สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Special Interview

| 14 มิถุนายน 2561

DDD ภารกิจดันกำไรฟื้นศรัทธา - ลุ้นโตเกิน 30% ปีนี้!

DDD ภารกิจดันกำไรฟื้นศรัทธา - ลุ้นโตเกิน 30% ปีนี้!

 

     บมจ.ดู เดย์ ดรีม (DDD) หุ้นครีมหอยทาก แม้เข้าตลาดได้ไม่ถึงปี แต่ราคาสุดเร้าใจ จากไอพีโอ 53 บาท ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 121 บาท หรือ 128% จากราคาไอพีโอ ภายในเวลาเพียง 3 เดือนหลังเข้าเทรด ก่อนที่แนวโน้มราคาจะปรับลงต่อเนื่อง และร่วงแรงในเดือน พ.ค. หลังตลาดผิดหวังงบโค้งแรก ล่าสุดเทรดอยู่ที่ประมาณ 65-70 บาท หรือลดลงราว 42% จากจุดสูงสุด
       ทิศทางการเติบโตของ DDD จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะราคาหุ้นจะมีโอกาสฟื้นหรือไม่? วันนี้ "ปิยวัชร ราชพลสิทธิ์" ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน DDD พร้อมตอบทุกคำถาม

#1.แนวโน้มยอดขายจากจีนใน Q2 จะฟื้นไหม?  
      หลังจากที่บริษัทฯ ประกาศงบไตรมาสแรก ตลาดค่อนข้างผิดหวังกับยอดขายจากจีนที่โตน้อยกว่าที่คาด ซึ่งจีนนั้นเป็นตลาดส่งออกหลักของ DDD โดยยอดขายในต่างประเทศลดลง 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 
    "ปิยวัชร" ชี้แจงเรื่องนี้ว่า งวดไตรมาสแรก ยอดขายในจีนเกิดจากเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว เพราะใน 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) บริษัทฯ ต้องใช้เวลาในการปรับแพ็คเกจจิ้ง ให้เหมาะกับ อย.จีน ดังนั้น ในไตรมาส 2 จะเข้าสู่ภาวะปกติ คือ ขายเต็มไตรมาสจึงเชื่อว่ายอดขายจะดีขึ้น QoQ แต่ YoY คงยังบอกไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร

#2.มีแผนขยายตลาดอื่นเพิ่มหรือไม่นอกจากจีน
    ปีที่แล้วทั้งปีเราขายที่จีนประมาณ 98-99% ของส่งออกทั้งหมด เรามองว่าปีนี้จีนจะยังเป็นลูกค้าหลักต่อไป เพราะขนาดเศรษฐกิจจีนใหญ่มาก และ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวที่มาในไทยก็เป็นชาวจีนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการพึ่งพิงประเทศจีนอย่างเดียวมันก็ยังมีอยู่ เราเลยมองถึงการมีประเทศอื่นเข้ามาในอนาคตอันใกล้ 
    ตอนนี้บริษัทก็มีการศึกษาแล้ว จะมี 2 ประเทศหลักๆ ที่เราจะเริ่มต้นธุรกิจได้ในปีนี้ แต่ยังบอกไม่ได้ แต่เป็นทวีปเอเชียและขนาดตลาดใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่มีการเติบโตที่สูงกว่าประเทศไทย 

#3.จีนกับไทย ตลาดไหนโตมากกว่ากัน    
    ผมว่าที่จับต้องได้มากเลย คือ ธีมปีนี้คือธีมประเทศไทย เพราะว่าเราเป็นผู้เล่นที่ไม่ได้ใหญ่มากในไทย โอกาสการโตในไทยยังมีมาก ถ้ามองจำนวนสินค้า facial scin care เรามีแค่ 8 อย่าง แต่ผู้นำตลาดมีอยู่ตั้งแต่ 30-80 ชนิด แม้กระทั่ง 8 อย่างของเรา เราได้มาร์เก็ตแชร์อันดับ 6 ของประเทศ ถ้าคิดเป็นมาร์เก็ตแชร์ต่อ 1SKU เราสูงที่สุด ดังนั้น อนาคตเราต้องออกสินค้าเพิ่มเติม เพื่อมาตลอบสนองความต้องการของคนในหลายๆ กลุ่ม 
    อีกอย่างคือช่องทางการขายในประเทศเอง เราอาจจะครอบคลุมโมเดิร์นเทรดครบละ แต่ว่าสินค้าแบบซองที่มันเหมาะกับร้านสะดวกซื้อ เพิ่งออกมาแค่ 2 ตัว ถ้าไปดูผู้นำตลาดระดับโลกเขามี 7- 8 ตัว ในร้านสะดวกซื้อ เราพยายามจะออกมาเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งข้อดีคือ สินค้าแบบซองเปิดประตูให้เราไปขายตามร้านโชห่วยต่างๆ ได้มากขึ้น

#4.แผนในการทำ M&Aจากนี้? หลังล่าสุดเข้าซื้อแบรนด์ "อ๊อกซี่เคียว"
     M&A มันก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการเติบโต แต่ต้องเรียนว่าจริงๆ แล้วเรามองทิศทางการสร้างแบรนด์เองและการซื้อแบรนด์ใหม่อะไรก็ตามที่ให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ดีกว่าเราก็จะเลือกทางนั้น 
     ถามว่า M&A ของเรามันจะเกิดจากอะไรบ้าง M&A ที่เรามองไว้ เรามองว่า สเนลไวท์ในปัจจุบันไม่สามารถตอบโจทย์อะไร? เราก็มองว่าในอนาคตอะไรที่สเนลไวท์ตอบโจทย์ไม่ได้ เราก็จะมีตัวแบรนด์อื่นเข้ามาเสริม ก็มองว่าอาจจะเป็น M&A หรือเป็นแบรนด์ที่เราทำเองก็ได้ 
    อย่างไรก็ตาม ปกติของการเจรจา M&A ใช้เวลานานเป็นปี หรือครึ่งปี อย่างล่าสุดที่ซื้อแบรนด์ อ๊อกซี่เคียว เรา ศึกษามาตั้งแต่ก่อนจะเข้าตลาดด้วยซ้ำ ดังนั้น ตอนนี้ก็มีศึกษาอยู่เรื่อยๆ หลายดีลที่มีโอกาสเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายขึ้นกับราคา การต่อรอง ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ถ้าทำแล้วดี คุยง่ายอาจจะเสร็จปีนี้ ถ้าไม่ง่าย หรือคุยไม่เสร็จก็อาจจะเป็นปีหน้าหรือปีต่อๆ ไป

#5.เป้าหมายการเติบโตในช่วง 3 (61-63) 
    เป้าหมายยอดขายที่เราตั้งไว้เรามองที่ 30% ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า ตรงนี้เองถ้าตามหลักการกำไรก็ต้องโต 30% เหมือนกัน แต่เรามองลึกไปกว่านั้น ถ้าเราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น สุดท้ายกำไรอาจจะโตมากกว่ารายได้ก็เป็นไปได้   

#6.ทำไมอัตราการเติบโตน้อยกว่าก่อนเข้าตลาด 
    มันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพราะเราโตมากจากฐานที่ต่ำ ธุรกิจเราเพิ่งเริ่มปี 2013 ที่เราเห็นว่า Growth 200% กว่าในปี 2014 เป็นต้นมา ดังนั้นคือมันมาจากฐานที่ต่ำ ถ้าเรามองไปในอนาคตเรามองว่าโต 30% ของรายได้ก็เป็นเป้าหมายที่ท้าทายแล้วจากฐานที่ใหญ่ขึ้น  ดังนั้น อัตราการเติบโตมันจะไม่ได้มากเท่าเดิม

#7.ปีนี้จะคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างไร? 
    เราตั้งเป้าคุมไว้ที่ 38-40% จากปีที่แล้ว 43% มีวิธีการยังไงเพราะยังไงก็ต้องโฆษณา ผมว่าก็ต้องทำให้ดีขึ้น ตอนนี้แบรนด์เราเป็นที่รู้จักในวงกว้างค่อนข้างมาก อาจจะเปลี่ยนวิธีการใช้สื่อโฆษณา จากเดิมที่ใช้สื่อหลักๆ มาใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น และก็ใช้ลักษณะที่เป็นสื่อในร้านค้าที่กระตุ้นการจ่ายจริงๆ ได้มากขึ้น ซึ่งพวกนี้ทำให้บริหารค่าใช้จ่ายการตลาดได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา 
    อีกอย่างคือ การออกสินค้าที่เป็นซอง ข้อดีคือ เรามีการโฆษณาสินค้าขนาดเต็มมาเรียบร้อยแล้ว พอออกสินค้าประเภทซอง เราก็ไม่ต้องออกโฆษณามากขนาดนั้น อย่างในทีวีเราโฆษณาแบบกระปุกมาตลอด พอตอนจบเราบอกว่ามีแบบซองด้วย ทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายโฆษณาประเภทซอง ตอนนี้ถ้าดู Top 10 ของไทย 7 ใน 10 เป็นสินค้าแบบซองหมด ความหมายคือว่า ตลาดไทยมันถูกไดรฟ์ด้วยสินค้าแบบซอง 

#8.โบรกฯ ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเฉลี่ย 96 บาท/หุ้น คิดอย่างไร? 
    คือ จริงๆ บริษัทฯ ก็มีหน้าที่ในการทำธุรกิจ ไม่ได้ทำราคาหุ้น ไม่ได้ทำเรื่องการบริหารราคาหุ้น ดังนั้น คือเราเชื่อว่าในอนาคตถ้าเกิดเราสามารถทำให้รายได้และกำไรมันเติบโตได้อยู่แล้ว เรื่องของราคาหุ้นมันจะมา reflex ความสามารถในการทำกำไร การเติบโตของบริษัทเอง
    ถามว่าเราพอใจหรือไม่ที่ราคาเท่านี้ หรือราคา 90 กว่าเราจะพอใจมากกว่า...แน่นอนว่าผู้ถือหุ้นหลักของเรา ที่ถืออยู่เกือบ 70% ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นเดิม ดังนั้น คือ เราก็อยากให้หุ้นของเราพัฒนาขึ้น เติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน เรียกว่าความสนใจของผู้ถือหุ้นเองกับธุรกิจเองไปในทิศทางเดียวกัน อันนี้คืออยากให้ผู้ลงทุนสบายใจ 

#9.ราคาลงมาแถว 65-70 บาท จากสูงสุด 121 บาทมองว่าพ้นจุดต่ำสุดหรือยัง?
     จริงๆ แล้วเรื่องพ้นจุดต่ำสุดหรือยัง ผมก็คงไม่ได้อยู่ในฐานะที่บอกได้เหมือนกัน เพราะคนที่จะดูแลตลาดหรือจะรู้ว่าตลาดเป็นอย่างไร คงไม่ได้มีแค่ผมเพียงคนเดียว แต่ที่เรามองคือ ธุรกิจของเรา เราเชื่อว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตถ้ารายได้มันดีขึ้น กำไรมันดีขึ้น ราคาควรต้องดีขึ้นไหม ผมคิดว่าก็ควรต้องดีขึ้น 
    แต่ถามว่า ตอนนี้ที่ราคาลงเป็นเพราะอะไร ผมว่ามีหลายปัจจัยมากๆ ถ้าเกิดเป็นมุมมองมหภาคจะเห็นว่า เดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเงินทุนต่างประเทศไหลออกไปเยอะ เพราะว่าการขึ้นดอกเบี้ย หรือสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ คือ ถ้ามองภาพฟันโฟลว์ไหลออก ไม่ใช่แค่หุ้นเราที่ปรับลง ราคาหุ้นอื่นก็ปรับลงเหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องของมหภาคมากกว่า  
    
#10.ช่วงที่ราคาปรับลง ทำไมมีกรรมการบางคนขายหุ้นออกมา ทั้งที่ควรซื้อเพื่อเรียกความเชื่อมั่น 
    ผมว่าเรื่องพวกนี้มันแล้วแต่คนมากกว่า สิ่งที่คนควรจะต้องมองมากที่สุดคือเรื่องของ CEO คือถ้าเกิดมองที่ CEO ไม่เคยขายหุ้นเลย ซื้อเพิ่มตลอด และ CEO ก็เป็นคนที่ถือหุ้นมากสุดในบริษัท ดังนั้น มุมมองของ CEO ก็ยังเชื่อในบริษัทมาก ผมเองเป็นคนที่อยู่กับบริษัทเยอะ เข้าใจในหลายๆ อย่าง ผมก็ซื้อหุ้นเพิ่ม 
    แต่ถ้าถามว่า ถ้าผมซื้อแล้วผมจะมีวันขายมั๊ย ผมก็อาจจะต้องมีวันขายถ้าเกิดผมต้องใช้เงิน ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะใช้เงิน ดังนั้น เรื่องการขายหุ้นจำนวนนิด จำนวนหน่อย ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ควรจะเอามาเป็นประเด็น เช่น สมมุติว่าคนจะซื้อบ้าน ทุกคนทำงานมาต้องซื้อบ้าน ต้องซื้อรถ ต้องซื้ออะไร การที่จะขายหุ้นนิดๆ หน่อยๆ เป็นหลักหมื่นหุ้นผมว่าไม่ได้เป็นประเด็น ไม่ได้มีนัยสำคัญ
     จริงๆ ต้องบอกว่า CEO ซื้อตอนที่ราคาสูง ราคาก่อนที่ตกลงมาที่ 60 กว่าบาทด้วย ตั้งแต่ 90 กว่าบาท ผมก็ซื้อ 90 กว่าบาท ดังนั้น ในมุมองของเราเอง เราเชื่อมั่นในการเติบโตของบริษัทอยู่แล้ว 

#11.ทำไมสินค้าคงเหลือบวมขึ้นราว 27% เก็บไว้เพื่อรอขาย หรือว่ามันขายไม่ได้
     ข้อมูลงวด Q1/61 ในงบการเงิน มีตัวเลขสินค้าคงเหลือของบริษัทเพิ่มขึ้นราว 27% จากสิ้นปีก่อน มาอยู่ที่ 372 ล้านบาท จาก 291 ล้านบาท ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นสต็อกสินค้าสำเร็จรูป โดยเพิ่มขึ้นถึง 65% จากสิ้นปีก่อน   
    "จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ขายไม่ได้ แต่ว่าเราผลิตขึ้นมา ที่เห็นว่าเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่คงเหลือจากขายค่อนข้างเยอะ เรามองว่าเราซื้อของในราคาที่มันถูกลงเพราะเราซื้อจำนวนมากขึ้น นำมาผลิตเพื่อเตรียมขายในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 สินค้าที่เราผลิตขึ้นมาเป็นสินค้าที่เรามั่นใจว่าเราจะขายออกได้ง่าย มันเป็นสินค้าที่หมุนเร็ว ดังนั้น มองอนาคตไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ผมเชื่อว่าเลขตัวนี้มันต้องน้อยลง"    
    ถ้ามองต้นทุนสินค้าไตรมาส 1 ต้นทุนการขายบริษัทฯ อยู่ที่ 27% ลดลงจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 32% ส่วนหนึ่งเพราะซื้อสินค้าได้มากขึ้น ทำให้มีอำนาจในการต่อรองราคาได้มากขึ้น และมั่นใจว่าสินค้าจะขายออกได้ 
    นอกจากนี้ ตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ระยะเวลาในการชำระหนี้ของเจ้าหนี้การค้าของเรา ซึ่งหากมีจำนวนวันที่เพิ่มขึ้นยิ่งสะท้อนถึงอำนาจในการต่อรองกับซัพพลายเออร์ ตัวเลขนี้ดีขึ้นเป็น 120 วัน จากปีที่แล้ว  90 วัน หรือยืดเวลาในการจ่ายหนี้นานขึ้นอีก 20 วัน
 


 

 

 
 
 

 
 
 
  

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh