IPO Corner

| 3 เมษายน 2560

D หุ้นทันตกรรมไฮโซ-มาร์จิ้นโตเร่าร้อน

ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (D)

 

“เดนทัล คอร์ปอเรชั่น" ใช้เงินระดมทุนขยาย 3-5 สาขาในปีนี้เน้นจุดมีฐานลูกค้ารองรับ ตั้งเป้ารายได้ปี 60 โต 5-10% ด้วยเน็ตมาร์จิ้นระดับเกิน 10% หลังไม่มีภาระดอกเบี้ยถ่วง

ขายไอพีโอ 6 บาทชูส่วนลด 30%
          บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (D) เตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท กำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่หุ้นละ 6 บาท เปิดให้จองซื้อในวันที่ 23, 24 และ 27 มีนาคม 2560 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 3 เมษายน 2560 โดยที่ปรึกษาทางการเงินบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ระบุว่า ราคาขายหุ้นที่ 6 บาท เป็นระดับ P/E ที่ 28 เท่า มีส่วนลดประมาณ 30% จากค่า P/E หุ้นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ที่อยู่ 42 เท่า ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เป็นทั้งที่ปรึกษาทางการเงิน และจัดจำหน่าย รับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง, บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส และบริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี(ประเทศไทย)
          ทพ.พรศักดิ์ ตันตาปกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (D) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทให้บริการด้านทันตกรรม คลินิกทันตกรรม ภายใต้แบรนด์ สไมล์ ซิกเนเจอร์, เดนทัล ซิกเนเจอร์ และ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล เดนทัล เซ็นเตอร์ (BIDC)มีศูนย์ทันตกรรมที่เป็นรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานคุณภาพจาก Joint Commission International (JCI) ของสหรัฐอเมริกาเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าระดับเกรดพรีเมี่ยมที่มีรายได้สูงโดยสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งเป็นลูกค้าคนไทย และที่เหลือเป็นลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียถึง 30 - 40% ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีทั้งหมด 12 สาขา เป็นศูนย์ทันตกรรมจำนวน 2 สาขา และคลินิกทันตกรรมจำนวน 10 สาขา

 

ระดมทุนขยายสาขาเน้นพื้นที่มีกำลังซื้อรองรับ
    ทั้งนี้บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนขยายจำนวนสาขาปีนี้ 3-5 สาขา ใช้เงินลงทุน 35 ล้านบาท และ อีก 15 ล้านบาท ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์โดยจะเลือกในทำเลที่มีศักยภาพที่โดดเด่นและมีกำลังซื้อจริงเท่านั้น อีกส่วนราว 60 ล้านบาทจะนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงาน
ตั้งเป้าปีนี้รายได้โต 10%-เน็ตมาร์จิ้นระดับเกิน 10%
    ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2560 เติบโต 5-10 % จากจำนวนผู้ใช้บริการมีเพิ่มต่อเนื่อง และคาดมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้ สูงกว่า 10% เพิ่มขึ้น จากปี 59 อยู่ที่ 9.52% ซึ่งกำไรที่น่าจะดีขึ้นเกิดจากการไม่มีภาระดอกเบี้ย และการควบคุมต้นทุนทำได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานย้อยหลัง 3 ปี (2557-2559) มีรายได้รวม 408.26 ล้านบาท 418.56 ล้านบาท และ 446.52 ล้านบาท ตามลำดัล มีกำไรสุทธิ 3 ปี อยู่ที่ 25.59 ล้านบาท 12.31 ล้านบาท และ 42.52 ล้านบาท

 

มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40
    มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯ และกฎหมาย หากไม่มีเหตุจำเป็นอื่นใดและการจ่ายเงินปันผลนั้นไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
    อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ สภาพคล่อง แผนการลงทุน รวมถึงปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับในการบริหารงาน ความจำเป็น และความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ มติคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคณะกรรมการบริษัท มีอำนาจอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้ โดยต้องแจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมครั้งต่อไป

โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO
    โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO ประกอบด้วย  อันดับแรกกลุ่มครอบครัวตันตาปกุล ถือครอง หุ้นรวม 149.99 ล้านหุ้น เป็นร้อยละ 75
อันดับที่ 2.นางนฤทัย นนท์ผม ถือครอง หุ้นรวม 2,000 หุ้น เป็นร้อยละน้อยกว่า 0.01
อันดับที่ 3.กรรมการและผู้บริหาร ถือครอง หุ้นรวม 1.92 ล้านหุ้น เป็นร้อยละ 0.96
และ อันดับที่ 4.ประชาชน ถือครอง หุ้นรวม 48 ล้านหุ้น เป็นร้อยละ 24.04

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh