IPO Corner

| 8 กรกฎาคม 2559

BTW พร้อมเทรด 11 ก.ค.นี้

                      

   IPO CORNER     

     โชติก รัศมีทินกรกุล
 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บมจ. บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ (BTW)
 

    BTW พร้อมเทรด 11 ก.ค.นี้

         " บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์" พร้อมเทรดกระดาน mai วันที่ 11 ก.ค.นี้ ลุ้นยืนเหนือจอง 3.75 บาท ได้หรือไม่ เผยระดมทุนปรับปรุงพื้นที่โรงงานที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ขณะที่ประกาศกำไรไตรมาส 1/59 ลดลงช่วงเดียวกันปีก่อนอย่างมีนัยเพราะไม่มีการรับรู้งานมาร์จิ้นสูง ส่วนนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40%

***รู้จัก "บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์"
        "บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์" ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก โดยกิจการหลักที่ถือหุ้นคือ บริษัท เบสท์เทค แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็กในต่างประเทศรายใหญ่สัญชาติไทย ในอุตสาหกรรมหนักต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ ก๊าซและปิโตรเลียม และพลังงาน ทั้งในและต่างประเทศ
        นอกจากธุรกิจหลักแล้ว บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ยังลงทุนในบริษัทลูกอีก 3 บริษัทซึ่งยังไม่ได้เริ่มดำเนินธุรกิจ คือ 1) บริษัท บีที แอนด์ อาวล์ โซลาร์ 1 จำกัด , 2) บริษัท เบสท์เทคอินดัสตรีส์ จำกัด และ 3) บริษัท โกลบอล คลีน เอ็นเนอร์จี จำกัด

***แผนไอพีโอ
        มีทุนชำระแล้ว 378 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 600 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 156 ล้านหุ้น เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2559 ไปแล้ว ในราคาหุ้นละ 3.75 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 585 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 2,835 ล้านบาท มีบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

**การกำหนดราคาไอพีโออิง P/E ที่ 10.53 เท่า
        การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น 3.75 บาทคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 10.53 เท่า คำนวณจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา (1 เม.ย. 2558-31 มี.ค. 2559) ซึ่งเท่ากับ 269.22 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.36 บาท

***ระดมทุนปรับปรุงพื้นที่โรงงานที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ
        เงินระดมทุนที่ได้นำไปใช้ในการปรับปรุงพื้นที่โรงงานที่ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ จังหวัดชลบุรี และซื้อเครื่องจักรรวมถึงอุปกรณ์เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต

***ผลกำไรที่ผ่านมา
        ในปี 58 มีกำไรสุทธิ 675 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 57 ที่มีกำไรสุทธิ 475 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1/59 มีกำไรสุทธิ 19.29 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/58 ที่มีกำไรสุทธิ 421.60 ล้านบาท

**ชี้แจงเหตุงบ Q/59 วูบ
        กำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 59 นี้ที่ลดลงมาก เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 11.71% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 51.10% เป็นผลมาจากไตรมาสที่ 1/58 บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการผลิตในช่วงท้ายของโครงการ Roy Hills ซึ่งเป็นงานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) ประกอบกับปริมาณงานส่วนเพิ่ม (Variation Orders) ที่มีปริมาณสูงในช่วงท้ายของโครงการ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูงมาก ในขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2559 ปริมาณงานทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการผลิตและมีการรับรู้รายได้ มีมูลค่าน้อยกว่าและเป็นงานแปรรูปชิ้นงานเหล็ก (Parts Fabrication) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยในระดับที่ต่ำกว่า

***นโยบายจ่ายปันผล 40%
        กำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด

***โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO
        โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวศาตวินท์ ถือหุ้น 51.59% ครอบครัวรัศมีทินกรกุล ถือหุ้น 27.78% และนางสุจิตรา มนต์เสรีนุสรณ์ ถือหุ้น 0.66%
        ส่วนของประชาชนทั่วไปที่ได้ IPO ถือรวมคิดเป็น 20.63%



 

*********************************

 

 

 โดย...เอกอนันต์ เสรีรัตนะชัย
สำนักข่าว eFinanceThai.com

 

 

 

 

 

 

 

.

 

     

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh