IPO Corner

| 22 กันยายน 2560

เปิด 7 สตอรี่ "เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP)" ไอพีโอตัวที่ 20


     บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) เป็นหุ้นน้องใหม่บริษัทที่ 20 ของปีนี้  โดยจะลงสนามเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 27 กันยายน "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"  ได้สรุป 7 เรื่องสำคัญจากไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนได้ทำความรู้จักกับบริษัทนี้ในเบื้องต้น

1. SSP เป็นโฮลดิ้งคอมพานี ลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งใน-ตปท.


    SSP ทำธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน  
    นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อปี 2555 จนถึงปี 2560 มีโครงการเดียวที่ขายไฟฟ้าแล้ว คือ "โครงการเสริมสร้าง โซลาร์" กำลังการผลิตติดตั้ง 52  MW สัญญารับซื้อ 40MW เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  เริ่มขายไฟให้ กฟผ. เมื่อเดือน ก.พ.ปี2558 ได้ Adder  6.50 บาท (จะครบกำหนดได้ Adder 6.50 บาทในปี 2568)

2. ผู้ถือหุ้นใหญ่ SSP คือ "ครอบครัวไกรพิสิทธิ์กุล" เจ้าของปลาเส้น "เบนโตะ" และเยลลี่ "เจเล่"

     ครอบครัว "ไกรพิสิทธิ์กุล" เป็นเจ้าของแบรนด์ขนมขบเคี้ยวอย่างปลาเส้น "เบนโตะ" และเยลลี่แบรนด์ "เจเล่" ภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง โดย นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ได้แตกไลน์จากธุรกิจขนมมาสู่ธุรกิจพลังงงานทดแทนภายใต้ บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP)
     นายวิวรรธน์ ได้ส่งบุตรสาว นางสาวธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล เข้าบริหารใน SSP  ตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  และยังได้คนข้างกายของบุตรสาว "นายวรุตม์  ธรรมาวรานุคุปต์" ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ซึ่ง นายวรุตม์ มีประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานจากโรงไฟฟ้า BLCP มาก่อน 
    กลุ่มครอบครัวไกรพิสิทธิ์กุล  เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SSP สัดส่วน 100% ทั้งถือในนามบุคคลนามสกุล "ไกรพิสิทธิ์กุล" และถือผ่านบริษัทอีก 2 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท ไพรมารี่ เอนเนอร์จี้ จำกัด (PME) จัดตั้งขึ้นในไทย และ Unity I.Capital Limited (UNITY) UNITY  เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง  
    หลังจากขายไอพีโอ "กลุ่มครอบครัวไกรพิสิทธิ์กุล" จะเหลือสัดส่วนการถือหุ้น 70%

3. ผู้ถือหุ้นเดิม นำหุ้นมาขายพร้อมไอพีโอ 46 ล้านหุ้น


    SSP เสนอขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด   276.375 ล้านหุ้น ประกอบไปด้วย 
    (1) บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ฯ 230.375 ล้านหุ้น  
    (2) กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ. เสริมสร้าง พาวเวอร์ฯ 46 ล้านหุ้น 

4. เงินระดมทุนส่วนใหญ่ใช้ลงทุนโครงการใหม่-ชำระคืนเงินกู้


    SSP จะได้เงินจากการระดมทุนสุทธิประมาณ 1,731 ล้านบาท ไปใช้ดังนี้
    (1) เป็นเงินทุนหมุนเวียน ไม่เกิน 125 ล้านบาท 
    (2) ชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 715 ล้านบาท 
    (3) ลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา -โครงการในอนาคตอื่น 891.20 ล้านบาท 
 
5. โครงการลงทุนในอนาคตมี 8 โครงการ รวมกำลังผลิตติดดั้ง 122.4 MW


     จำนวน 3 โครงการ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 55.9 MW   ปริมาณเสนอขายตามสัญญา 47 MW 
     1.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น  2 โครงการ ได้แก่ โครงการฮิดะกะ และโครงการยามากะ
     2.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ในไทย 1 โครงการ  ได้แก่  โครงการ SNNP 1  

    จำนวน 4 โครงการอยู่ระหว่างพัฒนา-ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง  กำลังการผลิตติดตั้งรวม 54 MW ปริมาณเสนอขายตามสัญญา 41 MW 
    1.โรงไฟฟ้าพลังงานแสดงอาทิตย์ในไทย 1 โครงการ  ได้แก่ โครงการโซลาร์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ ( อผศ.) จ.ราชบุรี
    2.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น  2 โครงการ  ได้แก่ โครงการโซเอ็น และโครงการลีโอ 
    3.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ในไทย 1 โครงการ ได้แก่ โครงการ SNNP 2 

    จำนวน 1 โครงการอยู่ระหว่างพัฒนาขั้นต้น มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 12.5 MW ปริมาณเสนอขายตามสัญญา 10 MW
    1. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในญี่ปุ่น 1 โครงการ ได้แก่ โครงการยามากะ 2 

6. ราคาไอพีโอ 7.70 บาท  อิง P/E 18.3 เท่า  จากค่าเฉลี่ยกลุ่ม 18.8 เท่า


    ราคาเสนอขายหุ้นละ  7.70 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ( P/E) ประมาณ 18.3 เท่า  เทียบกับ P/E  ของบริษัทในกลุ่มเดียวกันราว 8.8 - 32.3 เท่า คิดเป็นค่าเฉลี่ย 18.8 เท่า (BCPG=16.8x , EA=32.3x, SPCG=8.8x,TSE=17.1x)
    P/E  ของบริษัทฯ คำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2559 - 30 มิ.ย.2560) ซึ่งเท่ากับ 388.2 ล้านบาท และหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 922,000,000 หุ้น (Fully diluted) จะได้กำไรสุทธิเท่ากับ 0.4210 บาทต่อหุ้น 
    ที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำอันเดอร์ไรท์ของ SSP คือ บล. กสิกรไทย


     
7. SST เริ่มมีรายได้-กำไรในปี 58 หลัง COD โครงการแรก


    รายได้บริษัทช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
    ปี 2557 บริษัทฯ ยังไม่มีรายได้จากการขายไฟฟ้า  เนื่องจากอยู่ในช่วงพัฒนาและก่อสร้างโครงการเสริมสร้าง โซลาร์ ทำให้แสดงรายได้เพียงเล็กน้อยที่ 0.9 ล้านบาท (เป็นรายได้จากดอกเบี้ยรับทั้งหมด) 
    แต่รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2558 เป็น 852.6 ล้านบาท หลังจากเริ่มขายไฟโครงการเสริมสร้าง โซลาร์ ในเดือน ก.พ. 2558 ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 876.7 ล้านบาท ในปี 2559  เนื่องจากรับรู้รายได้การขายไฟโครงการเสริมสร้าง โซลาร์เต็ม 12 เดือน     
    ส่วนงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2560 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเท่ากับ  447.9 ล้านบาท ซึ่งในนี้เป็นรายได้ Adder จากโครงการเสริมสร้าง โซลาร์ ถึง 303.5 ล้านบาท คิดเป็น 67.5% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งรายได้ Adder จะครบกำหนดที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในอีก 8 ปีจากนี้
    กำไรบริษัทช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 
    ปี 2557 บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิ 30 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2557 กลุ่มบริษัทฯ อยู่ในช่วงพัฒนาและก่อสร้างโครงการเสริมสร้าง โซลาร์  
    ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 498.5 ล้านบาท ส่วนปี 2559 มีกำไรสุทธิ 447.4 ล้านบาท ลดลง 10.3% โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 58.5% และ 51.0% ตามลำดับ ลดลง 7.4% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น
    งวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ  211.3 ล้านบาท ตามลำดับ ลดลง 21.8% YoY  และมีอัตรากำไรสุทธิลดเหลือ 47.0%

    SST จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 27 กันยายนนี้ มาติดตามกันว่าหุ้นน้องใหม่ไซส์เล็กในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน จะสร้างความคึกคักให้กับนักลงทุนได้ขนาดไหน รวมถึงอนาคตจะสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้ดีเพียงใด หลังได้เงินไปขยายธุรกิจทั้งในไทยและในญี่ปุ่นจากการขายไอพีโอรอบนี้  

    *คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ก่อนการตัดสินใจลงทุน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh