IPO Corner

| 27 พฤศจิกายน 2560

8 เรื่องน่ารู้หุ้นน้องใหม่ "JKN" ไอพีโอตัวที่ 32

 

     รู้หรือไม่ว่าซีรีย์ดังยอดฮิตจากอินเดียเรื่องล่าสุด "นาคิน" ที่ออกอากาศในตอนนี้ เจ้าของลิขสิทธิ์ คือ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย (JKN) ซึ่งได้ระดมทุนขยายธุรกิจคอนเทนต์  และกำลังจะเข้าซื้อขายในตลาด mai วันที่ 30 พ.ย.นี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจจากไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนได้ทำความรู้จักกับ JKN มากขึ้น 

1.ทำธุรกิจหลักจำหน่ายสิทธิคอนเทนต์  


    บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด  ประกอบธุรกิจ  3  ธุรกิจ ดังนี้ 
    (1) ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ซื้อและนำเข้าจากทั้งในและต่างประเทศ มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 90% 
    กลุ่มลูกค้า เช่น  สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี ไทยทีวีสีช่อง 3 สถานีโทรทัศน์กองทับพบกช่อง 5 (ททบ.5) ช่องทรูโฟร์ยู (True4U) สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ช่องเวิร์คพอยท์ (Workpoint) ช่องโมโน 29 (MONO29) เป็นต้น
    (2) ธุรกิจให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าทางสถานีโทรทัศน์ระบบผ่านดาวเทียม (Satellite) และสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอลซึ่งซื้อจากสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิตอล “ช่อง JKN Dramax”  กลุ่มลูกค้า ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ (Direct Customer) และกลุ่มตัวแทนบริษัทโฆษณา (Agency) 
    (3) ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาทิเช่น สินค้าประเภท Home Entertainment (DVD, Blu-ray) อาทิ เช่น DVD Blu-ray Box set เป็นต้น กลุ่มลูกค้า เช่น  บริษัท บูมเมอแรง ออนไลน์ จำกัด (Boomerang) บริษัท ยูไนเต็ด โฮม เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (United) เป็นต้น) และลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจให้บริการ VOD เป็นต้น 

2. เป็นเจ้าของซีรีย์ดังจากอินเดีย "นาคิน" - "อโศกมหาราช"


    "ซีรีย์อินเดีย" เป็นลิขสิทธิ์คอนเทนต์ยอดฮิตของปีนี้  ตัวอย่างลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของ JKN ที่จำหน่ายให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจสถานีโทรทัศน์และอยู่ระหว่างออกอากาศในปี 2560 ทางช่อง 8 -ช่อง TV3 - ช่อง Family -ช่อง TV3 HD- ช่อง  True4U - ช่อง JKN Dramax และช่องไบรท์ทีวี  มีดังนี้  
    ซีรีย์อินเดีย : สีดาราม ศึกรักมหาลงกา ,  ซีรีย์อินเดีย : หนุมาน สงครามมหาเทพ  ,  ซีรีย์อินเดีย : อโศกมหาราช  , ซีรีย์อินเดีย : นาคิน  , ซีรีย์เกาหลี : ลิขิตรักตะวันและจันทรา  , ซีรีย์เกาหลี : มูยุล จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน  , ซีรีย์เกาหลี : ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน , ซีรีย์อินเดีย : ลิขิตรักนี้เพื่อเธอ  และ ซีรีย์อินเดีย : ศิวะ พระมหาเทพ

3. ราคา IPO 8 บาท  อิง P/E 21 เท่า เทียบกลุ่ม 61.49 เท่า 


    ปรึกษาทางการเงิน ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด  โดยจะนำหุ้นเข้าซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์ mai 
    บริษัทฯ เสนอขายไอพีโอครั้งนี้ 140 ล้านหุ้นกำหนดราคาเสนอขายอยู่ที่ 8.00 บาท/หุ้น หากพิจารณากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2559 ถึงไตรมาส 3 ปี 2560) ซึ่งเท่ากับ 203.78 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 540.00 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share) เท่ากับ 0.38 บาทต่อหุ้น และอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) ประมาณ 21.05 เท่า
    ปัจจุบันไม่มีบริษัทจดทะเบียนใดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัทฯ แต่เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินราคาหุ้นที่เสนอขาย บริษัทฯ จึงใช้บริษัทจดทะเบียน ในหมวดธุรกิจบริการ สื่อและสิ่งพิมพ์ เป็นบริษัทเปรียบเทียบ ได้แก่  บมจ. บีอีซี เวิลด์  (BEC) , บมจ. เวิร์คพอยท์ (WORK)  , บมจ. โมโน เทคโนโลยี (MONO) , บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) , บมจ. อาร์เอส(RS) และ บมจ. อสมท (MCOT)  ซึ่งมีค่าเฉลี่ย P/E 61.49 เท่า
 
4. โครงการในอนาคต ขยายสู่ธุรกิจสถานีโทรทัศน์ข่าว CNBC 


    โครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนในลิขสิทธิ์คอนเทนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในปี 2560 ได้แก่ การลงทุนในลิขสิทธิ์ Consumer News and Business Channel (CNBC)  ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการเกี่ยวกับข่าวธุรกิจและการลงทุนที่มีชื่อเสียงทั่วโลก โดยสัญญามีระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ปี (2560 - 2570) 
    สิทธิ์ที่บริษัทฯ ได้รับในส่วนแรก คือ การนำคอนเทนต์รายการภายใต้แบรนด์ CNBC ที่ผลิตและออกอากาศในต่างประเทศมาทำการตัดต่อ แปล และพากษ์เสียงภาษาไทยสำหรับจำหน่ายต่อ
    สิทธิ์ที่บริษัทฯ ได้รับในส่วนที่สอง คือ สิทธิในการผลิตรายการที่มีโครงสร้างรูปแบบตามรายการของแบรนด์ CNBC โดยใช้พิธีกรและผู้ดำเนินรายการคนไทยในการผลิตรายการเกี่ยวกับข่าวธุรกิจและการลงทุนเพื่อออกอากาศในช่อง JKN CNBC
    เพื่อให้การผลิตช่อง JKN CNBC เป็นไปตามมาตรฐานสากลของ CNBC บริษัทฯ แผนลงทุนในการสร้างห้อง Master Control Room (MCR) ซึ่งเป็นห้องสำหรับการออกอากาศ และลงทุนในอุปกรณ์ออกอากาศและผลิตรายการ ตามมาตรฐานของ CNBC
    สำหรับเงินที่ได้จากการขาย IPO ในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 1,120.00 ล้านบาท บริษัทฯ จะนำไปใช้ ดังนี้     
    1. ลงทุนในการขยายธุรกิจเกี่ยวข้องกับธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์     500     ลบ. 
    2. เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและใช้สำหรับการดำเนินการทั่วไป            95      ลบ.
    3. เพื่อลงทุนและ/หรือขยายธุรกิจของบริษัทย่อย   125      ลบ.
    4. ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และ/หรือ ชำระคืนหนี้หุ้นกู้            400      ลบ.
     
5. "กลุ่มครอบครัว จักราจุฑาธิบดิ์" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่


    ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  คือ กลุ่มครอบครัว จักราจุฑาธิบดิ์  สัดส่วน 97% หลังไอพีโอจะลดเหลือ 71.85%
    กลุ่มครอบครัว จักราจุฑาธิบดิ์ ประกอบด้วย 1) นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ 2) นางสาวพิมพ์อุมา จักราจุฑาธิบดิ์ 3) MEDIA KING CAPITAL LTD. เป็นบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 โดยมีนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เป็นผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และเป็นผู้มีอำนาจควบคุมในบริษัทดังกล่าว 

6. ปัจจัยความเสี่ยง จากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่


    จากโครงสร้างรายได้ของ JKN  มีรายได้จากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์เป็นหลัก โดยในปี 2557 – 2559 และงวดเก้าเดือน ปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวในสัดส่วนร้อยละ 73.16 ร้อยละ 81.70 ร้อยละ 85.53 และร้อยละ 95.24 ของรายได้รวมแต่ละรอบบัญชีตามลำดับ 
    ทั้งนี้ รายได้ค่าสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น ในระหว่างปี 2558 – งวด 9 เดือน ปี 2560 เกิดจากการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ให้กับลูกค้ารายใหญ่ 4 ราย เป็นหลัก ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตแผ่นดีวิดี บลู-เรย์  3 ราย และบริษัทที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางการตลาดหลากหลายช่องทาง 1 ราย ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อของลูกค้าดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57.50 ร้อยละ 74.30 และร้อยละ 64.94 ของรายได้ค่าสิทธิ์ที่เกิดในแต่ละรอบบัญชีตามลำดับ 
    ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจสู่ธุรกิจสถานีโทรทัศน์ข่าว CNBC เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากการให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์เพียงอย่างเดียว โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินธุรกิจดังกล่าวในปี 2561 

7. รายได้-กำไรโตต่อเนื่องทุกปี ตามการเติบโตของรายได้ค่าสิทธิ์


    รายได้รวมปี 2557 – 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 304.43 ล้านบาท 457.23 ล้านบาท  และ 846.37 ล้านบาท ตามลำดับ โดยร้อยละ 73.16 ร้อยละ 81.70 ร้อยละ 85.53 ของรายได้รวมในแต่ละปี เป็นรายได้จากธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ 
    บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดประมูลทีวีดิจิตอล และการเกิดความนิยมในการเผยแพร่คอนเทนต์ผ่านระบบออนไลน์ ส่งผลให้ลูกค้ารายเดิมของบริษัทฯ มีการซื้อคอนเทนต์เพิ่มขึ้น 
    กำไรสุทธิในปี 2557 – 2559 เท่ากับ 49.46 ล้านบาท 133.40 ล้านบาท และ 164.09 ล้านบาท ตามลำดับ  คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ ร้อยละ 16.24 ร้อยละ 29.17 และร้อยละ 19.38 ของรายได้รวมตามลำดับ
    อัตรากำไรสุทธิในปี 2559 ลดลงจากปี 2558 ซึ่งสวนทางกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ต้นทุนค่าตัดจำหน่ายสิทธิ์ ค่าจัดงาน Event และค่าเบี้ยปรับเงินเพิ่มเนื่องจากการยื่นภาษีล่าช้า
    งวด 9 เดือนแรกปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้เท่ากับ 873.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2559 เท่ากับ 280.31 ล้านบาท เนื่องจากการเติบโตของรายได้ค่าสิทธิ์เป็นหลัก  ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 176.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 2559 เท่ากับร้อยละ29.09 เนื่องจากลูกค้ารายเดิมมีการซื้อคอนเทนต์เพิ่มขึ้น และมีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล 

8. คู่แข่งมีจำกัด โดยนำเข้าลิขสิทธิ์ต่างกัน-มีช่องทางออกอากาศต่างกัน   


    บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกับบริษัทฯ สามารถสรุปได้ ดังนี้
    1. บมจ. เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้น  นำเข้าและจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นหลัก  ออกอากาศทางโรงภาพยนตร์
    2.บจ.สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล   นำเข้าและจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นหลัก ออกอากาศทางโรงภาพยนตร์
    3.บจ. ยูไนเต็ด โฮมเอ็นเตอร์ เทนเมนท์  นำเข้าและจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นหลัก ออกอากาศในรูปแบบ Home Entertainment
    4.บจ.โกลเด้นท์ ทาวน์ ฟิล์ม  นำเข้าและจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นหลัก จำหน่ายให้กับผู้ประกอบธุรกิจสถานีโทรทัศน์ และHome Entertainment

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh