กุนซือโลกการเงิน

| 18 กันยายน 2560

โดย
PWC .

:PWC
.

“เอเชียแปซิฟิก” ภูมิภาคที่ตื่นตัวกับการจัดการความเสี่ยง

โดย พงษ์ศักดิ์ อัชชะกุลวิสุทธิ์ 
หุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย

         ปัจจุบันบริษัททั่วโลก รวมถึงบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่างกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความอ่อนไหวมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นับวันจะทวีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ 


         ล่าสุด PwC ได้จัดทำผลสำรวจ Risk in review: Managing risks from the front line ที่ทำการสำรวจผู้บริหารทั่วโลกมากกว่า 1,500 รายจาก 80 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้บริหารจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้ทำการศึกษาถึงความเสี่ยงที่สร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจ และวิธีการที่ธุรกิจจะรับมือกับความเสี่ยงนั้นๆ รวมไปถึงทิศทางความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 
หากเจาะลึกลงไปในส่วนผลสำรวจของผู้บริหารของบริษัทในเอเชียแปซิฟิก พบว่า บริษัทในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการบริหารความเสี่ยงเป็นด่านแรก (Front Liners)  โดยมีบทบาทในการบริหารความเสี่ยงมากกว่าปราการด่านอื่นๆ 
          นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ผู้บริหารในเอเชียแปซิฟิกมีการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทมากขึ้น และมีการกำหนดให้ความเสี่ยงในหลายประเภทเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) และได้นำความเสี่ยงเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ถูกสำรวจในภูมิภาคนี้ยังคงมองว่า กระบวนการบริหารความเสี่ยงยังไม่มีประสิทธิภาพสูงเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและกฎระเบียบ (66% เทียบกับ 70% ทั่วโลก) และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (47% เทียบกับ 49%)

        ประเด็นที่สำคัญไปมากกว่านั้นคือ หลายๆ บริษัทในภูมิภาคนี้ยังคงขาดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่งภายในองค์กร โดยผลสำรวจพบว่า การอบรมภาคบังคับเรื่องจริยธรรมและการกำกับดูแลให้กับพนักงานยังมีให้เห็นน้อยมาก โดยผู้บริหารบริษัทให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงเพียงแค่ในเรื่องของการทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ขณะที่พนักงานก็ไม่ได้รับการสื่อสารที่เพียงพอถึงความเสี่ยงใหม่ๆ หรือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น หากผู้บริหารบริษัทไม่ส่งเสริมวัฒนธรรมการจัดการความเสี่ยงภายในองค์กรแล้ว บริษัทนั้นๆ ก็จะไม่สามารถสร้างโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพได้  

         เมื่อวิเคราะห์ลงไปถึงบทบาทหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายจัดการความเสี่ยง (Chief Risk Officer: CRO) และการให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร ซีอาร์โอ 2 ใน 3 ระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมีการส่งเสริมและเข้าใจประโยชน์ของการมีกลยุทธ์ที่ดีในการบริหารจัดการความเสี่ยงมากขึ้น แม้ว่าสัดส่วนดังกล่าว ยังคงน้อยมากเมื่อเทียบกับทั่วโลก นอกจากนี้ ซีอาร์โอมากกว่าครึ่งที่ถูกทำการสำรวจยังมองด้วยว่า หน่วยงานบริหารความเสี่ยงเริ่มมีการให้คำแนะนำแก่หน่วยงานทางธุรกิจในเชิงรุกมากขึ้น แม้ตัวเลขดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับทั่วโลกเช่นกัน อย่างไรก็ดี ข้อมูลเหล่านี้ กำลังสะท้อนให้เราเห็นว่า ซีอาร์โอในเอเชียแปซิฟิกสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการพัฒนาแนวทางในการจัดการความเสี่ยงของบริษัทได้
สำหรับภัยจากไซเบอร์ที่กำลังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่บริษัททั่วโลกเผชิญอยู่นั้น ธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่า บริษัทของพวกเขาไม่สามารถจัดการกับความเสี่ยงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับบริษัททั่วโลก โดยซีอาร์โอในภูมิภาคนี้คาดว่าการทำงานร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสารสนเทศ (Chief Information Officer: CIO) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี (Chief Technology Officer: CTO) และผู้บริหารองก์กร เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์จะเป็นปัจจัยที่หน่วยงานด้านความเสี่ยงให้ความสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในอีก 18 เดือนข้างหน้า  
          ขณะที่ความสามารถของผู้บริหารระดับสูงจะเป็นตัวแปรสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเสี่ยงอื่นๆ ต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน

           จากผลสำรวจทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า บริษัทในเอเชียแปซิฟิกต่างเริ่มตื่นตัวในการบริหารจัดการความเสี่ยงมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมทางธุรกิจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อีกทั้งยังมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ กับบริษัทได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า ในทุก “ความเสี่ยง” ย่อมมี “โอกาส” แฝงอยู่เช่นกัน ธุรกิจใดที่มีแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีย่อมเป็นต่อ โดยแผนนั้นพนักงานทุกระดับจะต้องสามารถประเมินและจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หรือความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ส่งผลให้มูลค่าผู้ถือหุ้นลดลง หรือช่วยให้สามารถที่จะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับองค์กร 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh