efin Review

10 รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้ารัฐสูงสุด

10 รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้ารัฐสูงสุด

ปัจจุบันประเทศไทยมีรัฐวิสาหกิจถึง 56 แห่ง 9 สาขา ประกอบด้วย สาขาขนส่ง 10 แห่ง สาขา พลังงาน 4 แห่ง สาขาสื่อสาร 4 แห่ง สาขาสาธารณูปการ 6 แห่ง สาขาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม 8 แห่ง สาขาเกษตร 5 แห่ง สาขาทรัพยากรธรรมชาติ 3 แห่ง สาขาสังคมและเทคโนโลยี 5 แห่ง และสาขาสถาบันการเงิน 11 แห่ง 

ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจ มีทั้งบริษัท จำกัด และ บริษัท จำกัด (มหาชน) ที่กระทรวงการคลังมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่า 50% โดยในแต่ละเดือนหลังจากที่บริษัทดำเนินกิจการแล้วมีกำไร หลังหักรายจ่ายต่างๆ แล้ว เหลือกำไรสุทธิ จะต้องนำส่งเป็นรายได้เข้าแผ่นดินตามสัดส่วนที่กำหนดแตกต่างกันไป 

 

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวม 10 รัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุดในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 และ รัฐวิสาหกิจที่ไม่นำส่งรายได้เข้ารัฐมาเป็นระยะเวลาหลายปี โดยจะเริ่มกันที่ 10 รัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุด ประกอบด้วย 

 

1.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT นำส่งรายได้ 29,198 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง ถือหุ้น 14,598,855,750 หุ้น หรือคิดเป็น 51.11% 

 

2.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำส่งรายได้ 28,619 ล้านบาท ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน สังกัดกระทรวงพลังงาน โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยดำเนินการกิจการหลักในด้านการผลิต จัดให้ได้มา และจัดส่งพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ใช้ไฟตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งประเทศใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย 

 

3.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำส่งรายได้ 26,055 ล้านบาท ซึ่งนอกจากพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว สำนักงานสลากยังจัดพิมพ์สลากบำรุงการกุศล ใบตรวจผลการออกรางวัล รวมถึงงานพิมพ์อื่นที่รับจ้างจากภายนอกด้วย 

 

4.ธนาคารออมสิน นำส่งรายได้ 18,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสิน มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง เป็นธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อย เน้นการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบท พัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย 

 

5.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT นำส่งรายได้ 10,500 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังถือหุ้น 10,000,000,000 หุ้น คิดเป็น 70% ของทั้งหมด 

 

6.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำส่งรายได้ 5,922 ล้านบาท เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง โดยปัจจุบันกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 

 

7.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำส่งรายได้ 5,733 ล้านบาท เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่บริการจำหน่ายไฟฟ้าแก่ประชาชน ในส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดทั่วงประเทศ ยกเว้น กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง

 

8.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) นำส่งรายได้ 4,020 ล้านบาท โดยเป็นรัฐวิสาหกิจสาธารณูปการ สังกัดกระทรวงคมนาคม ก่อตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2494 เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการท่าเรือ เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน 

ปัจจุบัน กทท.รับผิดชอบบริหารท่าเรือที่สำคัญ ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง เป็นต้น

 

9.บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT นำส่งรายได้ 3,891 ล้านบาทโดยเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรูปแบบบริษัท มหาชน ที่มาจากการแปรรูป ส่วนกิจการโทรคมนาคม ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย 

และล่าสุด คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 ให้ CAT ควบรวมกิจการกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการ และให้บริษัทแห่งใหม่มีพันธกิจในการสนับสนุนนโยบายของรัฐในการพัฒนาระบบดิจิทัลต่อไป โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้น 100% 

 

10.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นำส่งรายได้ 3,839 ล้านบาท เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงคมนาคม โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้าง หรือจัดให้มีทางพิเศษด้วยวิธีการใดๆ ตลอดจนบำรุงรักษาทางพิเศาและดำเนินงานต่างๆที่เกี่ยวกับทางพิเศษ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 


 

นอกจากรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุดแล้ว ยังมี รัฐวิสาหกิจบางแห่ง ที่บริหารจัดการ หรือ ดำเนินการแล้วขาดทุน ไม่มีกำไร ทำให้ไม่สามารถมีรายได้นำส่งเข้าแผ่นดินได้ โดยมีทั้งสิ้น 3 แห่ง ประกอบด้วย 

1.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ไม่ได้นำส่งรายได้นับตั้งแต่ปี 2551 โดย ณ ต.ค. 62 ร.ฟ.ท.มีหนี้สินสะสมประมาณ 1.67 แสนล้านบาท

2.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไม่ได้นำส่งรายได้นับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่ง ณ ปี 61 ขาดทุนถึง 6,175 ล้านบาท และมีหนี้ทั้งหมด 120,000 ล้านบาท 

3.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่ไม่นำส่งรายได้นับตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 51.03% และปัจจุบัน การบินไทย มีมูลหนี้ ณ สิ้นปี 2562 กว่า 2.5 แสนล้านบาท  
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh