กุนซือโลกการเงิน

| 20 พฤศจิกายน 2560

โดย
PWC .

:PWC
.

50 ปีอาเซียน...ก้าวต่อไปอย่างไรให้มั่นคง

โดย ชาญชัย ชัยประสิทธิ์
หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และหัวหน้าฝ่ายงาน Clients and Markets 
บริษัท PwC ประเทศไทย

    นับเป็นเวลากว่า 50 ปี นับตั้งแต่มีการก่อตั้งประชาคมอาเซียนเมื่อปี 2510 โดย Emerging Markets Institute ของทางสถาบัน INSEAD และ Growth Markets Centre ของ PwC ได้ร่วมกันศึกษาทิศทางการเติบโตของอาเซียน (ASEAN) ในระยะข้างหน้า รวมถึงแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกในระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพทางด้านการเมือง และการลงทุนในภาคธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้อาเซียนเติบโตได้อย่างมั่นคงและมีเอกภาพ
    
    อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันอาเซียนมีบทบาทสำคัญทั้งในเวทีระดับภูมิภาคและระดับโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศสมาชิก ซึ่งช่วยยกระดับวิถีชีวิตของประชากรจำนวนกว่า 600 ล้านคนในภูมิภาคด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ในปี 2559 อาเซียนยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้กว่า 96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ส่งผลให้ประเทศสมาชิก 10 ประเทศกลายเป็นแหล่งเงินทุนที่น่าจับตามองของนักลงทุนต่างชาติ
    สำหรับเศรษฐกิจในอาเซียนนั้น เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการคาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อประชากร (GDP per capita) จะอยู่ที่ 6.5% ระหว่างปี 2560 ถึง 2564 และภายในปี 2593 อาเซียนจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ส่วนหนึ่งมาจากประชากรวัยทำงานที่มีการศึกษาสูงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และภาระหนี้สินที่มีน้อยกว่าภูมิภาคอื่นๆ  นอกจากนี้ อุตสาหกรรมชั้นนำที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต อุปโภคบริโภค เทคโนโลยี และธุรกิจด้านการเงิน 
    อย่างไรก็ตาม อาเซียนจำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายในด้านต่างๆ และเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวการณ์ปัจจุบันที่มีปัจจัยเชิงลบ รุมเร้ารอบด้าน ทั้งนโยบายการกีดกันทางการค้าจากหลายประเทศ และภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จึงทำให้อาเซียนต้องหันมาร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาค
    
    นอกจากนี้ ด้วยระบบเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและระดับของการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากันของแต่ละประเทศสมาชิก ทำให้ผู้นำอาเซียนจำเป็นต้องหารือร่วมกันเพื่อกำหนดจุดยืนและเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการร่วมกันพัฒนาความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของทุกประเทศสมาชิก ตั้งแต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สิงคโปร์ ไปจนถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น เมียนมาร์
    

    ฉะนั้น เพื่อให้อาเซียนเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนและมั่นคง ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ ดังต่อไปนี้  
    -การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นความท้าทายของหลายๆ ประเทศสมาชิกในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดนอย่าง แนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือโครงการ หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง ของ สาธารณรัฐประชาชนจีน (Belt and Road Initiative: B&R) ซึ่งเป็นแผนเชื่อมโยงโลกผ่านอภิมหาโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดนประเทศต่างๆ กว่า 65 ประเทศทั่วโลกครอบคลุม 6 ระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งรวมโครงการต่างๆ ในประเทศอาเซียนไว้ด้วย 
    - การลงทุนด้านแรงงาน ประชากรวัยทำงาน ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามหาศาลของประเทศ ฉะนั้น การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอาเซียนที่จำนวนประชากรวัยทำงานกำลังเพิ่มสูงขึ้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้น การฝึกอบรมแรงงานถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกยังต้องหามาตรการที่ทำให้งานที่ต้องใช้แรงงานและงานสายวิชาชีพมีความน่าดึงดูดมากขึ้น 
    - การเติบโตภายในภูมิภาคและการค้าภายในระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน การค้าโลกท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และการที่ประเทศผู้นำชาติตะวันตก อย่าง สหรัฐอเมริกา ถอนตัวจากการเข้าร่วมข้อตกลง ความร่วมมือยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership: TPP) ทำให้อาเซียนต้องหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ภายในภูมิภาค และเพิ่มมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff measures) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการค้าขายระหว่างกัน นอกจากนี้ อาเซียนยังสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของประเทศสมาชิก เช่น ข้อได้เปรียบด้านการบริการของสิงคโปร์ หรือ ด้านการผลิตที่แข็งแกร่งของไทยและมาเลเซีย เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศของตนและภูมิภาค เห็นได้จาก จีน ที่มีนโยบายการดำเนินเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างการเจริญเติบโตจากกิจการภายในของประเทศ
    - ความเป็นหนึ่งทางการทูตและความเป็นมิตรต่อทุกประเทศ การที่จีนก้าวขึ้นมาเป็นพี่ใหญ่ของเอเชีย และมีอิทธิพลในการเจรจาต่อรองทางการค้าอย่างมหาศาล ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมืองในโลกฝั่งตะวันตก ทำให้อาเซียนต้องผนึกกำลังกันเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และเพิ่มขีดความสามารถในการต่อรองให้มากขึ้น นอกจากนี้ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่างๆ ทั้ง ประเทศมหาอำนาจของโลก กลุ่มประเทศตลาดกำลังพัฒนา และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จะทำให้การรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น 

    ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ถือเป็นสิ่งที่ประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียนมิควรมองข้าม หากต้องการที่จะเติบโตในเวทีโลกอย่างสง่างามและเต็มศักยภาพ 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh