IPO Corner

| 29 พฤศจิกายน 2559

TNR เทรด 29 พ.ย.นี้

อมร ดารารัตนโรจน์
ประธานกรรมการบริหาร
บมจ.ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ หรือ TNR

"ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้" เตรียมแจ้งเกิด ลงเทรดบนกระดาน SET 29 พ.ย.นี้ ขณะที่เสนอขาย 75 ล้านหุ้นไอพีโอที่ราคาหุ้นละ 16 บาท เปิดจอง 21-23 พ.ย.นี้ ระบุใช้เงินไปคืนหนี้ 600 ล้านบาท ชี้เป้าหมายธุรกิจดันแบรนด์ Onetouch ในไทยกินส่วนแบ่งตลาด 35% ภายในปี 2563 จากเดิมที่มีส่วนแบ่งตลาด 20.6% พร้อมกันนี้เร่งขยายตลาดสู่ประเทศใหม่ ๆ ทั่วโลก

**รู้จัก "TNR"
ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ หรือชื่อย่อคือ TNR เป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีธุรกิจแบ่งออกเป็น 1. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘Onetouch’ ซึ่งทำตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ 2. ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ให้แก่บริษัทเอกชนและองค์กรเอกชน (NGOs) ทั้งในไทยและต่างประเทศมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงได้รับจ้างผลิตถุงยางอนามัยให้กับ United Medical Devices ภายใต้เครื่องหมายการค้า PLAYBOY ทั่วโลกและเป็นผู้จัดจำหน่ายเพียงผู้เดียวในประเทศไทย และ 3. ธุรกิจงานประมูล โดยได้เข้าร่วมประมูลงานผลิตถุงยางอนามัยกับองค์กรภาครัฐและองค์กรเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำไปแจกจ่ายตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก 
โดยมีการผลิตถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติ ด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง 1,959 ล้านชิ้นต่อปี จากโรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มีกำลังการผลิตติดตั้ง 426 ล้านชิ้น และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี มีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,533 ล้านชิ้นต่อปี จึงถือเป็นผู้ผลิตถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติรายใหญ่ ที่มีกำลังการผลิตติดตั้งมากที่สุดของไทยและเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานในประเทศและองค์กรสากล อาทิ ISO 9001, Canadian Medical Devices Regulations (CMDCAS)

**แผนการขายไอพีโอ
กำหนดราคา IPO หุ้นละ 16 บาท เตรียมเปิดให้นักลงทุนจองซื้อ 21-23 พ.ย.นี้ และคาดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 29 พ.ย.นี้ พร้อมแต่งตั้ง บมจ.หลักทรัพย์ กสิกรไทย เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบล.ทรีนีตี้ จำกัด 
ทั้งนี้จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดย บมจ.ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำนวน 37.50 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ อีกจำนวน 37.50 ล้านหุ้น รวมคิดเป็นร้อยละ 25 ของหุ้นสามัญจดทะเบียนของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ โดยก่อนเสนอขายหุ้น IPO บมจ.ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ซึ่งเป็นทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วทั้งสิ้น 262.50 ล้านบาท

**แผนการใช้เงินลงทุน
เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปชำระเงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีอยู่ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 2.4 เท่า และคาดว่าหลังเข้าจดทะเบียนจะทำให้ D/E ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงบริษัทจะใช้เงินระดมทุนบางส่วนเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

**ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
ผลการดำเนินงานในปี 2556-2558 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้า 1,053.2 1,182.4 และ 1,302.2 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 96.5 108.6 และ 234.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามลำดับ ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้จากการขายสินค้า 934.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 158.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.2 ล้านบาท

**เป้าหมายธุรกิจ
มีเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดถุงยางอนามัย ภายใต้แบรนด์ Onetouch ในประเทศไทยเป็น 35% ของตลาดรวมภายในปี 2563 จากเดิมที่มีส่วนแบ่งตลาด 20.6% ของมูลค่าตลาดรวมถุงยางอนามัยในช่วง เดือนกันยายน 2557 ถึงเดือนสิงหาคม 2558 พร้อมกันนี้ จะเร่งขยายตลาดสู่ประเทศใหม่ ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะทวีปเอเชียและแอฟริกา ที่มีความต้องการใช้สินค้าและโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก ด้วยการแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายสินค้าในประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพและมีเครือข่ายร้านค้าเป็นจำนวนมากเพื่อกระจายสินค้าได้อย่างครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ Onetouch ในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์และเวียดนาม รวมถึงเป็นผู้นำธุรกิจรับจ้างผลิตถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นระดับโลก

**นโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ
มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับแผนการลงทุน เงื่อนไข และข้อจำกัดตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงินหรือสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ โดยคณะกรรมการบริษัทอาจจะพิจารณาทบทวน และแก้ไขนโยบายการจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งคราวเพื่อให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลประจำปีจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคณะกรรมการบริษัทอาจอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้เป็นครั้งคราวเมื่อเห็นว่าบริษัทฯ มีกำไรพอที่จะทำเช่นนั้นได้ และให้รายงานการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลดังกล่าวให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในคราวถัดไป โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะไม่เกินกำไรสะสมตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

**โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO
โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO จะประกอบด้วย
1. กลุ่มครอบครัวดารารัตนโรจน์ 
-บริษัท เจริญอักษร โฮลดิ้ง กรุ๊พ จำกัด ถือหุ้นจำนวน 78,750,000 หุ้น หรือ 26.2%
-THK Investment Company Limited ถือหุ้นจำนวน 41,250,000 หุ้น หรือ 13.8%
-นายสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ถือหุ้นจำนวน 26,250,000 หุ้น หรือ 8.7%
-นายสุรพล ดารารัตนโรจน์ ถือหุ้นจำนวน 26,250,000 หุ้น หรือ 8.7% 
-นายอมร ดารารัตนโรจน์ ถือหุ้นจำนวน 26,250,000 หุ้น หรือ 8.7%
-นางสาวศิรินันท์ ดารารัตนโรจน์ ถือหุ้นจำนวน 26,250,000 หุ้น หรือ 8.7%
2. ประชาชน ถือหุ้นจำนวน 75,000,000 หุ้น หรือ 25%

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh