IPO Corner

| 10 สิงหาคม 2560

8 เรื่องน่ารู้หุ้น ZIGA น้องใหม่ตลาด mai

 

    บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ ZIGA เป็นหุ้นน้องใหม่ที่จะเข้าซื้อขายเป็นบริษัทที่ 15  ในปีนี้ โดยจะเข้าเทรดวันที่ 17 ส.ค. ในตลาด mai  “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จะพาไปรู้จักกับสินค้าตัวนี้จากข้อมูลในไฟลิ่ง พบว่ามี 8 เรื่องที่สำคัญที่น่ารู้ ไปติดตามกันเลย

1. "ซิก้า อินโนเวชั่น" ทำธุรกิจเหล็กโครงสร้าง


    ZIGA ประกอบธุรกิจหลัก ผลิตและจำหน่าย “เหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc”  ภายใต้ตราสินค้า ZIGA ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 90% ของรายได้รวม ในปี 2558, 2559 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2560  
    ปัจจุบันไม่มีบริษัทจดทะเบียนทั้ง  ใน SET และ mai ที่ประกอบธุรกิจหลักขายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc เหมือน ZIGA
    นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจผลิตและจำหน่าย “ท่อร้อยสายไฟประเภท Pre-zinc” ภายใต้ตราสินค้า DAIWA ซึ่งทำมาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2541 แต่ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 10%  ของรายได้รวม
    ZIGA ยังประยุกต์ใช้ “เหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc” มาต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้า เป็นการผลิตร้านค้าสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ภายใต้ตราสินค้า  I-RETAIL ลูกค้ารายแรกคือ สถานีบริการน้ำมันบางจาก

 

    

2. ผู้ถือหุ้นใหญ่ ZIGA คือ ครอบครัว “งามจิตรเจริญ”


    ZIGA เดิมชื่อ "บริษัท ไดว่า อินดัสตรี จำกัด" และเปลี่ยนเป็น "บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)" เมื่อเดือน มิ.ย.2559 เพื่อเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันประกอบธุรกิจมากว่า 18 ปีแล้ว
    ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือครอบครัว "งามจิตรเจริญ"  ซึ่งถือหุ้นรวมกันทั้งรายบุคคล และในนาม บริษัทดีงาม โฮลดิ้ง รวม 85.29% หลังขายไอพีโอจะเหลือสัดส่วนหุ้น 62.54%

3. รายได้และกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องทุกปี 


    กำไรสุทธิ ZIGA เติบโตต่อเนื่องทุกปี จาก 17.30 ล้านบาทปี 2557 เป็น 68.60 ล้านบาทปี 2558 และเพิ่มเป็น 226.12 ล้านบาทในปี 2559  
    โดยในปี 2559 กำไรไตก้าวกระโดดถึง 232% จากปี 2558 เนื่องจากยอดขายเพิ่มขึ้น แต่ราคาเฉลี่ยของเหล็กม้วนซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับลดลง และบริษัทสามารถปรับเพิ่มราคาขายในช่วงที่ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับขึ้นได้ 
    อัตรากำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้นในปี 2558 และปี 2559  จาก 9.95% เป็น 24% ตามลำดับ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดี  ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง
    โดย ZIGA มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

4. ความเสี่ยงหลัก คือค่าเงิน – มาตรการตอบโต้ AD เหล็กจีน


    วัตถุดิบของ ZIGA  คือ “เหล็กชุบสังกะสี” โดยนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยง หากรัฐบาลไทยออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ( Anti-Dumping) เพราะจะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบของบริษัทสูงขึ้น จากการถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า อันอาจจะกระทบต่อกำไรของบริษัท  
    นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจาก ความผันผวนของ “อัตราแลกเปลี่ยน” เพราะต้องจ่ายค่าสินค้าเป็นสกุลเงินดอลลาร์ 
    ในขณะที่ ความเสี่ยงจากการเข้ามาของคู่แข่งในธุรกิจหลัก “โครงสร้างเหล็ก Pre-zinc” มีน้อย เพราะไม่มีผู้ประกอบการรายใดในไทย (จากทั้งหมด 57 รายในธุรกิจท่อเหล็ก) ทำการจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc “เป็นสินค้าหลัก” เช่นเดียวกับบริษัท  

5. ราคา IPO หุ้นละ 5.90 บาท คิดเป็น P/E 17.56 เท่า


    ZIGA มีบริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมี บล.ธนชาต เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 
    เคาะราคาขายไอพีโอหุ้นละ 5.90 บาท อิง P/E 17.56 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.59 - วันที่ 30 มิ.ย.60) จำนวน  174.48 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นภายหลังเสนอขายต่อประชาชนในครั้งนี้จำนวน 520 ล้านหุ้น(Fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 0.336 บาทต่อหุ้น
    ทั้งนี้  มีเพียงบริษัทเดียวที่มีสินค้าใกล้เคียงกับ ZIGA คือ บมจ.แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) ซึ่งขายท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้าและท่อประปา และมี P/E ที่ 16.58 เท่า แต่ P/E ของ ZIGA สูงกว่าเพราะพิจารณาจากสินค้าของ ZIGA ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าท่อเหล็กดำโดยทั่วไป

6.ผู้ถือหุ้นเดิมของ ZIGA นำหุ้นออกมาขายพร้อม IPO ด้วย


    ZIGA เสนอขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 130 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย แบ่งเป็น 
    1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนเสนอขายโดย บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 80 ล้านหุ้น  
    2) หุ้นสามัญเดิมเสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิม คือ บริษัท ดีงาม โฮลดิ้ง จำกัด  จำนวน 50 ล้านหุ้น 
    นั่นหมายความว่าเงินที่ได้จากการขาย IPO จะเป็นของบริษัทฯ ราว 60% และ ผู้ถือหุ้นเดิมรับเงินไป 40% 

7. วัตถุประสงค์ระดมทุนเพื่อซื้อที่ดิน-สร้างโรงงานใหม่  


    ZIGA จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai  ด้วยเกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test) สังกัดหมวดสินค้าอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการขายหุ้นครั้งนี้สุทธิประมาณ 455 ล้านบาท เพื่อ 
    1) ซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน และซื้อเครื่องจักรใหม่ (เครื่องตัดม้วนเหล็ก และเครื่องจักรเพื่อเพิ่มสายการผลิตท่อเหล็ก) จำนวน 350 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานได้ภายในไตรมาสที่ 4/60 
    2) ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 105 ล้านบาท

8. มีหุ้นที่ไม่ติด  Silent period จำนวน 39.22 ล้านหุ้น


    ในไฟลิ่งระบุว่า มีสัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent period จำนวน 39,222,221 หุ้น  คิดเป็น 7.54%  ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ นั่นหมายความว่า ผู้ มีส่วนร่วมในการบริหารขายหุ้นได้ทันทีที่เข้าเทรด หากได้ราคาที่พอใจ  

    ต้องติดตามว่า วันแรกของการเข้าเทรด ราคาหุ้น ZIGA จะคึกคักมากแค่ไหน ส่วนผลประกอบการปีนี้ "ศุภกิจ งามจิตรเจริญ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ZIGA ตั้งเป้ารายได้ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 919 ล้านบาท  ผ่านมา 6 เดือนแรกของ  ปีทำรายได้ 471 ล้านบาท  และกำไรสุทธิ 82 ล้านบาท แต่ยอมรับว่าผลประกอบการปีนี้จะโตไม่มาก เพราะได้รับผลกระทบฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติ มีผลต่อภาคการก่อสร้างและการสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้า 
             

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh