สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Special Interview

| 28 มิถุนายน 2561

EPG ลั่นพ้นจุดต่ำสุด-ยอดขายปีนี้ทะลุหมื่นล้าน

EPG ลั่นพ้นจุดต่ำสุด-ยอดขายปีนี้ทะลุหมื่นล้าน

      บมจ.อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) บริษัทโฮลดิ้ง ที่ประกอบธุรกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกขึ้นรูป ภายใต้แบรนด์ EPP 2.ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas และ 3.ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex 
    งวดปีนี้ (สิ้นสุด มี.ค.61) ผลงานไม่น่าประทับใจนัก กำไรลดลง 28% YoY สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากการส่งออก 
    ราคาหุ้นจากระดับสูงสุดต้นปีที่ 11.40 บาท จึงร่วงลงสู่จุดต่ำสุดของปีที่ 6.40 บาท สะท้อนผลกำไรที่ลดลง 2 ปีซ้อน ปัจจุบันราคาหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 8 บาทเศษ คำถามคือ ผลประกอบการของบริษัทได้พ้นจุดต่ำสุดหรือยัง?  
    วันนี้ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้พูดคุยกับ "เฉลียว วิทูรปกรณ์" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG เพื่อพูดคุยถึงอนาคตบริษัท ไปติดตามกันเลย 

#ลั่นผลประกออบการ "พ้นจุดต่ำสุดแล้ว" 
    หลังจากที่กำไรของบริษัทฯ ลดลงติดต่อกัน 2 ปี มีสาเหตุหลายอย่างทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายจากธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าปีนี้จะเป็นปีที่ EPG ผลประกอบการฟื้นตัวชัดเจน 
    สอดคล้องกับ "เฉลียว วิทูรปกรณ์" ที่มองว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ ได้พ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยเริ่มเห็นการฟื้นตัวมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา (ม.ค.-มี.ค.61) ที่ตัวเลขของกำไรสุทธิสูงขึ้น โดยทำได้ 231 ล้านบาท ลดลง 15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 27% QoQ 
    
#กลยุทธ์ปีนี้บริหารจัดการต้นทุน-ขยายตลาด
    EPG เป็นองค์กรที่เติบโตขึ้นมาด้วยนวัตกรรม ดังนั้น  กลยุทธ์การเติบโตในปีนี้ ก็จะยังคงสานต่อภารกิจที่มุ่งเน้นวัตกรรม และพัฒนาสินค้าใหม่ๆ 
    รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPG เล่าว่า กลยุทธ์การเติบโตปีนี้มีด้วยกัน 4 ส่วน คือ ส่วนแรกจะเน้นนวัตกรรมเพื่อสร้างสินค้า สร้าง Process ใหม่ๆ ขึ้นมา ส่วนที่ 2 คือ การบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ส่วนที่ 3 เน้นเรื่องของประสิทธิผล หรือต้นทุนต่อหัวต่อคนต่อปีให้ต่ำ และยอดขายต่อหัวต่อคนต่อปีให้สูง  และส่วนที่ 4 คือการขยายตลาด ทั้งช่องทางการจัดจำหน่าย และการขยายเอเย่นต์ทั่วโลก

#ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 250 ล้านบาท  
    EPG มีแผนการลงทุนปีนี้ 250 ล้านบาท โดยจะตั้งโรงงานใหม่ของบริษัท AEROFLEXในธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ซึ่งจะแล้วเสร็จในกลางปีหน้า ปัจจุบันเริ่มวางเสาเข็มไปเรียบร้อยแล้ว
    ส่วนแผนการซื้อกิจการ บริษัทฯ ก็ได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว โดยขออนุมัติวงเงินหุ้นกู้ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท หากในอนาคตเห็นว่าธุรกิจใดมีความน่าสนใจ และสนับสนุนการเติบโตของบริษัท ทาง EPG ก็พร้อมที่จะเข้าไปเจรจา 

#ตั้งเป้ารายได้โต 15%-เป็น  Growth Stock
    EPG ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ 15% ซึ่งหากเป็นไปตามแผน จะได้เห็นรายได้ปีนี้ทะลุ 1 หมื่นล้านบาทเป็นปีแรก นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และผู้บริหารยังมองว่า บริษัทคือ Growth Stock 
    "เราเป็นหุ้นนวัตกรรมตัวแรกของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการเติบโตต่อเนื่อง และเรามองว่ายังเป็น Growth Stock อยู่  ยังมีการเติบโต โดยปีนี้ที่เราตั้งเป้าไว้ 15% บวกลบ ก็ถือว่าเป็นการเติบโตที่มีนัยสำคัญ" 

#ทำ Natural Hedge รับมืออัตราแลกเปลี่ยนผันผวน
    รายได้ส่วนใหญ่ของ EPG มาจากการส่งออกไปในหลายประเทศ จึงมีรายรับเป็นหลายสกุลเงิน ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผันผวนย่อมมีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่ง EPG วางแผนบริหารความเสี่ยงด้วยการทำ Natural Hedge 
    "เราคงจะไม่ไปเก็งกำไรกับการเปลี่ยนแปลงค่าของเงินตรา ซึ่งมันไม่ได้เป็นธุรกิจหลักของเรา ดังนั้น ที่ผ่านมาเราก็ใช้  Natural Hedge เพราะเรามีเงินเข้า มีเงินออก และที่ผ่านมาของเราก็ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราไม่มากเท่าไหร่"  

#ทิศทางเศรษฐกิจโลก มีผลกระทบต่อบริษัท
    นอกจาก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน จะมีกระทบต่อบริษัทแล้ว ทิศทางเศรษฐกิจโลกก็มีผลกระทบต่อบริษัทค่อนข้างมาก เพราะว่า บริษัทฯ ส่งสินค้าไปขายทั่วโลก แต่มุมมองปีนี้ "เฉลียว วิทูรปกรณ์" มองภาพเศรษฐกิจโลกไปในทางบวก ซึ่งก็น่าจะส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัท
    "รายได้จากต่างประเทศเข้ามาประมาณ 70% เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจโลกปีนี้ เขาตั้งเป้าที่ 3.9% โดยมีประเทศอเมริกาโตที่ประมาณ 2.9% จีนโตประมาณ 6.5% อาเซียนก็ประมาณ 5.3% EU ก็ประมาณ 2.5% ซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ก็จะทำให้สินค้าของบริษัทฯ มียอดขายเติบโตไปด้วย"   
    ส่วนในไทยเอง เขามองว่า ภาพตลาดก็สดใสเช่นกัน ซึ่งหากจีดีพีปีนี้สามารถโตได้ 4.8% เหมือนกับที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกปีนี้ ก็เชื่อว่ากำลังซื้อผู้บริโภคจะฟื้นกลับ   
    "ถ้าจีดีพีของไทยโต 4.8 เหมือนไตรมาสที่ 1 ก็จะเห็นกำลังซื้อกลับเข้ามาจะมีผลต่อทั้ง Aeroklas , Aeroflex และโดยเฉพาะ EPP ซึ่งเป็นธุรกิจในการจำหน่ายเรื่องเกี่ยวกับทางด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในวงการ Food(อาหาร) และก็น้ำดื่มครับ" 
             

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh