IPO Corner

| 17 พฤศจิกายน 2560

8 ข้อน่ารู้ THMUI ผู้นำธุรกิจลวดสลิงรายใหญ่สุดเทรด mai 23 พ.ย.นี้

          THMUI ผู้จัดจำหน่ายลวดสลิงรายใหญ่ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำระดับโลก รับอานิสงส์เศรษฐกิจขยายตัว และเป็นโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต คือ หุ้นไอพีโอตัวที่ 31 ที่เตรียมจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ โดยมี ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงมาบริหารธุรกิจ ทายาทตระกูลดัง นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ผลัดใบ นำพาให้ธุรกิจลวดสลิงเติบโต “ทชากร ลีลาประชากุล” ซีอีโอ เผยธุรกิจนี้ จุดเริ่มต้นตั้งแต่รุ่นคุณทวด เรียกได้ว่า ในย่านเชียงกง เยาวราช แทบทุกคนจะรู้จักเรา และหลังจากได้เข้ามานั่งเก้าอี้บริหาร ทำให้เรายิ่งเห็นโอกาสในการเติบโต เพราะคุณอาจไม่รู้ว่า ลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้ว แม้เป็นของชิ้นเล็ก ราคาไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อื่นๆ แต่เป็นตัวแปรสำคัญในการขยายกำลังการผลิต และงานอื่นๆ ในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย

“ ความเชื่อมั่นจากลูกค้าในด้านสินค้าและบริการ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด เงินระดมทุนครั้งนี้ หวังเพื่อขยายกิจการให้แข็งแกร่ง เพิ่มสินค้าและบริการ ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึง ยกระดับมาตรฐานลวดสลิงไทย ให้มีคุณภาพ และเหมาะสมกับการใช้งาน เป็นฟันเฟืองสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ 

 

1. THMUI ลวดสลิงเกรดพรีเมี่ยม รองรับความต้องการลูกค้าชั้นนำ

          “ ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น ” หรือ THMUI ผู้ประกอบธุรกิจลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วคุณภาพสูง ซึ่งบริษัทฯ เป็นหนึ่งในตัวแทนการจัดจำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายประเทศ อาทิ ไบรดอน (Bridon), คิสไวร์ (Kiswire), อูช่า (Usha) และครอสบี้ (Crosby) เป็นต้น มีบริการทดสอบแรงดึง และให้ใบรับรองสินค้า รวมทั้ง บริการติดตั้งเครน เปลี่ยนลวดสลิง และอัดปลอกลวดสลิงในแบบที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้พร้อมสำหรับใช้งานได้ทันที มีบริษัทย่อย บริษัท โปรพอยท์ โกลบอล คอนซัลแทนต์ จำกัด ให้บริการตรวจสอบเครนและลวดสลิง บริษัทมีสำนักงานขายและคลังสินค้าอยู่ที่กรุงเทพมหานคร, โกดังสินค้าสำโรง, โกดังนิคมปิ่นทอง จ.สมุทรปราการ, โกดังสัตหีบ จ.ชลบุรี

          ทั้งหมดนี้ ทำให้บริษัทฯ ครบวงจร และมีลูกค้าชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรมใช้สินค้าและบริการของบริษัทฯ

 

2. จุดเริ่มต้นธุรกิจ จนถึงปัจจุบัน

          ย้อนกลับไปปี 2541 เริ่มจดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท ไทยมุ้ยเทรดดิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด และเริ่มขายสินค้าโฟกัสลูกค้าที่ต้องการคุณภาพสูง เพราะเราให้ความสำคัญในการใช้งานอย่างถูกต้อง และปลอดภัย จึงเริ่มเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า Bridon และ Usha จากนั้น ก็เพิ่มสินค้าแบรนด์ดังภายใต้ตราสินค้า Kiswire และ Crosby มาจำหน่ายเพิ่ม รวมถึง ลงทุนเครื่องอัดปลอกลวดสลิง เพื่อเพิ่มความพร้อมการใช้งานลวดสลิง

          ปี 2545 ลงทุนเพิ่มพื้นที่คลังสินค้าใหม่ที่สัตหีบ ลงทุนเครื่องทดสอบแรงดึง และปี 2548 ได้ ISO9001:2008 การันตีคุณภาพด้านระบบบริหารคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ, ปี 2555 ใช้ระบบ SAP เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายในของบริษัท, ปี 2558 ใช้ระบบ Barcode และ QR CODE จัดการสินค้าคงเหลือ ลงทุนในบริษัทย่อย ซื้อหุ้นบริษัท โปรพอยท์ โกลบอล คอนซัลแทนด์ จำกัด ร้อยละ 99.99 จากผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน และในปี 2560 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยมุ้ย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นับเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเห็นพัฒนาการเติบโตที่ดีและมีมาตรฐาน จากความพยายามในการใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยบริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. แผนการระดมทุนเข้าตลาด mai กำหนด IPO 2.55 บาท/หุ้น

          นายทชากร ลีลาประชากุล นั่งเก้าอี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นหัวเรือใหญ่ในการนำพาธุรกิจเข้ามาระดมทุน โดยมี บริษัท หลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และแกนนำการเสนอขายหลักทรัพย์ เสนอขาย IPO 97.07 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 28.55 ของจำนวนหุ้นหลังการเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ สนับสนุนให้บริษัทมีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วหลังเสนอขาย IPO 170 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 340 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท นโยบายการจ่ายปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ

          ที่ปรึกษาทางการเงินเผย การกำหนดราคา IPO 2.55 บาท/หุ้น เป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานและการเติบโต เงินที่ได้จากการระดมทุนราว 247.53 ล้านบาท จะนำไปใช้เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 147.53 ล้านบาท ซื้อเครื่องทดสอบแรงดึงขนาดใหญ่ 10 ล้านบาท ระยะเวลาการใช้เงินภายในปี 2561 โครงการก่อสร้างโกดังสินค้า 30 ล้านบาท ระหว่างปี 2561 – 2562 และ จ่ายคืนตั๋ว B/E 60 ล้านบาท ภายในปี 2560 ได้บริษัทผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 2 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ หมวดธุรกิจบริการ ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “THMUI”

          โดยเชื่อมั่นว่า หลังจากบริษัทฯ เพิ่มสินค้าและทีมบริการ รวมทั้ง ติดตั้งเครื่องทดสอบแรงดึงขนาดใหญ่แล้วเสร็จ จะเป็นโอกาสให้บริษัทฯ เพิ่มยอดขายได้แข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น

 

4. อวดผลงาน 3 ปีย้อนหลัง อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับ 40%

          ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย งวดปี 2557 – 2559 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 370.98 ล้านบาท, 381.12 ล้านบาท และ 356.74 ล้านบาทตามลำดับ รายได้หลักมาจากการจัดจำหน่ายลวดสลิงและชุดประกอบกว่าร้อยละ 60 ของรายได้จากการขายและบริการ ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 179.01 ล้านบาท, 160.17 ล้านบาท และ 146.17 ล้านบาทตามลำดับ กำไรสุทธิอยู่ที่ 7.79 ล้านบาท, 16.30 ล้านบาท และ 18.92 ล้านบาทตามลำดับ และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.08, ร้อยละ 4.25 และร้อยละ 5.29 เป็นผลจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลง สะท้อนการบริหารจัดการภายในได้เป็นอย่างดี

 

5. ผลงานงวด 9 เดือนปีนี้โต 3 เท่า สะท้อนทิศทางธุรกิจโตได้อีก

          สำหรับ ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ที่เติบโตอย่างน่าประทับใจ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 310.61 ล้านบาท เติบโต 25.33% จากงวดเดียวกันของปี 2559 อยู่ที่ 247.83 ล้านบาท กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 120.82 ล้านบาท เทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 100.46 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 24.69 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน 5.19 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเท่ากับร้อยละ 376.97 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 38.90 อัตรากำไรสุทธิร้อยละ 7.90 เนื่องจาก บริษัทฯ สามารถนำเสนอสินค้าและบริการไปยังกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยลวดสลิงคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด

          กลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มยานยนต์ กลุ่มเหล็ก เป็นต้น มีสัดส่วนรายได้ 30.57% กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 17.24% กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 9.47% และกลุ่มท่าเรือ 6.58% ของรายได้จากการขายทั้งหมด  

 

6. จุดเด่น ลูกค้าอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม รับโอกาสโตจากเศรษฐกิจขยายตัว

          บริษัทฯ เป็นผู้จำหน่ายลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วที่มีคุณภาพสูง จากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า และมีบริการที่ครบวงจร โดยมีกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ เป็นบริษัทชั้นนำ มีศักยภาพในการเติบโต และอยู่ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มยานยนต์ กลุ่มเหล็ก เป็นต้น มีสัดส่วนรายได้ 30.57% กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 17.24% กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง 9.47% และกลุ่มท่าเรือ 6.58% ของรายได้จากการขายทั้งหมด ทำให้ลดความเสี่ยงในเรื่องการพึ่งพิงลูกค้ากลุ่มใดเป็นพิเศษ และรับโอกาสโตจากเศรษฐกิจที่ขยายตัว มีการลงทุนจากภาครัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะลูกค้าบริษัทฯ ที่ขยายกำลังการผลิต และงานก่อสร้าง รวมทั้ง การขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ต้องการลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วคุณภาพสูง นอกจากนี้ สลิงเป็นสินค้าใช้แล้วเสื่อมสภาพไป ต้องตรวจสอบสภาพการใช้งานตามกฎหมายทุก 3 – 12 เดือน ทำให้มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นสินค้าจำเป็นที่ใช้ในอุตสาหกรรม

 

7. ความเสี่ยงในการแย่งตลาดของผู้ผลิต และสต็อกสินค้าที่มีอยู่สูง

          ความเสี่ยงจากผู้ผลิตในต่างประเทศ จะมาทำตลาดในประเทศไทยเองถือว่ามีน้อย เนื่องจากบริษัทฯ มีความครบวงจร และลูกค้าต้องการขายสินค้าที่มีปริมาณสูง มากกว่าการแบ่งขาย ดังนั้น การมี THMUI เป็นผู้จัดจำหน่ายหลัก จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ดีได้มากกว่า และการไม่ต่อสัญญากับบริษัทฯ ก็เป็นไปได้น้อยเช่นกัน เนื่องจากบริษัทฯ มีความสัมพันธ์อันดีกับคู่ค้ามายาวนาน ขณะเดียวกัน มีผู้ผลิตในต่างประเทศหลายแบรนด์ที่ติดต่อเข้ามาให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่าย จึงเชื่อมั่นว่า ด้วยความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำในธุรกิจลวดสลิงในประเทศ จะสนับสนุนลูกค้าของเราได้อย่างไร้กังวล

          นอกจากนี้ บริษัทฯ มีสินค้าที่จำหน่ายกว่า 3,000 รายการ เป็นความเสี่ยงในการบริหารสต็อก แต่เนื่องด้วยการนำระบบไอทีเข้ามาช่วยบริหาร รวมทั้ง สินค้าดังกล่าว สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน และบางรายการเราไม่ต้องสต็อกของไว้เอง จึงช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวลงไปได้ อย่างไรก็ตาม การมีสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้เพียงพอ และรวดเร็วต่อความต้องการของลูกค้า จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ มีสินค้าบางรายการที่ลูกค้าต้องการ แต่เราไม่ได้สต็อกของไว้ จากเงินทุนหมุนเวียนที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้พลาดโอกาสในการขายไปเป็นจำนวนค่อนข้างมาก

 

8. โอกาสมหาศาล รับอานิสงส์เศรษฐกิจขยายตัว

          การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ครั้งนี้ จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน บริษัทฯ จะเพิ่มสินค้าและทีมบริการ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ารายเดิม และขยายฐานลูกค้ารายใหม่ รับอานิงสงส์จากการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ของภาครัฐบาลและเอกชน ทั้ง แผนงานก่อสร้าง แผนการลงทุนตามแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และเฟส 4 เป็นต้น ทำให้อุปสงค์ลวดสลิงและอุปกรณ์ยกหิ้วที่มีคุณภาพเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงโอกาสในการขยายสินค้าไลน์ใหม่ๆ เข้าไปเพิ่มเติมได้อีก จึงมองว่า THMUI จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามอง

 

ต้องติดตามกันว่าหุ้น IPO น้องใหม่อย่าง "THMUI" ที่จะเข้าเทรดใน mai เป็นวันแรก ในวันที่ 23 พ.ย. 2560 นี้จะคึกคัก และสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อนักลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน 

 

 

 *คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน

 

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh