IPO Corner

| 15 มิถุนายน 2559

NETBAY ชูพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง

                      

   IPO CORNER     

     พิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์
  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
 บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY
 

   NETBAY ชูพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง

         "เน็ตเบย์" พร้อมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 16 มิ.ย.นี้ เผยราคา IPO ที่ 4 บาท ให้ส่วนลด 37.41% มั่นใจนัเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวจากจำนวนผู้ที่มาใช้บริการรับ-ส่งและเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ประกาศรุกขยายฐานลูกค้าใหม่ เจาะกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก

***รู้จัก "บางกอกชีทเม็ททัล"
        "เน็ตเบย์" มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมากว่า 10 ปี และเป็นผู้นำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์และบริการด้าน e-Logistics Trading และ e-Business Services ครบวงจร ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิตอล (Digital Economy) ของประเทศไทย โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเกตเวย์ให้บริการรับ-ส่งและเชื่อมโยงข้อมูลการค้าผ่านระบบออนไลน์พร้อมกัน ณ จุดเดียว ระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ (B2G) ภาคธุรกิจและภาคธุรกิจ (B2B) และภาคธุรกิจกับภาคประชาชน (B2C) ด้วยการนำเทคโนโลยี ไพรเวท คลาวด์ คอมพิวติ้ง (Private Cloud Computing) มาให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
        ปัจจุบันบริษัทฯ มีบริการแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มบริการ e-Logistic Trading เป็นการให้บริการรับ-ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) เกี่ยวกับพิธีการศุลกากร 2.กลุ่มบริการ e-Business Services ได้แก่ การรายงานข้อมูลธุรกรรมลูกค้าที่ทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินและให้บริการข้อมูลในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และ 3.กลุ่ม Projects และอื่นๆ ได้แก่ การพัฒนาระบบงานสารสนเทศภายในแก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคดิจิตอล (Digital Business Transformation)

***แผนการไอพีโอ
        กำหนดนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรก ในวันที่ 16 มิถุนายน 2559 โดยใช้ชื่อย่อ ‘NETBAY’ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มีจำนวนหุ้นจดทะเบียนกับตลท.รวม 200 ล้านหุ้น โดยได้เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 40 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ในราคาจองซื้อ 4 บาทต่อหุ้น เมื่อวันที่ 8-10 มิถุนายนที่ผ่านมา มี บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เป็นฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน

***ระดมทุนพัฒนา Online Services ใหม่

        เงินที่ได้จากระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และนำไปลงทุนพัฒนา Online Services ใหม่ๆ เพื่อให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ระบบการเชื่อมโยงรับ-ส่งข้อมูล และเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐกับภาครัฐ และกลุ่มอุตสาหกรรมประกันภัย

***ผลการดำเนินงาน
        ในปี 2556-2558 มีรายได้จากการให้บริการ 149.30, 184.74 และ 223.81 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1/59 มีรายได้จากการให้บริการรวมทั้งสิ้น 63.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.45% และมีกำไรสุทธิ 19.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.88% สะท้อนถึงขีดความสามารถการทำรายได้และกำไรที่ดี นอกจากนี้ยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 เพียง 0.42 เท่า

**แผนธุรกิจในอนาคต
        มีแผนขยายการให้บริการธุรกรรมข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ไปยังฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ e-DLT (Department of Land Transport) เพื่อให้บริการรับ-ส่งและเชื่อมโยงข้อมูลการชำระภาษีรถยนต์ทุกประเภทระหว่างกลุ่มผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายและข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก โดยระบบดังกล่าวจะส่งผลดีต่อผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สามารถชำระภาษีรถยนต์ทุกประเภททางระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้หลายรายการพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและลดค่าใช้จ่ายการชำระภาษีรถยนต์ รวมถึงช่วยลดภาระให้แก่เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก


***นโยบายจ่ายปันผล 40%
        กำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหักสำรองตามกฎหมาย

***โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO
โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO จะประกอบด้วย
1. พิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ ถือหุ้น 119.99 ล้านหุ้น หรือ 60%
2. อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) ถือหุ้นจำนวน 40 ล้านหุ้น หรือ 20%
3. อัครเดช โรจน์เมธา ถือจำนวน10 หุ้น หรือต่ำกว่า 0.01%
4. พิชัย อัศวนภากาศ ถือจำนวน10 หุ้น หรือต่ำกว่า 0.01%
5.ประชาชนทั่วไป ถือหุ้นจำนวนรวม 40 ล้านหุ้น หรือ 20%

*********************************


 

 โดย...เอกอนันต์ เสรีรัตนะชัย
สำนักข่าว eFinanceThai.com

 

 

 

 

 

 

 

.

 

     

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh