจะมี ego ของแต่ละคน เราเรียกว่ามาหาข้อสรุปเพื่อให้ได้ผลตามที่คาดไว้ เวลาเรามองปัญหา เราต้องมองจากฝั่งลูกค้าเป็นหลัก เพราะว่าเราต้องให้ความสำคัญ ตามที่ลูกค้าอยากได้มากกว่า

 

*** กลยุทธ์มัดใจลูกค้า รักษามาตรฐานและคุณภาพงาน

          บริษัทฯ มีนโยบายในการกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงาน โดยจะมุ่งเน้นการขยายตลาดให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เน้นรักษามาตรฐานในการให้บริการและพัฒนาระบบงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพการทำงานให้หลากหลายมิติ อันได้แก่ การบริหารงานคุณภาพ การพัฒนาประสิทธิภาพ การบริหาร การจัดการ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินธุรกิจ การปรับกระบวนการทำงาน เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จเพิ่มมากขึ้น การเพิ่มศักยภาพบุคลากร ทั้งจากการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง การทำงานเป็นทีม การเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร อีกทั้งประสบการณ์ของผู้บริหารและทีมวิศวกร เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางถึงคุณภาพงาน และการส่งมอบงานที่ตรงต่อเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารงานของผู้บริหารและทีมวิศวกรโครงการที่มีความรู้และมีประสบการณ์ ในแวดวงธุรกิจรับเหมา และติดตั้งระบบวิศวกรรมประกอบอาคารที่สะสมประสบการณ์มามากกว่า 27 ปี ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและได้รับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง

          จากผลงานในอดีตที่ผ่านมา มองว่าน่าจะเป็นเครื่องการันตีผลงานของบริษัทได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะลูกค้า ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่ได้ให้ความไว้วางใจและกลับมาใช้บริการของบริษัทฯ นอกจากนี้ ลูกค้าดังกล่าวยังได้บอกต่อและแนะนำบริษัทฯ ให้แก่ลูกค้ารายอื่นๆ ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายในการรักษาชื่อเสียง และคุณภาพงาน โดยมุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการและเป็นธรรมต่อลูกค้า โดยมีจรรยาบรรณที่ดีและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ และ “ฟลอยด์” มีกลยุทธ์ในการกระจายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลาย โดยตอนนี้กำลังรุกคืบไปยังกลุ่มคอมมูนิตี้มอลล์ และหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เรามีความพร้อมเข้าประมูลงาน และมองว่าเป็นโอกาส โดยเล็งงานด้าน Infrastructure การลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ เช่น งานระบบควบคุม งานวางระบบต่างๆ ที่เรามีความชำนาญ เป็นต้น

 

*** พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง

          ปัจจุบันระบบการก่อสร้างของเมืองไทย ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ การก่อสร้างโดยใช้ระบบแบบ fully precast เป็นการก่อสร้างแบบต่อจิ๊กซอว์ ซึ่งเป็นระบบใหม่ของการก่อสร้างเมืองไทย และทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย และกำลังเป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา เพราะประหยัดเรื่องการขนย้ายวัสดุประกอบ และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างน้อยกว่าเดิม จากปกติ 2 - 3 ปี แต่อาจจะลดลงได้ถึง 20% ของเวลาก่อสร้างทั้งหมด จากนั้นกลุ่มของ ANANDA จึงเริ่มเข้ามาศึกษาการก่อสร้างแบบนี้ โดยเริ่มต้นที่โครงการวุฒากาศ เราเลยได้มีโอกาสเข้าไปทำ จากนั้นก็มี East gate ของกลุ่มพฤกษา หรือ PS ฟลอยด์ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ฟลอยด์ได้พัฒนาทั้งระบบการบริหารจัดการ ระบบการก่อสร้าง เทคโนโลยีใหม่ และพัฒนาศักยภาพทางด้านบุคลากรด้วย

 

 

*** วิกฤตสอนให้เรียนรู้และให้ทำในสิ่งที่ชำนาญ

          ชีวิตผมเจอวิกฤตเศรษฐกิจ 2 ครั้ง วิกฤตเศรษฐกิจแรกในยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งธุรกิจบูมมาก และต่อมาเกิดช่วงวิกฤตฟองสบู่แตก เราก็เซไปบ้าง แต่ยังมีความโชคดี คือกลุ่มลูกค้าหลักของฟลอยด์เป็นต่างชาติ ทำให้ได้รับผลกระทบไม่มาก แต่มีกระทบบ้างตรงที่ลูกค้าไม่จ่ายเงินมีครั้งเดียวที่เป็นวิกฤตจริงๆ คือ รับงานหนึ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินทั้งก้อนให้กับผู้รับเหมารายหนึ่ง เพื่อให้มาชำระ Sub Contract รายอื่นๆ แต่ผู้รับเหมารายนั้นล้ม เราเลยไม่ได้รับเงิน แต่ว่าเค้าจ่ายเรามาเป็นหุ้น เราก็ยังติดจนถึงทุกวันนี้ ทำให้รู้ว่าการเลือกลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ช่วงนั้นมองหารายได้เพิ่มด้วยการปลูกผักไฮโดรโปรนิค แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยุคนั้นคนยังไม่เป็นที่รู้จัก และไม่นิยมซื้อทาน ส่วนวิกฤตยุคที่ 2 คือ เจอพิษต้มยำกุ้ง ช่วงนั้นมองหาลู่ทาง และใช้เงินส่วนตัวแชร์กับกลุ่มเพื่อนไปซื้อที่ดิน นส.3 ประมาณ 400 ไร่ ทำสวนยางพาราที่จังหวัดเลย ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก จึงขายที่ดินพร้อมสวนยางทิ้ง ประกอบกับเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว จึงหันกลับมาทำงานในสิ่งที่ชำนาญดีกว่า เพราะ “รากเหง้าเราคือผู้รับเหมา” คนเราทำงานต้องรักงานที่ทำและมีความเข้าใจในงาน ผมมองว่างานรับเหมา สิ่งสำคัญครึ่งหนึ่ง คือ บุคลากรที่ผ่านมา และปัจจุบันเราฝึกพนักงาน โดยรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง แต่เรามองในอนาคตที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจวิศวกรรมประกอบอาคาร ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าด้วยคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ จึงต้องการสร้างศูนย์ฝึกอบรมพนักงานขึ้น

          เนื่องจากระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีงานก่อสร้างวิศวกรรมประกอบอาคารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากความไว้วางไว้ในการให้บริการจากลูกค้ารายเดิม และการขยายตัวของลูกค้ารายใหม่ ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีแผนงานที่จะลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่และก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการรับงาน ทักษะความชำนาญทางด้านวิศวกรรม และทักษะในการให้บริการ เพื่อให้บุคลากรของบริษัทฯ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของพนักงานฝ่ายปฏิบัติการให้มีทักษะความสามารถ ทั้งด้านวิศวกรรม และด้านการให้บริการ ซึ่งเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้มาใช้ลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงาน และศูนย์อบรมความสูง 8 ชั้น มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท

 

*** ถึงยุคนำพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

          เป็นแผนของธุรกิจที่คิดมาหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว คิดกันไว้ว่าอยากจะทำ เพราะว่ากลุ่มพวกผมผู้ก่อตั้งและถือหุ้นเริ่มอายุมากแล้ว วันหนึ่งก็ต้องมีเลิกรากันไป แต่ว่าคนรุ่นหลังที่จะเข้ามาสานงานต่อ ควรจะมีทางเดินที่ชัดเจน ทีมงานและพนักงานเค้าเองก็อยู่กับเรามานาน รู้วิธีการทำงาน และภาพของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม มองว่ามีมูลค่าพอสมควร จึงมีแผนนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เหตุผลหลัก คือจะได้มีเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ในการขยายธุรกิจ ได้ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ ความมีมาตรฐานระดับบริษัทมหาชนที่ดี และด้านบรรษัทภิบาล ซึ่งลูกค้าหลักของเราส่วนใหญ่เป็นบริษัทมหาชน และภายหลังการแปรสภาพเป็นมหาชนโอกาสการรับงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราเองไม่ปิดกั้นโอกาสในการรับงาน แต่ต้องเน้นย้ำหลักการเรื่องการสกรีนงานลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ

 

*** วันว่างสไตล์ “ทศพร จิตตะวีระ”

          ชีวิตผมส่วนใหญ่จะทำงานแทบทุกวัน แต่ถ้ามีเวลาจะพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม ผมมีลูกๆ 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง ส่วนคนเล็กเป็นผู้ชาย ทั้ง 2 คน ตอนนี้กำลังศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นคุณหมอประจำตัว คอยดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร และสุขภาพ เพราะผมเชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดี เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในการดำรงชีวิต 

                    **********************************************************************

 

โดย จันทนี ลลิตลัคนกุล.....

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh