IPO Corner

| 24 สิงหาคม 2559

RJH ระดมทุนเสริมแกร่ง-รอซื้อกิจการ

นพ.วชิระ วุฒิกุลประพันธ์

กรรมการผู้จัดการ

โรงพยาบาลราชธานี (RJH)

 

   RJH ระดมทุนเสริมแกร่ง-รอซื้อกิจการ

         "โรงพยาบาลราชธานี" เคาะราคา IPO 16 บ. จองซื้อ 24-26 ส.ค. นี้ ก่อนเข้าเทรด 1 ก.ย. ฟุ้งสถาบันจองล้น 12 เท่า ระดมทุนเปิดศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ ขณะที่โชว์กำไร 6 เดือนปี 59 ที่ 70 ล้านบาทสูงกว่าปี 58 ทั้งปีแล้ว ตั้งเป้าเป็นโรงพยาบาลชั้นในภาคกลาง รายได้ 5 ปีโตเฉลี่ย 10-15% ด้วยการซื้อกิจการ

 

** ประวัติโรงพยาบาลราชธานี

         บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) (RJH) เริ่มก่อตั้งในปี 2535 เพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ โดยการดำเนินงานในช่วงแรกอยู่ภายใต้ชื่อ บริษัท อยุธยาเวชการ จำกัด โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งส่วนใหญ่จบการศึกษาจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลร่วมกับนักธุรกิจชั้นนำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมองเห็นความขาดแคลนการให้บริการทางด้านสาธารณสุขของประชาชน ในบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมาก แต่การให้บริการของสถานพยาบาลต่างๆ ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการดังกล่าว จึงได้ตัดสินใจก่อตั้งโรงพยาบาลราชธานีขึ้นในบริเวณตำบลคลองสวนพลู อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในทำเลที่มีการเติบโตสูง และอยู่ใกล้ถนนสายหลัก ได้แก่ ถนนสายเอเชีย และถนนโรจนะ โดยได้เริ่มเปิดดำเนินงาน ในปี 2535 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตลอดมา

         นอกจากนี้ การประกาศใช้พระราชบัญญัติประกันสังคมตั้งแต่ปี 2533 ของภาครัฐ เพื่อยกระดับการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน และเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานแก่สมาชิกผู้เข้าร่วมให้ได้รับการรักษาพยาบาลและสนับสนุนด้านรายได้ในยามเจ็บป่วย ซึ่งบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว รวมทั้งโอกาสในการให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในจังหวัดที่มากขึ้น จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลทำให้บริษัทฯ มีรายได้จากโครงการประกันสังคมเข้ามาสนับสนุนอีกทางหนึ่ง

         ในปี 2557 บริษัทฯ มองเห็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการรับบริการและขยายกำลังการให้บริการรักษาพยาบาลแก่คนไข้ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจากนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง บริษัทฯ จึงได้เข้าลงทุนในบริษัท โรงพยาบาลโรจนเวช จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 52.17 ซึ่งตั้งอยู่บนถนนโรจนะ-วังน้อย บริเวณใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท โรงพยาบาลราชธานี โรจนะ จำกัด ("บริษัทย่อย") และดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลราชธานีโรจนะ

         ทั้งนี้ RJH มีทุนจดทะเบียนรวม 300 ล้านบาท มีจำนวนเตียงผู้ป่วยภายใต้การบริหารงานรวม 353 เตียง ซึ่งปัจจุบันเปิดใช้งานจริง จำนวน 178 เตียง

 

 ** แผนการขายไอพีโอ

         ขาย IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น กำหนดราคา IPO ที่ 16 บาท (พาร์ 1 บาท) ราคาดังกล่าวมีค่า P/E ที่ 29 เท่า สะท้อนกำไรของบริษัทฯ ที่คาดว่าจะทำได้ในปี 60 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่มี P/E เฉลี่ย 35-40 เท่า นักลงทุนสถาบันสนใจมียอดจองซื้อล้นถึง 12 เท่า จากจำนวนหุ้นที่จะขายทั้งหมดจัดสรรให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศ 45% และในส่วนที่เหลือจะจัดสรรให้นักลงทุนรายย่อยและผู้มีอุปการะคุณของบริษัท เปิดจองซื้อตั้งแต่วันที่ 24-26 ส.ค. ผ่านโบรกเกอร์ 4 แห่ง ได้แก่ บล.ธนชาต ,บล.เคที ซีมิโก้ , บล.บัวหลวง และ บล.เอเซีย พลัส โดยมีบล.ธนชาต เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน คาดจะเข้าซื้อขาย SET วันแรกในวันที่ 1 ก.ย.นี้

 

 ** วัตถุประสงค์ระดมทุน

         เงินที่คาดได้จากการระดมทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์จะนำไปใช้ขยายกิจการของบริษัทฯ แบ่งเป็นการเปิดศูนย์วินิจฉัยโรคด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มูลค่า 10-20 ล้านบาท และโรงพยาบาลราชธานีโรจนะ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมีแผนจะเพิ่มทุนบริษัท มูลค่า 100 ล้านบาท ซึ่ง RJH ถือหุ้นในสัดส่วน 52% ดังนั้นจะใช้เงินในการเพิ่มทุนมูลค่า 52 ล้านบาทตามสัดส่วน รวมถึงบริษัทจะมีการสร้างอาคารผู้ป่วยใหม่ 9 ชั้น จำนวน 120 เตียง ใช้เงินจำนวน 600-700 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นให้บริการกลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นหลัก ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการในปี 62 และจะทำให้มีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้นรวมเป็น 473 เตียง

 

 ** ผลการดำเนินงานและตัวเลขทางการเงิน

         ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2558 รายได้รวมอยู่ที่ 1,034.91 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 63.77 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 1,075.70 ล้านบาท หนี้สินรวม 800.57 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 275.12 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรก 2559 ที่ผ่านมามีรายได้ 580 ล้านบาท กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 70 ล้านบาท

 

 ** เป้าหมายธุรกิจและกลุ่มลูกค้า

         บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และในภาคกลาง ซึ่งในปัจจุบันโรงพยาบาลราชธานี ได้รับการรับรองคุณภาพ Hospital Accreditation (HA) ขั้นที่ 3 เรียบร้อยแล้ว

         ส่วนผลประกอบการตั้งเป้าหมายการเติบโตในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ จะมีรายได้โตเฉลี่ยปีละ 10-15% และมีแผนขยายกิจการในลักษณะการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาล โดยจะเน้นในพื้นที่ภาคกลางเป็นหลัก และมีความสนใจจะเข้าถือครองหุ้นเพิ่มเติมใน รพ.ราชธานีโรจนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทย่อยที่มีสัดส่วนถือครอง 52%

         ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของโรงพยาบาลแบ่งออกเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป 49.7% และกลุ่มลูกค้าตามโครงการสวัสดิการด้านสุขภาพภาครัฐประมาณ 50.3% ซึ่งโรงพยาบาลมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนกลุ่มลูกค้าทั่วไปด้วยการพัฒนาศักยภาพในการรักษาพยาบาล โดยการเพิ่มจำนวนแพทย์ และพยาบาล รวมถึงขยายขอบเขตการรักษาโรคเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูง ส่วนลูกค้ากลุ่มสวัสดิการภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประกันสังคม บริษัทฯ มีนโยบายมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการให้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องต่อรายได้เหมาจ่ายที่ได้รับจากโครงการประกันสังคม

 

 ** นโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

         บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ตามกฏหมาย อยางไรก็ตาม บริษัทฯ อาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลแตกต่างไปจากนโยบายที่กำหนดไว้ได้ โดยจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ฐานะการเงิน สภาพคล่องทางการเงิน และความจําเป็นในการใช้เงินเพื่อบริหารกิจการ และการขยายธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจ

 

 ** คำขวัญประจำโรงพยาบาล

         "อบอุ่นดั่งบ้าน บริการดั่งญาติ ในราชธานี"

 

 ** โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO

    โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO จะประกอบด้วย

       1. กลุ่มประสิทธิ์หิรัญ ถือหุ้นจำนวนรวม 73.52 ล้านหุ้น หรือ 24.51%

       2. กลุ่มวุฒิกุลประพันธ์ ถือหุ้นจำนวนรวม 32.64 ล้านหุ้น หรือ 10.88%

       3. บริษัท โรงพยาบาลวิภาราม จํากัด ถือหุ้นจำนวนรวม 23.81 ล้านหุ้น หรือ 7.94%

       4. บริษัท ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป จํากัด ถือหุ้นจำนวนรวม 21.22 ล้านหุ้น หรือ 7.07%

       5. กลุ่มศรีโภชน์สมบูรณ์ ถือหุ้นจำนวนรวม 8.96 ล้านหุ้น หรือ 2.99%

       6. กลุ่มตวงสุวรรณ ถือหุ้นจำนวนรวม 7.02 ล้านหุ้น หรือ 2.34%

       7. กลุ่มเจนวัฒนวิทย์ ถือหุ้นจำนวนรวม 6.06 ล้านหุ้น หรือ 2.02%

       8. ประชาชนทั่วไป (IPO) ถือหุ้นจำนวน 74.99 ล้านหุ้น หรือ 25.00%

 

*********************************

 

 โดย...เอกอนันต์ เสรีรัตนะชัย

สำนักข่าว eFinanceThai.com

 

 

 

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh