สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

กุนซือโลกการเงิน

| 15 พฤษภาคม 2561

กุนซือโลกการเงิน หลักสามประการของ ‘เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา’ โดย มังกรในสระ .

โดย
มังกรในสระ .

:.
.

หลักสามประการของ ‘เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา’

กุนซือโลกการเงินตอน หลักสามประการของ ‘เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา’ 

 

       ผู้น้อย ‘มังกรในสระ’ น้อมรับใช้นายท่าน เพลานี้ดูเหมือนว่า โลกการเงินของเราจะเผชิญกับภาวะที่ฝนตกไม่ทั่วฟ้าอยู่สักหน่อย กล่าวคือ ราคาหุ้นขึ้นอยู่ไม่กี่ตลาด และก็ขึ้นกันอยู่ไม่กี่กลุ่ม เพราะใช่ว่า Growth Story จะมีอยู่ในทุกตลาด หรือ ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แม้ถึงว่า เศรษฐกิจโลกโดยรวมจะมีความแข็งแกร่งอยู่มากก็ตาม แต่ทว่าบางกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นยังเผชิญกับ Ghost Story อยู่ ซึ่งตลาดหุ้นบ้านเมืองไทยของเราเป็นตัวอย่างอันดี ดังนายท่านจะเห็นว่า บริษัทจดทะเบียนที่เคยอยู่ในกลุ่มหุ้นโตเร็วเป็นอันมาก บัดนี้กลับกลายเป็นหุ้นผีหลอกไปแล้ว เพราะราคาได้ลดลงมากเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจุดสูงสุดภายในระยะเวลาไม่นาน ทำให้รู้สึกเหมือนถูกผีหลอกกระนั้น และก็เป็นการยากที่จะคาดคะเนได้ว่า ราคาหุ้นเหล่านั้นจะกลับมาทะยานได้อีกครั้งเมื่อใด เพราะเพลานี้วงจรดอกเบี้ยก็เข้าสู่ขาขึ้นแล้ว รอเวลาที่บ้านเมืองไทยของเราจะต้องปรับนโยบายการเงินตามกระแสโลก

       เพื่อไม่ให้ถูกผีในโลกการเงินหลอก ผู้น้อยจึงใคร่จะนำหลักสามประการของ ‘The Oracle of Omaha’ หรือ ท่านปรมาจารย์ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ มาให้นายท่านได้ทบทวนในช่วงที่ฝนกำลังตกไม่ทั่วฟ้านี้ ซึ่งผู้น้อยได้ไปอ่านมาจากที่สำนักข่าวซีเอ็นบีซีเขาสรุปเอาไว้ ความดีความชอบใดๆนั้นเป็นของสำนักข่าวแห่งนี้ ผู้น้อยเพียงแต่อ่านแล้วนำมาเล่าให้นายท่านฟังเท่านั้น 

       หลักสามประการที่ว่านี้ คือ 

       ๑.หลัก Circle of Competence หรือ หลักอย่าหลุดกรอบความสามารถ 

จะว่าไปหลักข้อนี้ก็คือการรู้เราตามพิชัยสงครามของมหาปราชญ์นาม ซุนวู นั่นเอง ซึ่งท่านบัฟเฟตต์คงจะได้ศึกษามาบ้างและนำมาปรับใช้กับการลงทุนของท่าน กล่าวคือ ท่านบัฟเฟตต์เห็นว่า นักลงทุนแต่ละคนไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจทุกประเภท คงจะมีความรู้ความเข้าใจในบางประเภทเท่านั้น เพราะฉะนั้น ก็พึงกระทำในสิ่งที่ตนรู้และเข้าใจแน่ชัดเสียดีกว่า อย่าไปยุ่งกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความรู้ความเข้าใจเลย จะเจ็บตัวไปเปล่า หลักประการแรก็มีอยู่เท่านี้เอง ง่ายไหมขอรับ 

กระนั้นก็ดี ถ้าหากนักลงทุนคนใดปรารถนาจะทำในสิ่งที่ยังไม่รู้และเข้าใจกระจ่าง หลักการข้อนี้ก็ชี้แนะเป็นนัยๆว่า เช่นนั้นก็ขยายกรอบความสารารถออกไปก่อนสิ เพื่อจะได้มีกรอบแห่งความสามารถที่ขยายใหญ่ขึ้น แล้วจึงค่อยไปลงทุนในธุรกิจนั้นๆ เท่านี้เองไม่มีอะไรซับซ้อน จริงไหมขอรับ 

ดังนั้น ย่อมไม่แปลกที่ท่านบัฟเฟตต์ท่านไม่ลงทุนใน Google หรือ Amazon เพราะท่านไม่มีความรู้ความเข้าใจมากนักในอุตสาหกรรมไซเบอร์นี้ แม้ท่านจะยอมรับว่าเสียดายด้วยวาจา แต่ทว่าในใจท่านคงจะมีความสุขมากกว่าที่ได้รักษาวินัยการลงทุนด้วยการไม่กระทำนอกรอบวงองค์ความรู้ของท่าน ท่านจึงสามารถบัญญัติหลักอย่าหลุดกรอบความสามารถได้อย่างภาคภูมิใจ อีกทั้งท่านขยายกรอบความสามารถไปยังธุรกิจสมาร์ทโฟนแทน ท่านจึงได้ทุ่มซื้อหุ้น Apple จนเบิร์กไชร์แฮธาเวย์ของท่านเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับสามอย่างไรเล่าขอรับ 

       นอกจากนี้ ท่านยังได้ให้หลักแห่งการวินิจฉัยไว้ด้วยว่า หากกรณีเป็นที่สงสัยว่า ธุรกิจที่เราสนใจนั้นอยู่ในกรอบความสามารถของเราหรือไม่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ไม่อยู่ในกรอบดังกล่าว (เพราะเมื่อยังมีความสงสัยอยู่จะถือว่ามีความรู้ความเข้าในธุรกิจนั้นๆไม่ได้) สติปัญญาท่านลึกล้ำเฉียบคมอย่างยากที่จะหาผู้ใดเปรียบ 

       ๒.หลัก Piece of Business หรือ หลักซื้อหุ้นในฐานะที่เป็นส่วนแห่งความเป็นเจ้าของ

ท่านบัฟเฟตต์ผู้กตัญญูท่านกล่าวว่า อาจารย์ของท่านนามเบนจามิน เกรแฮมเป็นผู้ที่มอบหลักข้อนี้ให้แก่ท่าน โดยในหนังสือที่ชื่อว่า Intelligent Investor ของมาสเตอร์เบนให้หลักคิดไว้ว่า การซื้อหุ้นคือการซื้อส่วนของธุรกิจไม่ใช่การซื้อตราสารทุนแต่เพียงอย่างเดียว นั่นทำให้เราไม่จำเป็นต้องดูว่า ราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรในวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือสัปดาห์นี้ ไม่ต้องดูว่าจะได้เงินปันผลเท่าไร จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งท่านบัฟเฟตต์เห็นว่า เป็นเรื่องที่เสียเวลามาก แต่ให้ดูว่า กิจการของบริษัทนั้นเป็นอย่างไรเสมือนเราเป็นเจ้าของธุรกิจนั้น ซึ่งอันที่จริงแล้ว เราก็เป็นเจ้าของธุรกิจที่เราเข้าไปซื้อหุ้นจริงๆนั่นแหละ แต่เป็นเจ้าของโดยส่วนสัดที่แบ่งแยกออกมาเป็นหุ้น 

ดังนั้น จึงเกิดหลักการย่อยต่อไปว่า เราอย่าไปดูราคาหุ้นให้เครียด แต่ให้ดูที่กิจการจริงๆ ดูความแข็งแกร่งของกิจการเป็นที่ตั้ง แต่ทว่าการจะเป็นเจ้าของกิจการนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาค้นคว้าและฝึกฝนอยู่มากพอสมควร ฉะนั้นหลักข้อนี้เห็นว่า จะไม่ง่ายเหมือนข้อแรก แต่กระนั้นถ้าใช้หลักในข้อแรกร่วมด้วยก็จะง่ายขึ้นมาทันตา เพราะหลักข้อแรกบอกว่า อย่าทำอะไรนอกเหนือจากที่รู้และเข้าใจเด็ดขาด เช่นนั้นแล้ว นายท่านก็เลือกเป็นเจ้าของกิจการที่น่ายท่านรู้และเข้าใจ ซึ่งจะช่วยให้จำกัดวงในการใช้ทรัพยากรที่เป็นทั้งเวลาและความเพียรลงไปทุ่มเทให้กับกิจการนั้นได้มากนั่นเอง 

        ๓.หลัก Margin of Safety หรือ หลักส่วนเผื่อแห่งความปลอดภัย 

หลักประการนี้ก็เป็นเรื่องของราคาหุ้นเมื่อเทียบกับมูลค่าที่จะได้รับ ซึ่งผู้น้อยขอแปลจากคำพูดของท่านบัฟเฟตต์ให้นายท่านได้อ่าน ตีความ และซึมซับไว้เป็นการปิดท้ายตอนนี้ เพราะท่านได้อธิบายโดยเปรียบไว้อย่างดียิ่งแล้ว หากจะขยายความต่อไปเกรงเสียอรรถรส และความคื่มด่ำกำซาบที่พึงจะได้รับ ใจความมีดังต่อไปนี้

       ‘ส่วนเผื่อแห่งความปลอดภัย ก็หมายความว่า อย่าพยายามขับรถบรรทุกที่มีน้ำหนัก 9,800 ปอนด์ไปบนสะพานที่สามารถรองรับน้ำหนักได้เพียง 10,000 ปอนด์ แต่จงขับบนถนนธรรมดาที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ 15,000 ปอนด์ ดังนั้น ส่วนเผื่อความปลอดภัยนี้ก็คือ หลักที่ว่า มูลค่าต้องสูงกว่าราคาที่จ่าย ขณะที่ความเสี่ยงขาดทุนมีจำกัด’


สวัสดี........
 

fb : สำนักกุนซือโลกการเงิน มังกรในสระ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh