กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน สำรวจมาร์เก็ตแคปของบริษัทระดับโลกในช่วงโควิด-19 โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

สำรวจมาร์เก็ตแคปของบริษัทระดับโลกในช่วงโควิด-19

 โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย

หัวหน้าสายงาน Clients and Markets และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

 

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้ภูมิทัศน์ทางธุรกิจมีความผันผวนมากขึ้น รวมถึงการเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อ ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานของแต่ละประเทศทั่วโลกเฝ้าติดตามอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ผลพวงที่ตามมาหลังจากการแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย

 

นั่นก็คือ กระแส ‘ความปกติในรูปแบบใหม่’ หรือ ‘New Normal’ ที่ปัจจุบัน ได้แทรกซึมไปทั่วทุกภาคอุตสาหกรรม และสร้างมาตรฐานใหม่หลายอย่างให้กับภาคธุรกิจ ทำให้ผู้บริหารต่างจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ขององค์กรเพื่อความอยู่รอดไปตาม ๆ กัน

 

ในขณะที่หลายธุรกิจปรับตัวสู่วิถีใหม่ ทำให้ชวนสงสัยว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทชั้นนำหลายแห่งของโลกมีความสามารถในการนำพากิจการฟันฝ่าวิกฤตโควิดได้ดีมาก-น้อยขนาดไหน ในวันนี้ผมจึงอยากนำข้อมูลจากรายงาน Global Top 100 companies by market capitalisation1 ของ PwC ที่วิเคราะห์ข้อมูลการเติบโตและแนวโน้มของ 100 อันดับบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ ‘มาร์เก็ตแคป’ (Market Capitalisation) สูงที่สุดของโลก ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2563 มาฉายให้เห็นภาพรวมของธุรกิจในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้กัน

 

รายงานของ PwC พบว่า มูลค่ามาร์เก็ตแคปของบริษัทใน Top 100 ทั่วโลกระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนธันวาคม 2562 อยู่ที่ 25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปรับตัวขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้ลุกลามระบบเศรษฐกิจไปทั่วโลกได้ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปรวมลดลงถึง 15% มาอยู่ที่ 21 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา 

 

เช่นเดียวกับดัชนีภาคอุตสาหกรรม (Industry Index) ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทใน Top 100 ที่ปรับตัวลดลงประมาณ 12% ถึง 44% แต่ถึงแม้ว่า ดัชนีจะปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เราพบว่า ผลการดำเนินงานของทุกบริษัทที่ติดอันดับในรายงานฉบับนี้ ยังดีกว่าดัชนีภาคอุตสาหกรรม

 

เมื่อเจาะลงไปดูรายบริษัทใน Top 100 พบว่า บริษัทซาอุดิ อารามโก ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่จากซาอุดิอาระเบีย  ได้สร้างสถิติมูลค่าไอพีโอที่สูงที่สุดในโลก หลังนำหุ้นออกขายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก เมื่อปีที่ผ่านมา และปัจจุุบันยังคงเป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะราคาน้ำมันดิบตกต่ำที่สุดในรอบ 18 ปีก็ตาม

 

ตามด้วยไมโครซอฟท์ บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ที่มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปสูงเป็นอันดับที่ 2 ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ และอันดับที่ 3 แอปเปิ้ล มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ 

 

ในส่วนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้น ยังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีจำนวนบริษัทติดอันดับใน Top 100 มากที่สุด และมีมูลค่าตลาดมากที่สุด ด้วยเม็ดเงินกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งที่ผ่านมา มาร์เก็ตแคปของกลุ่มก็ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นกัน โดยปรับตัวลดลงถึง 14% ในระหว่างเดือนธันวาคม 2562 ถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ดี หลังจากที่หลายบริษัททั่วโลกได้มีมาตรการให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home ส่งผลให้การทำงานต้องอาศัยเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์การประชุม และอุปกรณ์เข้าถึงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ นี่จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม มูลค่าตลาดของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีถึงยังอยู่ในระดับสูงเป็นอันดับต้น ๆ

 

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ค้าปลีกออนไลน์ก็เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและน่าจะยิ่งมีโอกาสโตอย่างต่อเนื่องในโลกหลังยุคโควิด-19 เช่นกัน เป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของมาตรการการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล หรือ Social Distancing โดยมูลค่าตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง อะเมซอน เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา พุ่งสูงถึง 9.7 แสนล้านดอลลาร์ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% และอยู่ในอันดับที่ 4 ของบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุดใน Top 100 

 

เราจะเห็นได้ชัดเจนว่า เมื่อผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การจับจ่ายใช้สอย หรือแม้กระทั่ง การพักผ่อนผ่านการรับชมความบันเทิงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ นี่จึงทำให้บริการของบริษัทผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่อย่างเน็ตฟลิกซ์ ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมาร์เก็ตแคปเติบโตอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 1.6 แสนล้านดอลลาร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน ซึ่งแน่นอนว่า สาเหตุหลักมาจากผู้บริโภคหันมาเสพสื่อบันเทิงมากขึ้นหลังไม่สามารถร่วมกิจกรรมนอกบ้านได้ 

 

 อีกหนึ่งบริษัทที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ เทสล่า โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยมูลค่ามาร์เก็ตแคปสูงกว่า 9.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 28% นอกจากนี้ เทสล่ายังกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก หลังราคาหุ้นแตะระดับ 1,000 ดอลลาร์ไปในเดือนนี้ ผลักดันให้มาร์เก็ตแคปแซงหน้าบริษัทอย่าง โตโยต้า ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหุ้นของเทสล่าพุ่งสูงนั้น น่าจะมาจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์3

 

อย่างไรก็ดี แม้ว่า หลาย ๆ ประเทศได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์หลังการแพร่ระบาดบรรเทาความรุนแรงลง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ต้องเผชิญกับการหยุดชะงักอีกต่อไป แต่ความท้าทายใหม่ของการดำเนินธุรกิจในภาวะนิว นอร์มอล อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถือเป็นสิ่งที่ผู้นำธุรกิจต้องฟันฝ่าไปให้ได้ โดยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และต้องมีความพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปด้วย
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh