IPO Corner

| 28 กันยายน 2560

สแกน 8 เรื่องน่ารู้ "รพ.วัฒนแพทย์ ตรัง(WPH)" IPO ตัวที่ 21 ของปีนี้

 
    บมจ.โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง ในชื่อย่อ "WPH" หุ้น IPO ตัวที่ 21 ของปีนี้ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนับเป็นหุ้นโรงพยาบาลบริษัทที่ 2 ของปีต่อจาก บมจ.โรงพยาบาลราชพฤกษ์ (RPH) ซึ่งเป็น รพ.เอกชนใน จ.ขอนแก่น ที่เข้าเทรดไปเมื่อเดือน ก.พ. 60  
    ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สแกน 8 ข้อที่สำคัญ ให้ได้รู้จักโรงพยาบาลแห่งนี้ดีขึ้น
    
1. WPH ทำธุรกิจโรงพยาบาล   มีจุดเริ่มต้นจาก คลินิก “หมอวิทย์” 


    เมื่อ 60 ปีก่อน หรือปี พ.ศ.2500 นายแพทย์วิทยา ลีละวัฒน์ และ นางอมรา ลีละวัฒน์ ได้ก่อตั้งคลินิกขนาดเล็ก โดยรู้จักกันในนามของ คลินิก “หมอวิทย์” ที่ อ.เมือง จ.ตรัง เพื่อให้บริการรักษาโรคทั่วไปแก่ประชาชนในจังหวัดตรัง ก่อนจะยกระดับมาเป็นโรงพยาบาลในปี 2534 ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง 
    ปัจจุบัน โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง  เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่ได้รับความเชื่อถือไว้วางใจของผู้ใช้บริการใน จ.ตรัง และพื้นที่ใกล้เคียง เพราะเปิดบริการมากว่า 60 ปีนับตั้งแต่ยังเป็นคลินิก และมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย ครบวงจร มีจำนวนเตียงผู้ป่วยจดทะเบียนรวม 120 เตียง โดยเปิดใช้งานจริงเต็มจำนวน และมีห้องตรวจทั้งหมด  จำนวน 34 ห้อง สามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ 800 คน/วัน
    นอกจากตัวโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักที่ตั้งอยู่ใน จ.ตรังแล้ว WPH  ยังมีบริษัทย่อยได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ในบริเวณ จ.กระบี่ ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง 

2. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ "ครอบครัว ลีละวัฒน์"


    ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ "กลุ่มครอบครัว ลีละวัฒน์"  ในสัดส่วน 100% และภายหลังขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ จะเหลือสัดส่วนการถือหุ้น 75% จากจำนวนหุ้นหลังการเสนอขายไอพีโอที่ 600 ล้านหุ้น 

3. จับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง-สูง  


    WPH มุ่งเน้นกลุ่มผู้รับบริการเป้าหมายที่มีรายได้ปานกลาง-สูงในพื้นที่ จ.ตรังและพื้นที่ใกล้เคียง 
    ลูกค้าที่สำคัญของบริษัทฯ สามารถจำแนกเป็นกลุ่มหลักๆได้ดังนี้ 
    1.กลุ่มลูกค้าเงินสด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 45%  ของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล   
    2.กลุ่มลูกค้าคู่สัญญา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 55% ของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 
     
4. สัดส่วนรายได้กว่า 60% มาจากผู้ป่วยใน (IPD)


    รายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2559 และงวด 6 เดือน ปี 2560 มากกว่า 60% มาจากผู้ป่วยใน (IPD) ที่เหลือเป็นผู้ป่วยนอก (OPD) โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 430 ล้านบาท, 476 ล้านบาท, 542 ล้านบาท และ 272 ล้านบาท ตามลำดับ 


    ส่วนกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในปี 2557 มีผลขาดทุนสุทธิ 16.61 ล้านบาท ก่อนจะพลิกมีกำไรในปี 2558 ที่ 43.47 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 72.24 ล้านบาทในปี 2559 ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี2560 มีกำไรสุทธิ 17.28 ล้านบาท 
     ปี 2557 บริษัทฯ ขาดทุนเนื่องจาก รายการพิเศษ-ขาดทุนจากการลดลงของมูลค่าสินทรัพย์จำนวน 28.80 ล้านบาท 

    
     
5. วัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อขยาย รพ.เก่า-สร้าง รพ.ใหม่

    WPH จะนำเงินที่ได้จากการขายไอพีโอสุทธิประมาณ 565.48 ล้านบาท ไปใช้ ดังต่อไปนี้
    (1) ประมาณ 155 ล้านบาท ใช้เพิ่มทุนและชำระค่าหุ้นในบริษัทย่อย บจก.โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง 
    (2) ประมาณ 100-150 ล้านบาท  ใช้เป็นเงินลงทุนขยายโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง และ/หรือ สนับสนุนทางการเงินเพื่อการก่อสร้าง และเงินทุนหมุนเวียนแก่บริษัทย่อย
    (3) ส่วนที่เหลือจากข้อ (1) และ (2) ข้างต้น  ใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืม และ/หรือ เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และ/หรือเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการแพทย์ 
  

   โครงการอนาคตอันใกล้นี้จะสร้าง รพ.ใหม่-ขยาย รพ.เดิม 
    1.โครงการสร้างโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง จำนวน 59 เตียง มูลค่าการลงทุน 450 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการลงทุนก่อสร้างในไตรมาส 3 ปี 2560  และคาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2561
    2.โครงการขยายโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำนวน 92 เตียง มูลค่าการลงทุน 463 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ และปรับปรุงอาคารเดิมได้ในไตรมาส 4 ปี 2561 และทยอยเปิดดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 เป็นต้นไป 
    ทั้ง 2 โครงการนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 913 ล้านบาท และจะทำให้บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจุบัน และส่งผลต่ออัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นในอนาคต

6.  อนาคตมีแผนการโตแบบ  Inorganic Growth 

    นอกเหนือจาก การลงทุนในโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง และโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง  WPH ยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจโรงพยาบาล อาทิ การสร้างโรงพยาบาลใหม่ และ/หรือลงทุนเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการโรงพยาบาลอื่นที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเขตจังหวัดภาคใต้ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายพื้นที่การให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและครบวงจร โดยแผนการลงทุนดังกล่าว เพื่อจุดมุ่งหมายหลักของบริษัทฯ คือ การสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และเพื่อช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่บริษัทฯในระยะยาว 
 
7.  มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 60 ปี-ทำเลที่ตั้งดี   

    ปัจจุบัน การประกอบธุรกิจให้บริการทางการแพทย์มีแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดมีการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้มีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุน รวมทั้งมีช่องทางการบริการที่หลากหลาย และจากการที่มีผู้ประกอบการรายใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดทำให้เกิดการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิม
    บริษัทฯ อาจประสบภาวะการแข่งขันกับโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในจังหวัดตรัง กระบี่ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีโรงพยาบาลและสถานพยาบาลในพื้นที่ดังกล่าวหลายแห่ง ซึ่งเป็นผลให้มีการแข่งขันค่อนข้างสูง 
    อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงดังกล่าว พบว่า บริษัทฯ มีความได้เปรียบในการแข่งขันหลายด้าน ทั้งในส่วนของชื่อเสียงที่มีมาอย่างยาวนาน ทำเลที่ตั้ง รวมถึงมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพและทันสมัยของโรงพยาบาล
    คู่แข่งที่สำคัญในพื้นที่ จ.ตรัง  ได้แก่  โรงพยาบาลตรังรวมแพทย์   
    คู่แข่งที่สำคัญในพื้นที่ จ.กระบี่ ได้แก่  โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 

8. ราคาไอพีโอ 3.90 บ./หุ้น  มีส่วนลด  4.56% จาก P/E กลุ่ม

    บริษัทฯ จะเข้าซื้อขายใน SET หมวดธุรกิจ (Sector) การแพทย์  โดยมี บล.ธนชาต เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย  
    ราคาเสนอขายต่อประชาชนหุ้นละ 3.90 บาท เสนอขายไม่เกิน 150 ล้านหุ้น  คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย 585 ล้านบาท และราคาเสนอขายดังกล่าว คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) เท่ากับ 42.67 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) จาก 4 ไตรมาสล่าสุด (Q3/59-Q2/60) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดหลังเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 600 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้ EPS เท่ากับ 0.09 บาท/หุ้น 
    P/E Ratio ที่เสนอขายดังกล่าว คิดเป็นส่วนลดประมาณ 4.56% จาก P/E เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหมวดธุรกิจการแพทย์ ที่มีการประกอบธุรกิจ และมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ (Market Capitalization) ที่ใกล้เคียงกับบริษัทฯ ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.2560 จนถึงวันที่ 6 ก.ย.2560 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 44.71 เท่า (EKH=44.43 เท่า , KDH=N/A , RPH=45 เท่า)
 
    WPH จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ นับเป็นไอพีโอบริษัทที่ 21 ของปี ต้องมาติดตามว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขนาดไหน โดยราคาไอพีโอที่  3.90 บาท ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มในอนาคตจากการที่บริษัทฯ เตรียมขยายโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง และโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง

    *คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ก่อนการตัดสินใจลงทุน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh