Hot News

                  

Hot News

 

 
 

         

                               
  


         
BANPU รีเทิร์น

         BANPU คาดรายได้ปีนี้โตจากปีก่อน 15-20% เหตุปริมาณขายถ่านหิน-ราคาเพิ่มขึ้น ขณะที่เล็งออกหุ้นกู้ 6-7 พันลบ. ใช้ชำระหนี้ที่ครบกำหนด 4.5 พันลบ. และที่เหลือเสริมสภาพคล่องบริษัท พร้อมตั้งงบลงทุนปี 55 ที่ 600 ล้านเหรียญ ใช้ปรับปรุงเครื่องจักรเหมืองถ่านหินออสเตรเลีย-อินโดฯ -มองโกเลีย ด้านวงการ เชียร์ ซื้อ หลังปัจจัยลบผ่านพ้นไปแล้ว ขณะที่ปัจจัยบวกจะเห็นอย่างเร็ว Q1/55 ให้ราคาเป้าหมาย 669-772 บาท/หุ้น


         2554 นับเป็นปีที่ผกผันสำหรับราคาหุ้นบริษัท บ้านปู จำกัด(มหาชน) (BANPU) เนื่องจากเดิมตลาดคาดการณ์ว่า ปี 2554 ถือเป็นปีทองของ BANPU หลายค่ายคาดราคาเป้าหมายหุ้นน่าจะแตะ 900 บาทได้ ทั้งนี้ราคาหุ้น BANPU ทำสถิติสูงสุดที่ 868 บาท/หุ้น แต่หลังเจอปัจจัยลบ ทั้งการเข้าซื้อ Centenial Coal และการทำสัญญาราคาถ่านหินราคาต่ำที่มีสัดส่วนขนาดใหญ่ รวมถึงการปิด Daning ปริมาณการผลิตเหมืองในอินโดนีเซีย และราคาดีเซลที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรหดตัวลงส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงมาแถวๆ 550-540 บาท/หุ้น แต่ล่าสุดผู้บริหาร BANPU คาดรายได้ปีนี้โตจากปีก่อน 15-20% จากทั้งปริมาณและราคาขายถ่านหินเพิ่ม
         ส่งผลให้ ราคาหุ้น BANPU เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 570.00 บาท เพิ่มขึ้น2.00 บาทหรือ0.35 % มูลค่าการซื้อขาย 325.44ล้านบาท


*** BANPU คาดรายได้ปีนี้โตจากปีก่อน 15-20% เหตุปริมาณขาย-ราคาถ่านหินเพิ่มขึ้น***

        นางสมฤดี ชัยมงคล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.บ้านปู (BANPU) กล่าวว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนราว 15-20% โดยตั้งเป้าจะขายถ่านหิน
ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีแผนจะขายถ่านหินในเหมืองที่ประเทศอินโดนีเซียปีนี้ 27 ล้านตัน จากปีก่อนที่ 25 ล้านตัน และถ่านหินในประเทศออสเตรเลีย 16 ล้านตัน จากปีก่อน 15 ล้านตัน และในจีน
อีก 3 ล้านตัน ส่วนเหมืองในมองโกเลียมองว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้าถึงจะมีการผลิตถ่านหิน ซึ่งคาดว่าจะผลิตได้ 3-5 ล้านตันต่อปี และอีกสาเหตุหนึ่งที่คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน มา
จากราคาถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 100 เหรียญต่อตัน จากปีก่อนที่อยู่ที่ 97 เหรียญต่อตัน ซึ่งจะเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทฯ ในปีนี้ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน
ส่วนกำไรในปี 55 คาดว่าจะดีกว่าปีก่อน หลังจากปีก่อนมีกำไรจากการขายหุ้นจากเหมืองกู้หนิงราว 6.3 พันล้านบาท
       ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทฯ เตรียมออกพันธบัตร หรือหุ้นกู้มูลค่าราว 6-7 พันล้านบาท หลังจากครบกำหนดการชำระหนี้ในปีนี้ราว 4.5 พันล้านบาท แต่ต้องดูภาวะตลาดให้ดีก่อนเท่านั้น
ถึงจะออก ส่วนเงินที่เหลือจะนำเงินไปเสริมสภาพคล่องให้แก่บริษัทฯ
       โดยมองว่าปัจจุบันกระแสเงินสดหลักของบริษัทฯ ยังมาจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ 3 แห่ง และเหมืองต่างๆ ที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นกระแสเงินทุนสำหรับใช้ในการพัฒนาบริษัทฯ ต่อไป
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังตั้งงบลงทุนประมาณ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือในเหมืองถ่านหินของบริษัทฯ ในประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และ
มองโกเลีย โดยงบลงทุนดังกล่าวมาจากกระแสเงินสดของบริษัทฯ
          BANPU มีเหมืองถ่านหิน 10 แห่งในออสเตรเลีย ,5 แห่งในอินโดนีเซีย และ 2แห่ง ในจีน และลงทุนในโรงไฟฟ้า 3 แห่งในจีน รวมถึงถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท Hunnu Coal
Limited (Hunnu) ผู้สำรวจและพัฒนาแหล่งถ่านหินในมองโกเลีย ขณะที่ถือหุ้น 50% ในโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีในไทยด้วย


*** บล.ธนชาต แนะนำซื้อ BANPU ราคาเป้าหมาย 772 บาทมองฐานกำไรปรับตัวดีขึ้นในปี 2015***

         ฝ่ายวิจัย บล.ธนชาต แนะนำซื้อ BANPU โดยระบุว่า ปัจจัยลบได้ผ่านพ้นไป ทั้งจาก ปัจจัยอย่างการเข้าซื้อ Centenial Coal และการทำสัญญาราคาถ่านหินราคาต่ำที่มีสัดส่วนขนาดใหญ่ รวมถึงการปิด Daning และท้ายที่สุดการลดสัดส่วนการถือหุ้น ปริมาณการผลิตที่น่าผิดหวังของเหมืองในอินโดนีเซียในช่วง H1/11 และราคาดีเซลที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรหดตัวลง ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยลบที่ทำให้
ราคาหุ้น BANPU underperform ในปี 2011 ความผิดหวังของตลาดต่อการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่เพื่อทดแทนเหมือง Daning ที่มีกำไร 3 พันลบ. ในประเทศจีนราคาหุ้น BANPU underperform ดัชนี SET และกลุ่มพลังงาน 30% ในปี 2011รวมทั้งยัง underperform PTTEP ในงวด Q4/11 ราว 17%
          ส่วนปี 2012 BANPUค่อนข้างเรียบง่าย ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น(+10%) พร้อมกับราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น (+4%) จากทั้งเหมืองในอินโดนีเซียและ CEY ยอดขายและอัตรากำไรจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ราคาดีเซลได้มีการปรับขึ้นตั้งแต่ปีก่อน การดำเนินงานที่จะปรับตัวดีขึ้นจะเห็นได้ชัดตั้งแต่งวดQ1/12 เนื่องจากกำไรจะเติบโตใกล้ระดับ 40% y-y จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
18% และราคาขายเฉลี่ย 13% CEY ได้มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงH2/11 และจะมีปริมาณถ่านหินที่จะทำราคาใหม่อีกราว 2 ล้านตันในช่วง H2/12ซึ่งจะช่วยทำให้ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น BANPU คาดเหมือง Gaohe ที่ประเทศจีน สัดส่วนการถือหุ้น 45% จะได้รับใบอนุญาตในการผลิตช่วงกลางปี2012 และปริมาณการผลิตจะเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 6 ล้านตัน (หรือ 2.7 ล้านตัน ที่สัดส่วนการถือหุ้น 45%) ในช่วง H2/13
         ข้อด้อยหลักของ CEY คือจากปริมาณการผลิตทั้งหมดที่ 15-16 ล้านตัน ราว 70% เป็นการขายภายในประเทศที่ระดับสัญญาราคาต่ำ 46 เหรียญสหรัฐ/ตันข่าวดีคือ CEY ประสบความสำเร็จในการทำสัญญาราคาใหม่ของปริมาณการผลิต2 ล้านตันในช่วง 2H12 ของการขายภายในประเทศที่ระดับราคาส่งออกเทียบเท่า69 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป้าคือการทำสัญญาราคาใหม่ของอีก 2 ล้านตัน ในช่วง2H13 สำหรับปริมาณขายภายในประเทศ และอีก 1-2 ล้านตัน/ปี หลังจากนั้น ซึ่งหมายความว่าทั้งรายได้และอัตรากำไรจะปรับตัวดีขึ้นสำหรับ BANPU ในขณะที่ปริมาณกำลังการผลิตของ CEY จะเพิ่มขึ้น 1 ล้านตันต่อปีจากระดับ 15 ล้านตันเป็น 20 ล้านตัน ภายในปี 2015 ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นมีเป้าหมายคือต้องการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศเพื่อขายที่ราคาตลาด
         แนะนำ BANPU “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย SoTP 772 บาท/หุ้น มูลค่าถูกเทียบเท่า PE 9.6 เท่า กับระดับการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน 33% ในปี 2012และอีก 13% ในปี 2013 แนะนำเปลี่ยนการลงทุนจาก PTTEP (+9%outperform ดัชนี SET ในปี 2011) เข้าสู่ BANPU (-8%) และด้วยปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดจากเหมืองในอินโดนีเซียและ CEY ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากการทำราคาใหม่ การเติบโตของกำไร BANPU จะดำเนินต่อไปในปี 2013 และปีถัดๆ ไป ในขณะที่การรับรู้รายได้จาก BLCP ที่บริษัทฯถือหุ้น 50% (15% ของกำไร BANPU) จะลดลงในปี 2015 ปริมาณการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นของโครงการในปัจจุบัน การเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการที่เพิ่มซื้อกิจการอย่าง HANNU และการเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าหงสา จะทำให้
ฐานกำไรของ BANPU ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2015

***บล.เกียรตินาคิน แนะซื้อ BANPU มอง ราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบมากเกินไปแล้ว - กระทบจากนโยบายภาษีของออสเตรเลียเพียงเล็กน้อย***

          ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน แนะนำซื้อ BANPU และยังคงมุมมองในเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ BANPU โดยคาดว่ากำไรสุทธิที่ประเมินในปี 2555 จะเป็นไปตามคาดหมาย มองว่าราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบในช่วงที่ผ่านมามากเกินไป โดยการประเมินเบื้องต้นคาดว่าผลกระทบจาก Tax policy ในประเทศออสเตรเลีย จะกระทบการคาดหมายกำไรสุทธิในปี 55 - 56 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ยังคงประมาณการเดิม เชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ประเมิน รวมทั้งแนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 55 จะยังทำให้ BANPU มีความน่าสนใจในการลงทุน ทำให้เรายังคงแนะนำ 'ซื้อ' ด้วยราคาเป้าหมายที่ 754 บาท


*** บล.กรุงศรี ระบุแม้กำไรสุทธิลดแต่กำไรจากการดำเนินงานยังเติบโต ให้ราคาพื้นฐานที่ 669 บาท***

          ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี แนะนำซื้อ BANPU พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาราคาหุ้นถูกกดดันอย่างมากจากแนวโน้มกำไรสุทธิปี 55 ไว้เพียง 12,158 ล้านบาทซึ่งหดตัวแรงกว่า 40.3% รวมถึงความกังวลต่อนโยบายการจัดเก็บภาษีในออสเตรเลีย อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิที่หดตัวเป็นผลจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเหมือง Daning ในปี 54 กว่า 6.6 พันล้านบาท
        ขณะที่ปี 55 ไม่มีดังนั้นผลประกอบการที่ไม่รวมกำไรพิเศษยังสามารถเติบโตในอัตรา 1.3%YoY และเติบโตต่อเนื่องอีก 19.3%YoY ในปี 56 ขณะที่แรงกดดันจากนโยบายภาษีในออสเตรเลียคาดว่าไม่ส่งผลอย่างมีนัยต่อประมาณการ แนะนำ ซื้อ เนื่องจาก 1) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/BV ratio เพียง 1.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 51-52 ที่ระดับ 3.4 เท่า ซึ่งเป็นปีที่ผลการดำเนินงานไม่ถูกบิดเบือนจากรายการพิเศษ อีกทั้งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 3.2 เท่า และค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 3.4 เท่า 2) แนวโน้มกำไรจากการดำเนินงาน Q4/54 ขยายตัว51.2%YoY และ 3) การเติบโตในระยะยาวจากเหมืองออสเตรเลียและมองโกเลียที่คาดว่าจะเห็นแผนงานที่ชัดเจนในปลายปีนี้ ยังคงแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐานที่ 669 บาท