สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Special Interview

| 17 พฤษภาคม 2561

RS เดิมพันอนาคตด้วยธุรกิจสุขภาพ-ความงาม!

RS เดิมพันอนาคตด้วยธุรกิจสุขภาพ-ความงาม!

“เราใช้เวลา 3 ปีในการ Transform ทั้งโครงสร้างองค์กร บุคลากร วัฒนธรรมอาร์เอส คนที่นี่พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ เราทำงานแบบ  passion to win คือภายใต้การทำธุรกิจของอาร์เอสเรายังไม่นิยามว่าเราทำธุรกิจอะไร คือ เราทำธุรกิจกับโอกาส” 

เป็นคำกล่าวของ "สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" ประธานกรรมการ RS หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม “เฮียฮ้อ” ถึงความภาคภูมิใจในการปรับกลยุทธ์ธุรกิจสู่แนวคิดที่ว่า “ธุรกิจใหม่ไร้กรอบ” (Beyond the Limit) จากธุรกิจสื่อและบันเทิงไปสู่ “ธุรกิจสุขภาพและความงาม” 

#ย้ายหมวดเทรดสู่  Commerce ปีนี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย มีโอกาสสัมภาษณ์ "เฮียฮ้อ" ถึงภาพรวมของ RS หลังการ  Transform ธุรกิจได้สำเร็จ เฮียฮ้อ เล่าว่า เป้าหมายรายได้ปีนี้ RS จะโต 65% จาก 3,500 ล้านบาทปีก่อนเป็น 5,800 ล้านบาทในปีนี้ โดยจะโตจาก 2 กลุ่มธุรกิจ 1.กลุ่มสื่อและบันเทิง 40%  ส่วนอีก 60% จะมาจากธุรกิจใหม่สุขภาพ ความงามและพาณิชย์ ซึ่ง RS ให้นิยามว่ากลุ่มธุรกิจ MPC หรือ  Multiple Platform Commerce

เห็นได้ว่าแนวโน้มรายได้ RS ปีนี้มากกว่า 50% จะมาจากกลุ่ม MPC ซึ่งได้ยื่นเรื่องขอย้ายหมวดเทรดจาก  media  เป็น commerce ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะได้ย้ายหมวดเทรดเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้  “เฮียฮ้อ” มองว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่าจะเทรดหมวดใด จะย้ายเมื่อไหร่ เพราะสุดท้ายมูลค่าของบริษัทก็ถูกวิเคราะห์บนพื้นฐานของธุรกิจอยู่ดีว่าส่วนใหญ่มาจากอะไร ซึ่งคนที่ตาม RSจะทราบดีว่าโครงสร้างรายได้เปลี่ยน

#รุกธุรกิจขายตรงชั้นเดียว “Life Star BIZ” 

ภายใต้แนวคิดธุรกิจใหม่ไร้กรอบ ปีนี้ RS ยังรุกคืบสู่ธุรกิจขายตรงชั้นเดียวเมื่อต้นปี 61 ชื่อ “Life Star BIZ” ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างยอดขายสินค้าสารพัด BU และกำลังหมายมั่นปั้นมือให้เป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญในปีหน้าอีกด้วย  

“การสร้างตัวแทนขายตรง มันคือการต่อยอดในทางธุรกิจเลย  เพราะมันเป็นการทำธุรกิจใหม่โดยไม่ต้องลงทุนเพราะว่าเราใช้เครือข่ายสื่อที่เรามีการ recruite ตัวแทนจำหน่าย และสินค้าที่ให้ตัวแทนขายก็เป็นสินค้าที่เราขายอยู่แล้วในช่องทางทีวี ดังนั้น ถ้าธุรกิจนี้สำเร็จมันคือการต่อยอดแบบก้าวกระโดด”  

#มองตลาดให้มูลค่าหุ้น 37-40 บาท สมเหตุสมผล

จากการสำรวจนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ได้ให้มูลค่าเหมาะสม RS ปีนี้เฉลี่ยที่ 35-40 บาท อิงคาดการณ์กำไรสุทธิราว 800-900 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องนี้ “เฮียฮ้อ” กล่าวว่า  ก็สมเหตุสมผลหากคิดย้อนมาที่ผลประกอบการโดยรวมของปีนี้ และนั่นคือ ภารกิจที่ RS ต้องทำให้ได้ 

“ถามผมในฐานะผู้บริหาร ผมก็คิดว่านี่ก็เป็นความท้าทาย เป็นความรับผิดชอบที่เราต้อง achieve ให้ได้ในแง่รายได้ คิดว่าสำคัญที่สุดก็คือ performance ถ้าเราทำรายได้ได้ตามเป้าหมาย 5,800 ล้านบาทปีนี้ ทุกอย่างมันก็เป็นเหตุและผล”  


#ควบทั้ง Growth stock และ Dividend Stock

“ส่วนตัวผมมองว่า RS เป็นหุ้น Growth Stock เพราะเราเข้ามาสู่ธุรกิจใหม่ MPC ในเชิงธุรกิจมันมีโอกาสโตสูงมาก เมื่อรายได้อาร์เอสมีการเติบโตปีต่อปีที่สูงมาก คุณจะเห็นปีที่แล้วตั้งเป้า 3,500 ล้านบาท ปีนี้เราตั้งเป้า 5,800 ล้านบาท เราก็เชื่อว่าจะโตอย่างนี้อีกน้อยๆ 3 ปี มันก็จะสะท้อนว่าอาร์เอสเป็น Growth Stock ในขณะเดียวกัน เราก็จะเป็น Dividend Stock เหมือนกัน เพราะว่า บนธุรกิจใหม่ของเราจะทำให้สถานการณ์อาร์เอสแข็งแรง ธุรกิจใหม่เป็นเงินสด เราเก็บเงินสดตลอดเวลา สถานะทางการเงินของอาร์เอสก็แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เราจึงเชื่อว่าใน 3 ปีนี้ อาร์เอสเป็นทั้ง Growth Stock และ Dividend Stock” 

#ส่งซิกอนาคต RS ดอดเก็บหุ้นตลอด 3 ปีซ้อน 

จากการสำรวจข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร ของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่น่าเชื่อว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี้  “เฮียฮ้อ” ซื้อสะสมหุ้นอย่างต่อเนื่อง หากนับเฉพาะปีนี้แค่ 4 เดือนแรก เฮียฮ้อกวาดหุ้น RS เข้าพอร์ตรวม 20 ล้านหุ้น รวมมูลค่าประมาณ  600 ล้านบาท!!

“มีโอกาสก็ซื้อ มีกำลังก็ซื้อ เพราะว่าส่วนตัวเราบริหารเองเราก็มีความเชื่อมั่น  เราคิดว่าในมุมมที่เราเป็นนักลงทุน เราก็ควรจะลงทุนกับบริษัทที่เราบริหารเอง และเราก็เห็นเองว่า บริษัทแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกอย่างหนึ่งผมว่ามันก็สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าผู้บริหารเชื่อมั่นในธุรกิจตัวเอง มันก็น่าจะส่งผลเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วย”

#มองตลาดแพนิกเกิน กรณี “โสรัตน์”ขายบิ๊กล็อต RS  
 
“ต้องพูดอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าตลาดแพนิก คุณโสรัตน์ วณิชวรากิจ ไม่ได้เป็นนักลงทุนแล้ว คนอาจจะมองภาพเดิมเขา สำหรับเราเขาเป็นพาร์ทเนอร์กับเรา เขาถือหุ้นอาร์เอสมาปีที่ 10 แล้ว และถือในระดับที่มาก กว่า 10% ก็ค่อนข้างใกล้ชิดกัน และก็เป็นบอร์ดที่นี่ด้วย เวลาจะมีการเคลื่อนไหวต่างๆ ก็จะมาคุยกับผมก่อน ฉะนั้นไม่ได้มีประเด็นอะไรที่น่ากังวลเลย แต่สุดท้ายทั้งหลายทั้งปวงมันก็อยู่ที่ ผลประกอบการของบริษัท ถ้าบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรง มีการเติบโตที่ดี มีกำไรที่ดี นั่นมันคือพื้นฐานที่ตอบทุกเรื่อง” 

#รัฐบาลยืดจ่ายไลเซ่นส์ดิจิตอลทีวี RSได้ประโยชน์เล็กน้อย 

แม้การได้ผ่อนผันจ่ายค่าใบอนุญาต และลดค่า MUX 50% ทำให้ RS จ่ายเหลือปีละ 30 ล้านบาทจากเดิมเกือบ 60 ล้านบาท/ปี  จะช่วยให้กำไรดีขึ้นแต่ก็เพียงเล็กน้อย เพราะหากเทียบกับเป้าหมายกำไรปีนี้ที่ตลาดคาดการณ์ 800-900 ล้านบาท คิดเป็น 3% ของกำไรเท่านั้น แต่ก็นับว่าทำให้ RS มีเงินเหลือไปใช้เป็นสภาพคล่องในการทำธุรกิจมากขึ้น 

“ที่เราได้แน่ๆ อย่างแรก 1. การลดค่า MUX 50% ให้สองปี อันนี้คือเราได้ลดต้นทุนปีละ 30 ล้านบาททันที/ปี 2.การให้ขยับการจ่ายไลเซ่นส์อันนี้ก็จะดีคือ จ่ายแค่ดอกเบี้ย 1.5% เราก็จะมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ส่วน 3.เปิดโอกาสให้ขายไลเซ่นส์ได้ อันนี้ไม่ได้อยู่ในความคิดเรา ว่าเราจะไปซื้อเพิ่ม การทำธุรกิจในยุคใหม่ ปริมาณไม่สำคัญ ไม่ว่าธุรกิจไหน ประสิทธิภาพและคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญดังนั้น ข้อ 3 ไม่มีประโยชน์กับเรา ”   

สุดท้าย “เฮียฮ้อ” ตอกย้ำถึง ความพึงพอใจ ในการเปลี่ยนแปลง RS ให้สามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ และเป็นที่ประจักษ์แห่สายตาของนักลงทุน พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ แต่ทว่า..เฮียฮ้อ มองไกลกว่านั้น 
 
“น่าพอใจมาก ผ่านมา 3 ปี Transform สำเร็จ ถามผมผมพอใจมาก แต่เป้าหมายยังอีกไกล ผมมองว่าทำอย่างไรให้ธุรกิจแข็งแรง เติบโตดีที่สุด Business Model ของอาร์เอสตอนนี้ทานทนต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกนี่คือสิ่งสำคัญ...เราก็มั่นใจว่า Business Model  วันนี้ โลกเปลี่ยนไปอย่างไรเราอยู่ได้สบายขึ้น ความพอใจอาร์เอสวันนี้พอใจมาก แต่มองไปข้างหน้ายังมีอะไรให้ทำอีกมาก มีโอกาสอีกมาก” เฮียฮ้อ กล่าว.  
        
      

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh