IPO Corner

| 9 ธันวาคม 2559

AMA เคาะไอพีโอ 9.99 บาท พร้อมลงสนามเทรด mai 22 ธ.ค.นี้

นายพิศาล รัชกิจประการ

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA

 

AMA เคาะไอพีโอ 9.99 บาท พร้อมลงสนามเทรด mai 22 ธ.ค.นี้

          “อาม่า มารีน (AMA) พร้อมลุย mai 22 ธันวาคมนี้ เคาะราคาขาย 9.99 บ./หุ้น ระดมทุน 1,078 ลบ. ขยายกองเรือ กองรถบรรทุก ยกระดับโลจิสติกส์สินค้าเหลว ทั้งทางเรือ และทางรถของไทยสู่มาตรฐานสากล ครอบคลุมเส้นทางเศรษฐกิจ”  AMA เป็นมากกว่าโลจิสติกส์ขนส่งสินค้า เพราะมีความสามารถในการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นของเหลว ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ โอกาสขยายตัวของตลาดสูง วัดกันที่ผลงาน 9 เดือนปีนี้รายได้โตกว่ารายได้ปี 2558 ทั้งปีและเติบโตกว่าร้อยละ 50 เทียบกับ 9 เดือนปี 58 โดยมีกำไร 100 ล้านบาท

 

***รู้จักอาม่า มารีน

          บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) (AMA) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางเรือ และให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางรถ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2539 ปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้นำในการให้บริการขนส่งสินค้าเหลว (Liquid Product) ทางเรืออันดับต้นๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม และน้ำมันพืชชนิดต่างๆ ไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผู้ผลิตและผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขยายเส้นทางการให้บริการออกไปยังเอเชียใต้ และให้บริการขนส่งสินค้าเหลวประเภทอื่น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง กากน้ำตาล และสารเคมีที่มีความอันตรายไม่สูงเพิ่มเติมอีก

          นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดตั้ง บริษัท เอ เอ็ม เอ โลจิสติกส์ จำกัด (AMAL) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางรถ โดยเน้นการให้บริการขนส่งสินค้าเหลว (Liquid Product) ภายในประเทศ และเป็นการขยายการขนส่งสินค้าออกไปยังเส้นทางใหม่ๆ และลูกค้าใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือเพียงธุรกิจเดียว ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 บริษัทฯ ถือหุ้นใน AMAL ในสัดส่วนร้อยละ 100.00 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ปัจจุบัน AMAL ให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและไบโอดีเซล B100 เป็นหลัก บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะขนส่งสินค้าเหลวประเภทอื่นในอนาคต

          ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2559 บริษัทฯ มีกองเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมีของบริษัทฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 8 ลำ คิดเป็นน้ำหนักบรรทุกรวม 46,661 เมตริกตัน และกองรถบรรทุกน้ำมันของ AMAL มีจำนวนรถทั้งหมด 95 คัน คิดเป็นปริมาณการบรรทุกรวม 4.28 ล้านลิตร

 

***แผนการขาย IPO

          บริษัทฯ เสนอขายหุ้น IPO จำนวน 108 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ (Par) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.02 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ แบ่งเป็นการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 102 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 23.63 และเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย จำนวน 6 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.39 

          กำหนดราคาขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้หุ้นละ 9.99 บาท คิดเป็นมูลค่าการเสนอขายรวม 1,078.92 ล้านบาท พร้อมเปิดจองวันที่ 8 – 9 ธันวาคม 2559 และ วันที่ 13 – 14 ธันวาคม 2559 คาดเข้าจดทะเบียนใน mai วันที่ 22 ธันวาคม 2559 โดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทฯ และบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ รวมทั้ง ผู้ร่วมจำหน่ายทั้ง 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด 

 

***แผนการใช้เงินลงทุน

          บริษัทฯ มีแผนจะใช้เงินทุนที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ในการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการขนส่งสินค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้ และกำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาว โดยวัตถุประสงค์ของการใช้เงินครั้งนี้ เพื่อลงทุนขยายกองเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี เพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งสินค้าเหลวระหว่างประเทศ จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ 229 - 250 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1/2560 และเพื่อลงทุนขยายกองรถบรรทุกน้ำมัน เพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งสินค้าเหลวในประเทศ จำนวนเงินที่ใช้โดยประมาณ 33 – 44 ล้านบาท ในช่วงปี 2560 ถึงปี 2561 ส่วนที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ

 

***โครงการในอนาคต ขยายกองเรือ 2 ลำ รุกตลาดระหว่างประเทศเพิ่ม

          การลงทุนขยายกองเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางเรือออกไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น รวมถึงภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น ประเทศอินเดีย ประเทศปากีสถาน ประเทศศรีลังกา และประเทศบังคลาเทศ เป็นต้น เสริมโอกาสให้บริษัทฯ สามารถให้บริการขนส่งสินค้าอื่น นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชชนิดต่างๆ โดยสามารถรับสินค้าอื่นๆ ช่วยลดความเสี่ยงการเดินเรือเที่ยวเปล่ากลับมา สินค้าที่บริษัทฯ มีแผนจะให้บริการขนส่งยังคงเป็นสินค้าเหลว เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงสะอาด กากน้ำตาล หรือสารเคมีที่ไม่อยู่ในรายการสินค้าต้องห้าม

          ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนลงทุนซื้อเรือบรรทุกของเหลวและสารเคมีลำใหม่ เพื่อทดแทนเรือที่กำลังจะปลดระวางจำนวน 2 ลำ ในปี 2560 โดยใช้เงินทุนของบริษัทฯ ร่วมกับเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินกู้ยืมระยะยาวประมาณร้อยละ 70 ของมูลค่าเงินลงทุน และคาดว่าจะใช้เงินทุนที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 229 - 250 ล้านบาท

 

***ขยายกองรถบรรทุก รุกตลาดในประเทศ

          สำหรับโครงการการลงทุนขยายกองรถบรรทุกน้ำมัน เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งสินค้าเหลวในประเทศ รองรับความต้องการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและไบโอดีเซล B100 (ซึ่งเป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซล) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการขนส่งสินค้าไปยังสินค้าเหลวอื่นเพิ่มเติม เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์ม เอทานอล หรือเอทิลแอลกอฮอล์

          ทั้งนี้ แผนที่จะลงทุนซื้อรถบรรทุกน้ำมันครั้งนี้จำนวน 80 - 100 คัน ในช่วงปี 2559 - 2561 ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 440 - 550 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2559 กองรถบรรทุกน้ำมันของบริษัทฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 95 คัน และมีแผนจะเพิ่มรถบรรทุกน้ำมันอีก 5 คัน ในช่วงที่เหลือของไตรมาสสุดท้ายปี 2559 โดยการลงทุนซื้อรถบรรทุกน้ำมันใช้เงินทุนของบริษัทฯ ร่วมกับการขอสินเชื่อเช่าซื้อจากสถาบันการเงินประมาณร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุน และคาดว่าจะใช้เงินทุนที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 33 - 44 ล้านบาท สำหรับการลงทุนซื้อรถบรรทุกน้ำมันในช่วงปี 2560 - 2561อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจให้บริการขนส่งสินค้าประเภทอื่นนอกเหนือจากสินค้าเหลว หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น

 

***พร้อมลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพื่อยกระดับโลจิสติกส์สินค้าเหลว

          บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะลงทุนขยายธุรกิจการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ทั้งในรูปแบบการเข้าซื้อสินทรัพย์หลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ หรือเข้าลงทุนในธุรกิจอื่นที่ประกอบธุรกิจการให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เป็นเป้าหมาย โดยคาดว่าจะใช้เงินทุนส่วนหนึ่งที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้สำหรับการลงทุน อย่างไรก็ตาม หากบริษัทฯ ยังไม่สามารถหากิจการเป้าหมายที่เหมาะสม บริษัทฯ จะสำรองเงินทุนดังกล่าวไว้สำหรับการลงทุนขยายธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์อื่น หรือการลงทุนขยายกองเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี และ/หรือกองรถบรรทุกน้ำมันที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากแผนที่ระบุไว้

 

***ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

          AMA มีประสบการณ์และความชำนาญในการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชชนิดต่างๆ มาเป็นเวลานาน ประกอบกับบริษัทฯ ได้รับการยอมรับจากลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืชชนิดต่างๆ (โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม) รายใหญ่ของโลก ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ย้อนหลัง 3 ปีของบริษัทฯ ในช่วงปี 2556 – 2558 มีการเติบโตมาโดยตลอด โดยมีรายได้รวมเท่ากับ 426.57, 510.46 และ 643.18 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากการขยายกองเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมี รวมทั้งการขยายกองรถบรรทุกน้ำมันของ AMAL และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 20.39, 85.40 และ 130.12 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2559 มีรายได้รวมเท่ากับ 677.96 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขนส่งทางเรือและทางรถ ร้อยละ 72.71 และร้อยละ 27.29 ตามลำดับ ของรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้ารวม และกำไรสุทธิเท่ากับ 100.52 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มร้อยละ 97 และขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชชนิดอื่นอีกร้อยละ 3 ของปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือทั้งหมด

 

***นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ

          บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะ ภายหลังจากหักภาษีและทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น (ถ้ามี) ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง แผนการลงทุนการขยายธุรกิจในอนาคต และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

***โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO

โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO ประกอบด้วย

          1. กลุ่มนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และญาติสนิท ถือหุ้นจำนวน 170,000,000 หุ้น หรือ 39.39%

          2. บริษัท พีทีจี โลจิสติกส์ จำกัด ถือหุ้นจำนวน 103,600,000 หุ้น หรือ 24.00%

          3. กลุ่มนายพิศาล รัชกิจประการ และญาติสนิท ถือหุ้นจำนวน 25,000,000 หุ้น หรือ 5.79%

          4. นายชูศักดิ์ ภูชัชวนิชกุล และญาติสนิท ถือหุ้นจำนวน 16,000,000 หุ้น หรือ 4.94%

          5. นายอิศรศักดิ์ ธีระศักดิ์ ถือหุ้นจำนวน 4,000,000 หุ้น หรือ 1.39%

          6. นางสาวอารยา หฤหรรษ์ปราการ ถือหุ้นจำนวน 3,000,000 หุ้น หรือ 0.70%

          7. ประชาชนทั่วไป ถือหุ้นจำนวน 108,000,000 หุ้น หรือ 25.02%

 

****************************************************************

 

 

โดย...สุภาวดี แถลงศรี
สำนักข่าว eFinanceThai.com

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh