IPO Corner

| 29 พฤศจิกายน 2560

8 เรื่องน่ารู้หุ้นน้องใหม่ "กรังด์ปรีซ์ฯ"(GPI)

       "กรังด์ปรีซ์" เป็นเจ้าของงานจัดแสดงสินค้ายานยนต์ระดับแนวหน้าของไทยที่คุ้นเคยกันดีอย่าง " Motor Show" กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 1 ธ.ค.นี้ นับเป็นหุ้น น้องใหม่บริษัทที่ 33 ของปีนี้ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สรุป 8 เรื่องน่ารู้มาให้นักลงทุนได้ทำความรู้จัก บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ในเบื้องต้น ดังนี้   

1. ทำธุรกิจหลักจัดงานแสดงสินค้า "Motor Show"

    “กรังด์ปรีซ์”  ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 47 ปีที่แล้วหรือเมื่อปี พ.ศ.2513 ภายใต้ชื่อ “ห้างหุ้นส่วนจำกัดกรังด์ปรีซ์”  โดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา  เริ่มแรกทำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายนิตยสารด้านยานยนต์ ต่อมาปี 2525 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และขยายธุรกิจสู่สื่อสิงพิมพ์  
    สื่อสิงพิมพ์ของบริษัทฯ  เช่น นิตยสารมอเตอร์ไซด์ นิตยสารออฟโรด นิตยสารเอ็กซ์โอ ออโต้สปอร์ต เป็นต้น และต่อมาได้ขยายสู่ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ  
    ต่อมาขยายสู่งานจัดแสดงสินค้า  เช่น งาน Bangkok International Motor Show ซึ่งเป็นงานแสดงยานยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย และงาน Bangkok Used Car Show และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่สำคัญของบริษัทฯ เช่น การจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ และการจัดการแข่งขันรถยนต์ออฟโรด เป็นต้น
     ปัจจุบัน GPI ทำ 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1.จัดแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 2.ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อรูปแบบใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ และ 3.ธุรกิจรับจ้างพิมพ์ 

2. รายได้-กำไรในช่วง 3 ปีย้อนหลังค่อนข้างผันผวน 


    -รายได้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2557-2559) อยู่ที่ 820.52 ล้านบาท 807.88 ล้านบาท และ 761.64 ล้านบาท ตามลำดับ 
    รายได้ปี 58 ลดลง 12.64 ล้านบาท (-1.54%) จากปี 57 เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้เงินกู้ยืมแก่กรรมการ ส่วนรายได้ปี 59 ลดลง 46.52 ล้านบาท (-5.72%) จากปี 58 มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 
    - กำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2557-2559) อยู่ที่ 137.90 ล้านบาท 126.09 ล้านบาท และ 119.60 ล้านบาท ตามลำดับ 
    กำไรสุทธิปี 58  ลดลง 11.81 ล้านบาท หรือลดลง 8.56% จากปี 57 มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้เงินกู้ยืมแก่กรรมการ ส่วนปี59 กำไรสุทธิลดลง 6.49 ล้านบาท หรือลดลง 5.15%  จากปี 58 มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้คำปรึกษาและบริหารจัดการและพื้นที่สำนักงานแก่บริษัท ออโต้-ไลฟ์ จำกัดและการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้เงินกู้ยืมแก่กรรมการ
    -รายได้รวมในงวด 9 เดือนแรกปี 60 เท่ากับ 677.88 ล้านบาท  ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 158.37 ล้านบาท
    กำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปี 60 เพิ่มขึ้น  16.27 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.45% YoY เนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

3. จำนวนวันของการจัดงาน "Motor Show" มีผลต่อรายได้หลัก

     ความเสี่ยงจากการผันผวนของรายได้จากธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าระหว่างปีบัญชี เนื่องจากรายได้หลักของของบริษัทฯ มาจากการจัดงานแสดงสินค้าซึ่งจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี โดยรายได้จากงานดังกล่าวที่คิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของรายได้รวม จะถูกรับรู้ในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 จึงทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงที่จะมีรายได้ลดลงในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งถือเป็นความผันผวนของรายได้ในแต่ละไตรมาสของบริษัทฯ 
    ทั้งนี้ การรับรู้รายได้และต้นทุนจากการจัดงาน Bangkok International Motor Show ในไตรมาส 1 และ 2 จะขึ้นอยู่กับจำนวนวันจัดงานในแต่ละไตรมาส ซึ่งอาจแตกต่างกันได้ในแต่ละปี ดังนั้นในการวิเคราะห์งบไตรมาส 1 และ 2 ของบริษัทฯ นักลงทุนควรพิจารณาจำนวนวันจัดงานในแต่ละไตรมาสด้วย
    บริษัทฯ มีนโยบายที่จะเพิ่มงานแสดงสินค้าในช่วงเวลาอื่นๆ ของปีอย่างต่อเนื่อง และยังมีรายได้จากธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อรูปแบบใหม่ และกลุ่มธุรกิจรับจ้างพิมพ์เพื่อลดความผันผวนของรายได้ในแต่ละไตรมาส
 
4. คู่แข่งโดยตรงคือ งาน Thailand International Motor Expo

    คู่แข่งในการจัดงาน Bangkok International Motor Show คือ งาน Thailand International Motor Expo 
    งาน Thailand International Motor Expo เป็นงานจัดแสดงยานยนต์ จัดขึ้นช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.ของทุกปี ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี และงาน Big Motor Sale  งานจัดแสดงยานยนต์ จัดขึ้นในเดือน ก.ค.-ส.ค.ของทุกปี  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  แต่ระดับความรุนแรงของการแข่งขันอยู่ในระดับกลาง เนื่องจากงานแสดงสินค้าของ GPI ถือเป็นงานแสดงยานยนต์งานแรกและงานหลักของประเทศไทย
    คู่แข่งในการจัดงาน Bangkok Used Car Show คือ งาน Fast Auto Show Thailand
    งาน Fast Auto Show Thailand เป็นงานจัดแสดงยานยนต์ ที่จัดขึ้นในเดือน มิ.ย.-ก.ค. ของทุกปี ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค และ Top Auto Sales ซึ่งเป็นงานจัดแสดงยานยนต์ ที่จัดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.ของทุกปี ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยระดับความรุนแรงของการแข่งขันอยู่ในระดับสูง  

5. ต้นปี 2561 ลุยงาน " Motor Show"ที่เมียนมา

    GPI  มีเป้าหมายในการขยายการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับยานยนต์ไปยังต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศในอาเซียน โดยบริษัทฯ มีข้อได้เปรียบทั้งด้านประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการจัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับยานยนต์ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับค่ายรถยนต์ และสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีโอกาสในการขยายการจัดงานแสดงสินค้าไปยังต่างประเทศได้
    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2560 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding) ในการเป็นผู้ร่วมจัดงาน “Myanmar International Motor Show” งานแสดงนวัตกรรมยานยนต์ในประเทศเมียนมา ตั้งแต่ปี 2561 – 2563 โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 – 28 มกราคม 2561 

6.ราคาไอพีโอหุ้นละ 3.50 บาท คิดเป็น P/E 15.22 เท่า 

    ที่ปรึกษาทางการเงิน ได้แก่ บริษัท หลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    GPI  ขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 100 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.67% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ โดยหลังขายหุ้นจะมีหุ้นสามัญรวมทั้งสิ้น 600 ล้านหุ้น และจะเข้าเทรด SET หมวดธุรกิจ สื่อและสิ่งพิมพ์
    ราคาขายหุ้นละ  3.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) เท่ากับ 15.22 เท่า โดยคำนวนกำไรสุทธิต่อหุ้น จากผลการดำเนินงานในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2559 ถึงไตรมาส 3 ปี 2560) ซึ่งเท่ากับ 135.87 ล้านบาท และคำนวนจากจำนวนหุ้นภายหลังเสนอขายต่อประชาชนในครั้งนี้จำนวน 600 ล้านหุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นประมาณ  0.23 บาทต่อหุ้น
    ปัจจุบันไม่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ประกอบธุรกิจเหมือนบริษัทฯ  
    แต่เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินราคาหุ้นที่เสนอขาย จึงใช้ข้อมูลของบริษัทฯ จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจคล้ายคลึงหรือใกล้เคียง ได้แก่  บมจ.เออาร์ไอพี  (ARIP) และ บมจ.ซีเอ็ม โอ (CMO) โดยบริษัทดังกล่าวมีค่า P/E เท่ากับ 35.46 เท่า และ 11.38 เท่า ตามลำดับ 

7. วัตถุประสงค์การใช้เงิน ส่วนใหญ่เป็นเงินทุนหมุนเวียน

    บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ ประมาณ 331.59 ล้านบาท ภายหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหลักทรัพย์ ไปใช้ปรับปรุงเครื่องจักรในโรงพิมพ์ 40 ล้านบาท และใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน-รองรับขยายธุรกิจในอนาคต 291.59 ล้านบาท ส่วนโครงการในอนาคต ในไฟลิ่งระบุว่า "ยังไม่มี" 

8. ผู้ถือหุ้นใหญ่จะโยนบื๊กล็อตในวันแรกที่เข้าเทรด 70 ล้านหุ้น 


    ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นใหญ่คือ "กลุ่มเอี่ยมลำเนา" ซึ่งถือหุ้นใหญ่ 89.77% ภายหลังการขายไอพีโอจะเหลือสัดส่วนหุ้น 74.80% และในวันแรกที่เข้าเทรด  "นายปราจิน เอี่ยมลำเนา" จะขายบิ๊กล็อต 70 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 11.67% ของจํานวนหุ้นสามัญที่ออกและชําระแล้วทั้งหมด ต่อบุคคลในวงจำกัด จำนวนไม่เกิน 50 รายทำให้  "กลุ่มเอี่ยมลำเนา" จะเหลือสัดส่วนหุ้นใหญ่ 63.14% ทันทีในวันแรกที่หุ้นเข้าซื้อขายใน SET  โดยจะขายบิ๊กล็อตในราคาเท่ากับ IPO ที่ 3.50 บาท 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh