IPO Corner

| 6 ธันวาคม 2560

8 เรื่องน่ารู้หุ้น "ธนบุรี เฮลท์แคร์ฯ" (THG)

        บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ THG หรือที่รู้จักกันในนาม "โรงพยาบาลธนบุรี" ของ "หมอบุญ วนาสิน" จะเข้าเทรดใน SET วันที่ 7 ธ.ค.นี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากไฟลิ่ง 8 เรื่องน่ารู้ ดังนี้ 

1. ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลธนบุรี และในเครือ
    บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี ,โรงพยาบาลธนบุรี 2 ,โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี (จ.สงขลา) ,โรงพยาบาลอุบลรักษ์ (จ.อุบลราชธานี) และโรงพยาบาลสิริเวช (จ.จันทบุรี)
     นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจโรงพยาบาลในต่างประเทศที่จีน ผ่านบริษัทร่วมทุนถือหุ้น 58% ชื่อโรงพยาบาล "Welly" ขนาด 150 เตียง ตั้งอยู่ที่เมืองเวยไห่ เพิ่งเปิดให้บริการ Q2/59 ปัจจุบันยังไม่มีผลกำไร 
    ประเทศเมียนมา ร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น 10% (อยู่ระหว่างเพิ่มสัดส่วนเป็น 40%) ก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 200 เตียงชื่อ "Ar Yu International Hospital" อยู่ที่เมืองย่างกุ้ง คาดเปิดบริการQ2/61 

2. สัดส่วนรายได้ราว 70% มาจากกลุ่มผู้ชำระเงินเอง    
    ณ วันที่ 30 มิ.ย.60 กลุ่มโรงพยาบาล มีจำนวนเตียงจดทะเบียนในไทยทั้งสิ้น 916 เตียง รองรับผู้ป่วยในได้ 824 เตียงต่อวัน มีห้องตรวจผู้ป่วยทั้งหมด 186 ห้อง รองรับผู้ป่วยนอกได้ 5,580 รายต่อวัน
    THG มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลเฉลี่ยประมาณ 3,420 คนต่อวัน 
    สัดส่วนรายได้เฉลี่ยตามกลุ่มผู้ใช้บริการในช่วงปี56 –59 และช่วง 6 เดือนแรกปี60 มาจาก 1.กลุ่มผู้ชำระเงินเอง 71.47% และ 2.กลุ่มคู่สัญญา (กลุ่มบริษัทประกันและกลุ่มองค์กร) 27.67% 

3.จุดแข็ง มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคา     
    THG มีความสามารถในการรักษาพยาบาลสำหรับโรคที่มาความซับซ้อนใกล้เคียงกับโรงพยาบาลอื่นที่เสนอราคาในระดับสูง และมีคนไข้ชาวต่างชาติรวมอยู่ในกลุ่มคนไข้เป้าหมาย
    THG  สามารถรักษาโรคที่มีความซับซ้อนที่สูงกว่า หากเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลที่เสนอราคาใกล้เคียงกัน
    THG ดำเนินงานแบบกลุ่มโรงพยาบาล โดยมีโรงพยาบาในเครือข่าย 17 แห่ง เป็นโรงพยาบาลที่ถือหุ้นเอง 12 แห่ง , ไม่ได้ถือหุ้น 3 แห่ง และรับจ้างบริหาร 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลเมืองพัทยา และโรงพยาบาลองค์การบริการส่วนจังหวัดภูเก็ต 

4.รายได้ในช่วง 3 ปีโตเฉลี่ย 6.28% - กำไรผันผวน
    รายได้รวมปี 57-59 อยู่ที่ 5,514.72 ล้านบาท 5,786.67 ล้านบาท 6,228.67 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วง 3 ปีเท่ากับ 6.28% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ในประเทศ 
    กำไรสุทธิปี 57-59 อยู่ที่ 538.24 ล้านบาท และ 551.83 ล้านบาท และ 511.15 ล้านบาท ตามลำดับ โดยกำไรปี 2558 เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ตามการขยายพื้นที่ให้บริการ การเพิ่มจำนวนแพทย์ ควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน และจัดการต้นทุนทางการเงินได้ดี 
    ส่วนกำไรปี 59 ลดลง เพราะขาดทุนจากกิจการร่วมค้าในต่างประเทศ 88.62 ล้านบท เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดบริการ แต่หากไม่ขาดทุนดังกล่าวจะมีกำไรสุทธิ 599.77 ล้านบาท 
    รายได้รวมงวด 9 เดือนปี 60 อยู่ที่ 4,874.14 ล้านบาท เติบโต 4.57% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 2.22% YoY มาอยู่ที่ 396.04 ล้านบาทจาก 405.05 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากกิจการร่วมค้าในต่างประเทศเช่นกัน 

5.ถือหุ้นใหญ่โดย "กลุ่มครอบครัววนาสิน"
    THG ถือหุ้นใหญ่โดย "กลุ่มครอบครัววนาสิน" 31.47% ประกอบไปด้วย 1.นางจารุวรรณ วนาสิน 2.นางณวรา  วนาสิน 3.นายแพทย์บุญ วนาสิน  4.นายจอน  วนาสิน และ 5.นางสาวนลิน  วนาสิน
    นายแพทย์บุญ วนาสิน ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ
    ภายหลังการขายไอพีโอ "กลุ่มครอบครัววนาสิน" จะมีสัดส่วนหุ้นลดเหลือ 28.33%

6.ราคาไอพีโอหุ้นละ 38 บาท อิง P/E 62.48 เท่า เทียบกลุ่ม 40.22 เท่า
    THG เสนอขายไอพีโอ 85 ล้านหุ้น หลังขายไอพีโอจะมีหุ้นทั้งหมด (Fully Diluted) 849.08 ล้านหุ้น     
    THG มีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท และ มูลค่าทางบัญชี (Book Value) 6.10 บาท
    ราคาไอพีโอ 38 บาท/หุ้น มูลค่าการเสนอขาย 3,230 ล้านบาท เข้าเทรด SET หมวดการแพทย์ 
    ที่ปรึกษาทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 
    ราคาไอพีโอ 38 บาท/หุ้น คิดจากกำไร 4 ไตรมาสล่าสุด (1 ต.ค.59- 30 ก.ย.60) เท่ากับ 516.40 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 849.08 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรต่อหุ้น 0.61 บาท และได้ P/E Ratio ประมาณ 62.48 เท่า เปรียบเทียบ P/E กลุ่มมีค่าเฉลี่ย 40.22 เท่า (CHG/ RAM/ VIBHA/ SVH/ BCH/ BH/ BDMS) 

7.โครงการในอนาคต สร้างศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ธนบุรี      
    THG คาดได้เงินสุทธิจากการขายไอพีโอ 3,200 ล้านบาท นำไปใช้เพื่อ 
    1.)ชำระคืนเงินกู้ประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท 
    2.)เป็นเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 700-1,200 ล้านบาท 
    สำหรับโครงการในอนาคต มีดังนี้ 
    1.)ขยายกำลังการให้บริการโรงพยาบาลธนบุรี : สร้างอาคารจอดรถ ใช้งบประมาณ 120 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในปี 2561 และจะเปิดให้บริการจอดรถได้ประมาณปี 2563  และสร้างอาคารผู้ป่วยนอกใช้งบประมาณ  740 ล้านบาท  เริ่มก่อสร้างในปี 2561 และจะเปิดให้บริการในปี 2563
    2.)ขยายกำลังการให้บริการของโรงพยาบาลธนบุรี 2 : สร้างอาคารผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2561 และให้บริการปี 2563  โดยใช้งบลงทุนประมาณ 435 ล้านบาท  
    3.)สร้างโรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ธนบุรี : ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง ใกล้กับโรงพยาบาลธนบุรี ขนาด 144 เตียง เงินลงทุน 3,540 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างออกแบบ คาดจะออกแบบแล้วเสร็จ Q4/60 และเปิดให้บริการได้ปี 61

8. มีโอกาสโตตามจำนวนผู้สูงอายุ-รายได้ประชากรดีขึ้น
    อัตราส่วนเบี้ยประกันสุขภาพเอกชนต่อ GDP ยังมีสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยในปี57 อัตราส่วนของไทยคิดเป็น 5.8% แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลี ใต้ หรือฮ่องกง มีอัตราส่วนที่10.7%, 11.0%, 11.3% และ 14.0% ตามลำดับ 
    การเติบโตของจำนวนผู้สูงอายุในโครงสร้างประชากร (aging population) และอายุเฉลี่ยที่สูงขึ้น จะเพิ่มอุปสงค์ด้านการแพทย์และบริการด้านการดูแลสุขภาพ และเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพในประเทศไทย 
    ประชากรมีรายได้สูงขึ้นในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ส่งผลให้มีความสามารถเข้าถึงบริการด้านการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh